ค่าดัชนีมวลกาย
เป็นดัชนีอาศัยความสัมพันธ์ระหว่าง
ส่วนสูง และน้ำหนักตัว
มาเป็นตัวช่วย
บ่งชี้สภาวะร่างกายของแต่ละคน
(
ดีกว่าการอาศัยหนักตัวอย่างเดียวเพราะคนที่มีน้ำหนักตัว
เท่ากันเช่นที่ 70
กิโลกรัม
สำหรับผู้ที่สูงประมาณ
175-180 ซม.
ถือว่าปกติหุ่นกำลังดี
แต่
กับผู้ที่สูงประมาณ 150-160
ซม. คุณจะดูอ้วนแล้ว)
ตัวดัชนีจะช่วยบ่งบอกให้ทราบว่าเรามี
สภาพที่อ้วนมากเกินไป (ตัวเลขดัชนีสูงกว่าค่ามาตรฐาน
ยิ่งสูงมากก็ยิ่งอ้วนมาก)
หรืออยู่ใน
เกณฑืปกติ
แสดงว่ามีความสมดุลย์ที่ดีระหว่างการทานอาหารและการออกกำลังกายจึงได้ดัชนี
ในเกณฑ์มาตรฐาน
หรืออยู่ในสภาพที่ผอมหรือผอมมากเกินไป
(ค่าดัชนีจะต่ำกว่าค่ามาตรฐาน
ยิ่งต่ำมากแสดงว่ายิ่งผอมมาก)
เหตุที่เราควรกังวลและสำรวจสภาพร่างกายของเราเป็นระยะๆเพราะว่า
ไม่ว่าจะอ้วนหรือมี
น้ำหนักตัวมากเกินไปก็เป็นบ่อเกิดที่จะมีโรคตามมาได้มากมายเช่น
ไขมันในเลือดสูง
เส้นเลือด
หัวใจตีบตัน
ความดันโลหิตสูง อัมพฤต
อัมพาต
โรคกระดูกและไขข้อ
โรคเบาหวาน จะเห็นว่า
ความอ้วนก่อให้เกิดโรคต่างๆตามมาได้อีกมากมายที่จะบันทอนสุขภาพ
และคุณภาพชีวิตของ
เรา
เราอาจเดินทางไปไหนมาไหนไม่สดวก
มีโรคคอยก่อกวน
มียาที่ต้องคอยทานอยู่ตลอดเวลา
นำค่าที่คำนวณได้
มาเปรียบเทียบค่ามาครฐาน
ได้คร่าวๆ ดังนี้
|
|
ค่าดัชนีความหนาที่คำนวณได้
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
แพทย์ที่ควบคุมการลดน้ำหนักส่วนใหญ่
ถ้าเพื่อความสวยงาม
ในแง่สรีระ
มักจะลดน้ำหนักให้คนไข้
อยู่ประมาณ
ค่าต่ำสุดของค่าปกติ
คือ ประมาณ BMI ให้อยู่ที่
18.0-19.0
เราเพียงควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์แล้วโรคต่างๆก็จะห่างไกลจากเรา
สำหรับคนอ้วนที่
ยังไม่มีอาการของโรคข้างต้น
ถือเป็นโอกาสดีที่ท่านยังมีเวลาแก้ตัว
รีบควบคุมสภาพของเรา
ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติหรือใกล้กับปกติให้มากที่สุดก่อนที่จะมีการแสดงอาการของโรคเกิดขึ้น
การตามใจปากของเราแล้วทำให้มีค่าดัชนีมวลกายสูงๆ
เราจะต้องมาเสียโอกาส
และต้องคอย
จ่ายยาเพื่อรักษาอาการของโรคที่ตามมา
ค่ายาที่เราต้องนำเข้าจากต่างประเทศปีหนึ่งๆเป็น
มูลค่ามหาศาล
เราสามารถช่วยตัวเรา
ครอบครัวและประเทศชาติในการลดการนำเข้า
โดยเพียงเราสนใจดูแลสุขภาพเราเอง
ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมายเหมือนการรักษา
ยังได้
สุขภาพที่สมบูรณ์
และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในบันปลายอีกด้วย
คุณไม่คิดจะให้รางวัลกับชีวิต
บ้างเชียวหรือ
มาเริ่มการสนใจดูแลสุขภาพกันดีกว่า.......
สำหรับท่านที่มีเกณฑ์ดัชนีมวลกายต่ำกว่ามาตรฐาน
คงต้องมาลองสำรวจหาความผิดปกติของ
ระบบอาหารและการทานอาหารของเรา
เพื่อหาสาเหตุที่ทำให้เราเบื่ออาหาร
ทานไม่ได้ หรือ
ว่าเราเป็นโรคกลัวอาหาร
หรือ เบื่ออาหารหรือไม่
การปล่อยสภาพร่างกายให้ผอมมากและนาน
เกินไปก็มีผลร้ายต่อร่างกายเราเช่นกัน
รีบหาสาเหตุและแก้ไขที่ต้นเหตุ
แล้วสภาพร่างกายที่ดี
ก๊จะกลับมาเป็นของคุณครับ
The easiest way to determine whether you're too fat is to figure out your body mass index, or BMI. More accurate measures of body fatness exist -- total body water, for example, or total body potassium -- but they're expensive and not readily available. Your BMI is a better measure of fatness than just body weight and can help identify your risk of developing certain health problems, such as coronary heart disease, type 2 diabetes, and high blood pressure.
Your BMI is calculated with this formula:
Metric:
Multiply your weight (in kilograms) by 10,000.
Multiply your height (in centimeters) by your height (in centimeters).
Divide the first result by the second.
Example: If you're 165 centimeters and weigh 63.6 kilograms: 63.6 x 10,000 =636,000
165 x 165 = 27,225
636,000 divided by 27,225 = 23.4
|
U.S.:
Multiply your weight (in pounds) by 704.5.
Multiply your height (in inches) by your height (in inches).
Divide the first result by the second.
Example: If you're 5'5" and weigh 140:
140 x 704.5 = 98,630
65 x 65 = 4,225
98,630 divided by 4,225 = 23
|
The higher your BMI, the greater your risk. The BMI categories -- underweight, healthy weight, overweight, obese, and extremely obese -- are based on the government's 1998 Clinical Guidelines on the Identification, Evaluation, and Treatment of Overweight and Obesity in Adults
|