|
top
Healthcare
Natural Supplement News
ข่าวความก้าวหน้าของของ
ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจาก
ธรรมชาติ
►
Copper peptide
คอปเปอร์
เปปไทด์
Skin Remodeling
Copper Peptides
►
Copper peptide
คอปเปอร์
เปปไทด์
Applications
for
Skin health
1. AHA
(Alpha hydroxy
acid)
Glycolic acid
2.
BHA
(Beta hydroxy
acid )
Salicylic acid
3.
Skin and Acne
ศึกษาเรื่องของผิวหนังและ
การเกิดสิว
4. Derma&Skin
Roller
ลูกกลิ้งเข็ม
กระตุ้นการ
สร้าง
เนื้อเยื้อ
ลบลอยแผล
เป็น
แผลหลุมสิว
ุ5.
Skin needling
&
Facial Mesotherapy
การใช้เทคนิค
ลดริ้วรอย
หน้าหมองคล้ำ
จุดด่างดำ
ลดปัญหาแผลหลุมสิว
ด้วยตนเองที่บ้าน
Vitamin
วิตามิน
สารอินทรีย์ที่จำเป้นต่อ
การเจริญเติบโต
สุขภาพ
สมบูรณ์
L- Glutathione
แอล-กลุตาไธโอน
skin whitening
ผลิตภัณฑ์ช่วยเสริมผิวขาว
อย่างธรรมชาติ
L-
Carnitine
แอล
คาร์นิทีน
ผลิตภัณฑ์ช่วยลดน้ำหนัก
อย่างธรรมชาติ
Coemzyme Q10
โคเอ็มไซม์
คิวเท็น
ช่วยระบบไหลเวียนโลหิต
หัวใจ
ความดันโลหิต
ช่วยลดริ้วรอยคืนความ
อ่อนเยาวืให้กับผิวหนัง
Minerals
เกลือแร่
สารอาหารที่มีความจำเป็น
ต่อการเจริญเติบโต
สุขภาพ
แข็งแรง
เป็นปกติ


สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้

Contact :
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ
ไทยแล็ปออนไลน์
|
|
Copper
Peptide
Skin Remodeling Copper
Peptides |
SRCPs
(Skin Remodeling Copper Peptides)
จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดเมื่อใช้ร่วมกับ Salicylic acid
(BHA)
โดยกรด
ผลไม้เหล่านี้จะไปทำให้โปรตีนที่เกาะอยู่ที่แผลเป็นนั้นคลายตัวและ Copper peptide
จะทำการกำจัดโปรตีนนี้ออกไป
ขั้นตอนต่อไป SRCPs (Skin Remodeling Copper
Peptides)
(1) ก็จะช่วยให้ผิวของเราสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ขึ้นมา
(2) พร้อมกับสร้าง glycosaminoglycan ที่เป็นตัวกักเก็บน้ำใต้ผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นโดย
วิธีธรรมชาติ
(3) เพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือด
(4) สร้างพลังงานจากสารอาหารที่อยู่ในเลือด
(5) เพิ่มเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติเพื่อป้องกันผิวจากการถูกทำลาย และ
(6) ซ่อมแซมผิวที่ถูกทำลายเพื่อให้กลับมาทำหน้าที่ปกป้องผิวหนัง
เมื่อมีการสร้างผิวใหม่และรอยแผลถูกกำจัดออกไป ผิวก็จะดูมีความยืดหยุ่นและผิวด้านนอก
ก็จะดูเนียนเรียบไม่ใช่ว่า hydroxy acid ทุกตัวจะให้ผลที่เท่ากัน Salicylic acid
(BHA)
นั้นเป็น hydroxy acid ตัวหนึ่งที่
Copper peptide เจเนอเรชั่นที่สองหรือที่เรียกว่า
SRCPs (Skin Remodeling Copper Peptides) นั้นจะให้ผลดีมากเมื่อใช้ร่วมกับ
BHA ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง Dr. Albert Kligman เชื่อว่า BHA ที่ความเข้มข้น 2% นั้น
ให้ผลดีกว่าการใช้ AHA ในแง่ของการต่อต้านริ้วรอยและเพื่อการผลัดเซลล์ผิว Kligman
เป็น
ผู้เชี่ยวชาญที่รู้จักเรื่องงานวิจัยของเขาเกี่ยวกับหน้าที่ของการต่อต้านริ้วรอยโดย retinoic acid
(Retin-A)
ผลสรุปจากแล็บของ Dr. Kligman พบว่าชั้นนอกสุดของหนังกำพร้าจะเกิดการ
สร้างใหม่หลังการทา Salicylic acidSalicylic acid นั้นมีความอ่อนโยนมากกว่า AHA
เหตุผลก็คือ Salicylic acid ในปริมาณน้อยๆ
นั้นจะเปลี่ยนไปเป็น copper salicylate ซึ่ง
เป็นสารต้านการอักเสบที่ปลอดภัยและให้ผลดี
จึงทำหน้าที่ทั้งผลัดเซลล์ผิวและช่วยลดการอักเสบ
ระคายเคืองให้กับผิว
นอกจากนั้น BHA ยังมีประโยชน์สำหรับผู้ที่ชอบอาบแดด เนื่องจาก salicylates
จะดูดซับ
แสงอัลตร้าไวโอเลตด้วย ผู้เชี่ยวชาญ John Sorenson ได้ทำการวิจัยและงานเขียนอันเป็นที่
เลื่องลือ
เกี่ยวกับหน้าที่คุณประโยชน์ของ copper salicylate ที่มีต่อผิว, สุขภาพทั่วไป,
และคุณสมบัติการต้านมะเร็งของ copper salicylate
สรุป:
BHA hydroxy acid
ช่วยคลายโปรตีน
(Fibrous tissue)
ที่เกาะอยู่บริเวณแผลเป็น
ให้แยกจากกัน ขณะที่ SRCPs (Skin Remodeling Copper Peptides)
ช่วยกำจัด
โปรตีนเหล่านี้ให้หลุดออกไป จึงเป็นขั้นตอนการกำจัดรอยแผลที่ให้ผลอย่างดีเยี่ยม
สร้างสมดุลของผิว เพื่อกำจัดรอยแผล
และจุดด่างดำจากสิว
วิธีการลดรอยแผลสิว รอยแผลอื่นๆ การช่วยรักษาสภาพผิวหลังการลอกผิว, เลเซอร์
และ
เดอมาเบรชั่น
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาสิวเมื่อตอนวัยรุ่น ก็อาจมีร่องรอยของแผลสิวทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า
พวกรอยแผลเป็นเล็กๆ นี้อาจจะดูเล็กน้อยในสายตาคนอื่นๆ แต่มันจะไม่เล็กเลยถ้าหากว่า
ปรากฏอยู่บนผิวหน้าเราเอง วิธีการรักษาด้วยเลเซอร์หรือวิธีการอื่นๆ
ที่ทำเพื่อลดรอยแผลจาก
สิวหรือปัญหาผิวอื่นๆนั้นไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด เนื่องจากผลที่จะได้รับนั้นมีขอบเขตจำกัด,
เกิดการบาดเจ็บ, ค่าใช้จ่ายสูง
มักมีแผลจากการรักษาเกิดขึ้นตามมา
สองประสานของ
SRCPs และ Hydroxy acid BHA/AHA
ข่าวดีก็คือ มีวิธีรักษาปัญหาผิวดังกล่าวนี้ซึ่งให้ผลดีอย่างน่าประหลาดใจ ด้วยการใช้ Hydroxy
acid ร่วมกับ SRCPs (Skin Remodeling Copper Peptide) ในการรักษา ด้วยวิธีการ
ธรรมชาตินี้ ค่าใช้จ่ายต่ำและไม่เจ็บ
แม้ว่าอาจต้องใช้เวลานานอยู่สักหน่อยแต่ก็ให้ผลที่ดีมาก
รอยด่างดำต่างๆที่เกิดบนผิวนั้น
เกิดขึ้นเมื่อเซลล์ผิวได้เจริญขึ้นมาในลักษณะที่ผิดปกติหลังจาก
ที่ถูกทำลายด้วยปัจจัยต่างๆ (ไวรัส, แบคทีเรีย, ความร้อน, รังสียูวี หรือบาดแผลที่รักษาไม่
สมบูรณ์จึงทิ้งเนื้อเยื่อที่ทำให้เป็นรอยแผลไว้ เป็นต้น)
ผิวที่ผิดปกติดังที่กล่าวมานี้จะต้องกำจัดออกไป เพื่อให้ผิวปกติที่มีสุขภาพดีได้ขึ้นมาแทนที่
ทำ
ให้ผิวเนียนเรียบ ไม่มีรอยด่างดำบนผิว หลักสำคัญคือการเลือกกำจัดรอยด่างดำนั้นด้วย
ความอ่อนโยนที่สุดที่จะทำได้ เพื่อรองรับการสร้างผิวใหม่ที่มีสุขภาพดี
ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังรู้ว่า บาดแผลบนผิวหนังส่วนใหญ่จะกำจัดได้ด้วยการทา Hydroxy
acid/Retinoic acid หรือการใช้ไนโตรเจนเหลว เป็นระยะเวลานานพอสมควร อย่างไรก็ดี
วิธีการดังกล่าวก็มีข้อจำกัด เนื่องจากมักเกิดการระคายเคืองผิวหนังอย่างรุนแรง รอยแผลบน
ผิวหนังอาจกำจัดออกไปได้
แต่ก็มักต้องแลกด้วยรอยดำที่จะมาแทน
SRCP จะเข้ามาช่วย
ทำให้ผิวสงบลงและสร้างผิวใหม่ขึ้นมาแทน ช่วยทำให้รอยแผลค่อยๆหายไปแล้วแทนที่ด้วย
ผิวใหม่ที่สดใส ไม่มีปัญหา
คุณจะทราบวิธีการใช้
BHA/AHA ร่วมกับการใช้ SRCP
เพื่อแก้ปัญหารอยแผลต่างๆ
และช่วยรักษาผิวหลังการทำหน้าด้วยวิธีทางการแพทย์
์
เริ่มด้วยการคงสภาพผิวให้มีสุขภาพดี แล้วจึงกำจัดรอยที่มีปัญหาบ่อยครั้งพบว่าผิวที่ถูก
ทำลายนั้นเปราะบางมาก ซึ่งต้องทำให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้นเสียก่อน จึงจะทำการกำจัดออกไปด้วย
Hydroxy acid หรือ Retinoic acid ได้ ดังนั้น
ขั้นตอนแรกในการกำจัดรอยต่างๆ คือการใช้ SRCP ร่วมกับน้ำมันที่มีคุณสมบัติทำให้ผิว
แข็งแรง
เช่นน้ำมันอีมู หรือ Squalane เป็นเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน เพื่อช่วยให้
ผิวมีสุขภาพดีขึ้นอีกครั้ง
ขั้นตอนสอง
เมื่อผิวมีสุขภาพที่ดีแล้ว จึงเริ่มใช้ Hydroxy acid หรือ Retinoic acid
เพื่อเร่งการกำจัดรอยแผล
มีหลายวิธีที่ทำเป็นประจำวันแล้วจะช่วยกำจัดปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับรอยแผลบนผิวได้ (รอยแผล
และหลุม, ติ่งเนื้อ, ไฝ, จุดด่างดำจากแสงแดด, รอยแตกลาย, หูด, ฝ้า-กระ และอื่น ๆ)
แต่
เมื่อเทียบกับการใช้กลุ่มของHydroxy acid ชนิดเข้มข้นปานกลาง ร่วมกับการใช้ SRCP
เป็นประจำทุกวัน Hydroxy acid จะค่อยๆคลายเนื้อเยื่อใต้แผลบนผิวออก ในขณะที่
SRCP จะช่วยสร้างผิวใหม่
ขั้นตอนนี้จะค่อยเป็นค่อยไป แต่จะให้ผลที่ดีเยี่ยม และไม่ก่อให้
เกิดการระคายเคืองผิว
ในการกำจัดรอยแผลนั้นให้ใช้
Hydroxy acid (BHA
2%/AHA8%)ในตอน
เช้า เพื่อทำหน้าที่ขัดถูที่บริเวณรอยแผล
ส่วนในตอนกลางคืนให้ทาด้วยผลิตภัณฑ์
SRCP (Skin Remodeling Copper Peptide)
การใช้ Hydroxy acid ชนิดเข้มข้น ร่วมกับผลิตภัณฑ์ของ Skin Biology นั้นให้ผลเร็ว
แต่ก็อาจเกิดการระคายเคืองได้บ้างเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ในปริมาณที่เข้มข้น ดังนั้นจึงควร
ใช้ด้วยความระมัดระวัง
การใช้ Retinoic acid หรือการขัดผิว เช่น การขัดผิวด้วยอัญมณี, subcision
ก็ช่วยเร่ง
การกำจัดรอยบนผิวได้
การจะใช้ Hydroxy acid และ SRCP ให้ได้ผลนั้นควรใช้ทุกวัน
บางรายที่มีรอยแผลรุนแรงนั้นมีประสบการณ์ที่ดีในการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้
วันละ 4 ครั้ง (เช่น ใช้ Hydroxy acid ตอน 8 โมงเช้า, SRCP ตอนกลางวัน,
ทา Hydroxy acid อีกครั้งตอน 5 โมงเย็น และ SRCP อีกครั้งตอนก่อนนอน)
ผลที่ได้ก็คือรอยแผลจะจางลงภายในหนึ่งเดือน แต่รอยแผลเก่า เช่น รอยแตกลาย
แผลคีลอยด์ อาจใช้เวลาประมาณ 6-8 เดือน
จึงค่อย ๆ จางไป ผิวก็จะกลับสู่สภาพเดิม
ก่อนถูกทำลาย
การใช้ Hydroxy acid ที่มีความเข้มข้นสูงนั้น ก็จะทำให้ผิวไวต่อแดดมากขึ้น
ดังนั้นควรใช้
ผลิตภัณฑ์กันแดดที่เป็น physical เช่น pure titanium dioxide
จำไว้ว่าการกำจัดรอยแผลออกไปนั้นต้องใช้ความสมดุล
การใช้ผลิตภัณฑ์ที่กำจัดรอยบนผิวมาก
ไปก็จะทำให้เกิดรูบนผิว ในขณะที่หากใช้ SRCP น้อยเกินไปก็จะไม่เกิดผล ขึ้นอยู่กับประเภท
และสภาพผิว คุณอาจต้องใช้ผลิตภัณฑ์ลดรอยแผลมาก หรือน้อยแตกต่างกันไป โดยปกติแล้ว
การเริ่มทีละน้อยเป็นการดีที่สุด เพื่อให้ผิวรับกับผลิตภัณฑ์ได้โดยไม่เกิดปัญหา
Hydroxy acid และ SRCP ทำงานอย่างไร
Hydroxy acid เช่น Salicylic acid และ Lactic acid
นั้นได้ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่
หลายในการผลัดลอกเซลล์ผิว ซึ่งจะช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก และยังช่วยคลาย
เนื้อเยื่อที่รอยแผลสิว, ติ่งเนื้อ, รอยแตกลาย, จุดด่างดำจากแสงแดด และไฝ
ความลับของการใช้ Hydroxy acid คือ ผิวปกติที่มีสุขภาพดีจะมีภูมิต้านทานกรดเหล่านี้ได้
และผิวที่ถูกทำลายด้วยกรดเหล่านี้ก็จะได้รับการซ่อมแซมอย่างรวดเร็วด้วยผลของ SRCP
รอยแผลส่วนใหญ่นั้นมักมีความต้านทานต่ำต่อการรักษาด้วยวิธีนี้ จึงให้ผลค่อนข้างช้า การ
ระคายเคืองที่เกิดจากการใช้ Hydroxy acid นั้นยังช่วยกระตุ้นเอนไซม์และเซลล์ซึ่งเป็นภูมิ
คุ้มกัน อันจะช่วยกำจัดผิวที่ถูกทำลายและรอยแผลได้
ผลที่ได้เมื่อใช้ Hydroxy acid เป็นเวลา 1 เดือน หรือนานกว่านั้น จะค่อย ๆขจัดรอยแผลออก
ไป
และผิวใหม่ที่ดีก็จะขึ้นมาแทนที่ ผิวจึงเรียบเนียน
ซึ่งประเด็นสำคัญอยู่ที่การใช้เทคนิคผลัดลอกเซลล์ผิวซึ่งต้องใช้ Hydroxy acid ที่เข้มข้น
(หรือสารผลัดลอกตัวอื่นเช่น TCA หรือ phenol) มาทาที่ผิวการผลัดลอกเซลล์ผิวนั้นจะให้
ผลดีมากเมื่อใช้ตามคำแนะนำ ด้วยความระมัดระวัง อย่างไรก็ดี
อาจเกิดการระคายเคืองได้บ้าง
หากว่าการตอบสนองการสร้างผิวใหม่นั้นไม่เพียงพอในการรักษาผิวที่เป็นผลมาจากการทำงาน
ของกรดที่ใช้ผลัดลอกเซลล์ผิว หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ถ้าผิวมีการสร้างเซลล์ใหม่น้อยเกินไป
สาร
ผลัดเซลล์ก็อาจทำให้เกิดการอักเสบหรือเกิดรอยแผลได้ Hydroxy acid และ SRCP
นั้นจะ
ช่วยเสริมประสิทธิภาพของกันและกัน การทา Hydroxy acid อย่างต่อเนื่องนั้นช่วยคลาย
เนื้อเยื่อของรอยแผลออก ส่วน SRCP ก็จะข่วยสร้างผิวใหม่ที่มีสุขภาพดี, เรียบเนียน เมื่อมี
การสร้างผิวใหม่ขึ้น และรอยแผลได้ถูกกำจัดออกไป ความยืดหยุ่นของผิวก็จะทำให้ผิวเนียนขึ้น

ลดรอยแผลสิว และหลุมจิกลึก
การลดรอยแผลสิวนั้น ควรต้องระวังไม่ให้เกิดการอักเสบลุกลามของสิว
วิธีการต่อไปนี้เป็นวิธีที่
พบว่าได้ผลกับผู้ใช้
ทั้งช่วยป้องกันและลดการเกิดสิว ลดรอยแผลสิว และหลุมจิกลึก
ทั้งรอยแผล
สิวและจุดด่างดำต่างๆ สำคัญตรงที่ต้องใช้ความอดทน และทำอย่างต่อเนื่องในการรักษารอย
แผลสิว
1. ในตอนเช้า เช็ดหน้าด้วยสำลีชุบ salicylic acid 2%
2. หลังจากเช็ดหน้าแล้ว ทา Exfol serum แต่เพียงบาง ๆ ให้ทั่วใบหน้า
แล้วทิ้ง
ไว้ไม่ต้องล้างออก
3. ตอนกลางคืน หลังล้างหน้าแล้ว ทา Super CP serum บาง ๆ ทั่วใบหน้า
แล้ว
ทิ้งไว้ไม่ต้องล้างออก ช่วงแรกที่เริ่มใช้ ให้ใช้ได้มากสุด 4 หยดเท่านั้น
เมื่อเวลา
ผ่านไปสักระยะ จึงค่อย ๆ เพิ่มปริมาณได้ตามความจำเป็น และใช้เพียงวันละ
หนึ่งครั้ง
4. สำหรับหลุมจิกลึก
ให้ใช้ Hydroxy acid เข้มข้น หรือ retinoic acid
ตอนเช้า
5. ทุกๆ สองสัปดาห์ ใช้แผ่นแปะลอกสิวเสี้ยนในบริเวณที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดสิวได้
ควรระวังอย่าใช้บ่อยเกินไปในบริเวณที่อาจระคายเคือง
6. บางรายใช้วิธีการต่าง ๆ ดังกล่าวมาแล้ว ร่วมกับการใช้ผลิตภัณฑ์ต้านการเกิดสิว
(เช่น benzoyl peroxide หรือ Retin-A) วันเว้นวัน สลับกันไป
7. ผลิตภัณฑ์ต้านการเกิดสิว และ Super CP serum
อาจทำให้เกิดผิวแห้งได้บาง
รายเมื่อนำมาใช้ร่วมกัน ดังนั้นจึงควรใช้น้ำมันอีมูเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว
ซึ่งน้ำมันอีมูไม่ทำให้เกิดสิวเพิ่ม
การลดติ่งเนื้อ
ติ่งเนื้อมักเป็นติ่งเล็กๆ ซึ่งไม่เป็นอันตรายใดๆ มักเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และการใช้ Hydroxy
acid ก็เป็นตัวหนึ่งที่ช่วยกำจัดติ่งเนื้อออกไปได้ การใช้ SRCP ก็ช่วยในการรักษาเนื้อเยื่อผิวปกติ
รอบๆ
ติ่งเนื้อได้วิธีการดูแลรักษาติ่งเนื้อที่พบว่าได้ผลดีจากลูกค้าหลายๆ ราย ติ่งเนื้อบางที่นั้น
กำจัดออกไปยากกว่าปกติ แต่ก็จะเห็นผลจากการใช้วิธีนี้ได้อย่างชัดเจนในประมาณ 1 เดือน
1. ในตอนเช้า ทา Exfol cream (เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ BHA)
ตรง
บริเวณที่เป็นติ่งเนื้อ
2. ทา Exfol cream เพิ่มได้ระหว่างวัน แต่ให้ลดปริมาณในการทาแต่ละครั้ง
หากมีความรู้สึกว่าระคายเคือง
3. ตอนกลางคืนทา TriReduction with Retinol หรือ Super Cop หรือ
Super Cop 2X ที่บริเวณติ่งเนื้อ (เลือกทาอย่างใดอย่างหนึ่ง)
4. สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ SRCP ได้ในตอนเช้า (ไม่มีข้อห้าม)
แต่เนื่องจากสีของผลิตภัณฑ์ออกสีน้ำเงิน คนส่วนใหญ่เข้าใจเอาเองว่าสีจะเลอะ ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้
สีของ copper เลอะเทอะอย่างที่เข้าใจ
บางครั้งการทา Exfol cream ก็อาจมีอาการระคายเคืองเล็กน้อย หากเกิดอาการดังกล่าว
ควรลด
ความถี่ในการทา หรือเว้นระยะเวลาในการทาเพื่อเลี่ยงอาการดังกล่าว
ลดรอยแตกลาย
รอยแตกลายเกิดขึ้นเมื่อมีการยืดตัวของผิวมากเกินไป
ส่วนใหญ่พบในผู้ที่ตั้งครรภ์ หรือผู้ที่ชอบ
เพาะกาย วิธีการดูแลผิวที่มีปัญหาลักษณะนี้ อาจใช้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน จึงจะเริ่มเห็นผล
และจะเห็นผลชัดเจนมากขึ้นเมื่อรักษาต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ควรอดทนในการใช้วิธีต่าง ๆ นี้ เพราะ
ได้ผลแน่นอน
เนื่องจากมีรายงานจากหญิงที่ตั้งครรภ์ที่มีอายุมากกว่า 30 ปี ว่าพวกเธอสามารถ
กำจัดรอยแตกลายออกได้ด้วยวิธีนี้
1. ในตอนเช้า ทา Exfol cream บริเวณที่มีรอยแตกลาย
2. ทา Exfol cream เพิ่มได้ระหว่างวัน แต่ให้ลดปริมาณในการทาแต่ละครั้ง
หากมีความรู้สึกว่าระคายเคือง
3. ตอนกลางคืนทา TriReduction with Retinol บริเวณที่เป็นรอยแตกลาย
4. สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ SRCP ได้ในตอนเช้า (ไม่มีข้อห้าม)
แต่เนื่องจากสีของผลิตภัณฑ์ออกสีน้ำเงิน คนส่วนใหญ่เข้าใจเอาเองว่าสีจะเลอะ ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้
สีของ copper เลอะเทอะอย่างที่เข้าใจ
ลดรอยด่างดำจากการทำลายของแสงแดด
ผิวหมองคล้ำอันเนื่องมาจากการถูกแสงแดดทำลาย
โรคผิวหนังอื่นๆ ที่เกิดจากการทำลายของ
แสงแดด (actinic keratosis) จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ SRCP ร่วม
กับผลิตภัณฑ์ BHA หรือ Retinol จะเริ่มเห็นผลได้เมื่อใช้ประมาณ 1 เดือน
ว่าความหยาบ
หนาของผิวบริเวณที่มีปัญหานั้นลดลง หลังการใช้ประมาณ 1 สัปดาห์ จะสังเกตเห็นว่าผิวจะลอก
เป็นแผ่นเล็ก ๆ รอบนอกของผิวที่มีปัญหา ซึ่งจะทำให้ผิวบริเวณที่เป็นนั้นมีขนาดเล็กลง และบาง
ลงวิธีการต่อไปนี้เป็นวิธีที่พบว่าได้ผลกับผู้ใช้
1. ในตอนเช้า ทา Exfol cream บริเวณที่เป็นรอยจากการทำลายของแสงแดด
2. ทา Exfol cream เพิ่มได้ระหว่างวัน แต่ให้ลดปริมาณในการทาแต่ละครั้ง
หากมีความรู้สึกว่าระคายเคือง
3. ในตอนกลางคืนทาผลิตภัณฑ์ SRCP บริเวณที่มีปัญหา ผลิตภัณฑ์ SRCP
ที่
เหมาะที่สุดในการรักษาปัญหานี้คือ TriReduction หรือ Super Cop
โดย
เริ่มทาแต่เพียงบาง ๆ ก่อน ส่วนบริเวณที่บอบบางเช่นหน้าอก ควรใช้ผลิตภัณฑ์
Protect & Restore บริเวณหน้าอก, หัวนม และร่องอก
4. สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ SRCP ได้ในตอนเช้า (ไม่มีข้อห้าม)
แต่เนื่องจากสีของผลิตภัณฑ์ออกสีน้ำเงิน คนส่วนใหญ่เข้าใจเอาเองว่าสีจะเลอะ ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้
สีของ copper เลอะเทอะอย่างที่เข้าใจ
กำจัดไฝ
ไฝนั้นสามารถกำจัดออกได้อย่างช้าๆ และกำจัดออกได้ด้วยการใช้ Hydroxy acid อย่างอ่อน
และ copper peptide อย่างไรก็ดี หากต้องการเห็นผลเร็วขึ้น ก็ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่เข้มข้นขึ้น
คลินิกผิวหนังบางแห่งทา glycolic acid 70% ลงไปที่ไฝประมาณ 6 นาที
ซึ่งการทำขั้นตอน
นี้ควรทำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เมื่อล้าง glycolic acid ออกแล้วจึงทาด้วยผลิตภัณฑ์
copper peptide เช่น CP serum ควรใช้ CP serum ในตอนกลางคืนต่ออีกประมาณ
หนึ่งสัปดาห์
เมื่อทำขั้นตอนต่าง ๆ แล้ว
ไฝก็จะลดลงจนสังเกตเห็นได้
หากต้องการให้ได้ผลเร็วขึ้นการใช้ Hydroxy acid ที่เข้มข้นก็จะช่วยเร่งกระบวนการต่างๆ ได้
เร็วขึ้น อย่างไรก็ดี การใช้ Hydroxy acid ที่เข้มข้นมากก็อาจเพิ่มโอกาสในการระคายเคือง
หรือ
ผิวไหม้จากเคมีได้ ผลิตภัณฑ์ที่เข้มข้นที่สุดของเราคือ Salicylic acid 2% ที่ค่า pH 3.2
ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม และตามคลินิกต่างๆ ใช้ Salicylic acid 10% หรือ AHA 30-70%
ในการสลายเนื้อเยื่อแผลเป็น จากนั้นจึงทาด้วยผลิตภัณฑ์ copper peptide -
Hydroxy acid
ที่เข้มข้นมาก
หาได้จากผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม และผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
บางรายใช้สำลีแผ่น (17-40% Salicylic acid) และ Salicylic acid (12-17%)
ที่ใช้เพื่อ
กำจัดตาปลาและหูด ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลดีในปัญหาผิวหลายๆ ประเภท แต่ควรใช้ด้วยความระมัด
ระวัง
และไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มากเกินไป การใช้แผ่นสำลีที่มี Salicylic acid
นั้นใช้
แค่เพียงวันละหนึ่งครั้งเท่านั้น หรือในวันที่ไม่ได้ใช้ SRCP
การขัดผิว และลดรอยแผล
วิธีการขัดผิวอย่างอ่อนโยน เช่นการขัดผิวด้วยอัญมณี และ subcision นั้นจะช่วยเร่งการลด
รอยแผล เมื่อใช้ร่วมกับ Hydroxy acid และผลิตภัณฑ์ SRCP รอยแผลเก่านั้นบางครั้ง
จะมีลักษณะหยาบหนา กำจัดออกยาก และการทำลายเนื้อเยื่อรอยแผลด้วยการขัดผิวอัญมณี,
ผ้าขัดผิว หรือ subcision
จะเป็นการเปิดผิวให้ Hydroxy acid เข้าไปทำหน้าที่คลายเนื้อ
เยื่อแผลได้ สำหรับแผลที่มีเนื้อนูนขึ้นมานั้น การขัดผิวด้วยอัญมณีจะช่วยได้มาก สำหรับแผล
ที่เนื้อยุบลงไป เช่นรอยหลุมจิกลึก การทำ subcision โดยผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม จะช่วย
ทำลายเนื้อเยื่อพังผืดที่อยู่ลึกลงไปใต้ผิวให้หลุดออก
ในขั้นตอนนี้การใช้เข็ม (คล้ายกับเข็มของ
เครื่องสักผิว) จะช่วยไปกระตุ้นคอลลาเจนที่รอยแผล
เพื่อให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้น
มาแทนที่ จะเห็นผลได้ชัดเจนเมื่อทำหลายๆ ครั้ง
การใช้เทคนิคเสริมเพื่อเร่งปฏิกริยาตามปกติข้างต้น
ให้สามารถเห็นผลได้อย่าง
รวดเร็ว
การนำเอาจุดเด่นประโยชน์ของแต่ละวิธีมาผสมผสานให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดโดยการใช้
ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามพวกเขาใช้ CP serum
และ Exfoliating Serum ทาบริเวณที่ผ่าน
การทำ needling และพบว่าเห็นผลดีขึ้น เร็วขึ้นกว่าปกติ อย่างไรก็ดี ไม่ควรทา copper peptide
ลงบนผิว จนกว่าแผลจะแห้ง และไม่มีเลือดไหลออกมา ไม่ควรทาบนแผลสด
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
คลิกที่นี้
( เทคนิค Masotherapy / Skin Needling
การใช้ลูกกลิ้งเข็มมากระตุ้นผิวหนัง
โดยใช้ระบบ
อิมมูนของร่างกายให้เกิดการสร้าง
GHK-Cu
มากระตุ้นให้เกิดการสร้าง
collagen / Elastin
เกิดขบวนการสร้างเนื้อเยื้อและการจัดเรียงตัวใหม่
ช่วยเป็นการนำสาร
คอปเปอร์
เปปไทด์เข้า
สู่ชั้น
Dermis ได้มากกว่าการทาผ่านผิวหนังถึง
40 เท่า โดย BHA/AHA
จะละลาย Fibrous
tissue
บนผิวเก่าออก)
ก่อนที่จะเข้าไปศึกษาเทคนิคการผสมผสานของวิธี
Skin Needling / Masotherapy
ควรได้ทำการศึกษาทำความเข้าใจองค์ประกอบอื่นๆก่อน
ท่านจะเข้าใจหลักการที่ถูกต้อง
พร้อมสามารถทำได้ด้วยตนเอง
Facial
Mesotherapy - Skin Needling - Derma Roller Technique
สนใจผลิตภัณฑ์
Copper Peptide/Exfoliating Serum คลิกช็อปปิ้ง

|