BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

 


BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

 
Google
Search WWW Search thailabonline.com
top   




5 Winter Super Foods
    อาหาร 5 ชนิดสำหรับหน้าฝน

  สมุนไพรในครัวช่วย  
    รักษาโรคเบาหวาน

ภาวะท้องผูกการแก้
    ปัญหาโดยวิธีธรรมชาติ

สารสกัดที่ได้จากใบแปะ
    ก๊วยช่วยโรคสมองเสื่อม

กวาวเครือออกฤทธิ์
    มีผลอย่างไรบ้าง
ถ้าคดในข้อ งอใน
   
กระดูกใช้แพทย์ทางเลือก
ไคโรแพรกติก  
   
ดุลยภาพจากกระดูก
    สันหลังโดยการใช้มือ
โรคกระเพาะอาหาร
การใช้ยาในผู้สูงอายุ 
   (Drug use in the
   elderly)
ฮอร์โมนจากพืช /  
   สมุนไพรช่วยแก้ปัญหา
   เนื่องจากขาดฮอร์โมน
   ในสตรีวัยทอง
โรคอ้วน / ความอ้วน
   ทราบได้อย่างไรว่าอ้วน
   อ้วนแล้วจะทำอย่างไร


 Facts About
Weight-Loss 
 Diets and Programs




Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้




Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์




  สมุนไพรในครัวช่วยรักษาโรคเบาหวาน

นักวิจัยพบว่า อบเชย สามารถบรรเทาโรคเบาหวานแบบที่เป็นกับ
ผู้สูงอายุให้ทุเลาลงได้
นักโภชนาการได้ทำการวิจัย เปิดเผยข้อมูล
ว่าแม้จะยังไม่ถึงขั้นสกัดสารสำคัญจากอบเชย แต่ก็แนะนำว่า
สำหรับผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานแบบที่สอง หรือแบบที่ยังไม่ต้องพึง
พาอินซูลิน ให้ทานหรือเพิ่มการรับประทานอบเชยโดยการใส่อบเชย

ลงในอาหาร เครื่องดื่ม เช่น น้ำส้ม กาแฟ หรือข้าวต้ม วันละประมาณ 1/4 ช้อน
กาแฟโดยจากการวิจัยในห้องปฏิบัติการวิจัยการเกษครกรรมในสหรัฐอเมริกา
 อ้างหลักฐานว่า อบเชยจะช่วยจุดไฟให้แก่เซลล์ไขมันจากเบาหวานแบบที่สอง
ให้กลับปฏิบัติตามอินซูลินให้เร่งเผาผลาญกลูโคสที่เกิดจากการทานอาหารได้
เพิ่มขึ้นถึง
20 เท่า โดยในการทดลองกับหนูมีรายงายว่า ระดับความเข้มข้นของ
กลูโคสในหนูที่เป็นเบาหวาน ได้ลดลงมากเมื่อให้สารสกัดอบเชยกับหนูทดลอง
หนูที่มีความดันโลหิตสูงอยู่ด้วยก็มีระดับความดันพลอยลดลงด้วย
   โฆษกสมาคมแพทย์โรคเบาหวานของอังกฤษให้ความเห็นว่า การค้นคว้าเรื่อง
นี้เป็นที่น่ายินดี อังกฤษเองมีผู้ป่วยเบาหวานแบบที่สองนี้ถึงสองล้านคน แต่ก็ขอ
เตือนว่าอาจจะยังเร็วเกินไปที่จะแนะนำให้ผู้ป่วยกินอบเชย เพื่อเยียวยาอาการ
โดยตรงที่สำคัญชาวเบาหวานทั้งหลายคงต้องรอติดตามผลการวิจัยต่อไปอยู่
ระหว่างรอเราก็มาทานอบเชยเป็นตัวเสริมกันไปก่อน


 

 

 

 


  ภาวะท้องผูกและการแก้ปัญหาโดยวิธีธรรมชาติ

นิสัยการถ่ายอุจจาระนั้นแตกต่างกันไปของแต่ละคน    ซึ่งขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง
เช่นลักษณะอาหาร ปริมาณเครื่องดื่ม กิจกรรมแต่ละวัน
ตลอดจนยาที่รับประทาน
เป็นประจำ พันธุกรรม ก็มีผลต่อปัญหาท้องผูกได้ด้วย การหมั่นสังเกตุการเปลี่ยน
แปลงอย่างผิดปกติของตัวเองจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะถ้ามีปัญหาเรื่องท้อง
ผูกเป็นประจำอย่างต่อเนื่องควรได้มีการปรึกษาแพทย์

หมอกับคนไข้มักจะทะเลาะกันเรื่องปัญหาท้องผูกเป็นประจำ เพราะในความหมาย
ของหมอท้องผูกก็คือ อาการถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์
  โดยปกติแล้วส่วนใหญ่
จะถ่ายอุจจาระวันละครั้ง แต่สำหรับคนบางคนการถ่ายสามวันครั้งอาจเป็นเรื่องปกติ
และการไม่ถ่ายเพียงวันสองวัน จากที่เคยเป็นปกติก็ไม่ใช้เรื่องที่น่าเป็นห่วงแต่ประ
การใด แต่ถ้าท้องผูกติดต่อกันหลายวัน   รวมทั้งมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่น ปวดท้อง 
ท้องอืด น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วโดยไม่มีสาเหตุ ตัวบวม อุจจาระแข็งมาก
 
หรือมีเลือดปนออกมาด้วย ควรพบปรึกษาแพทย์ทันที

การแก้ปัญหาท้องผูก
เป็นที่ยอมรับกันว่าปัจจัยที่เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการท้องผูกมักเกิดจาก
นิสัยการทานอาหารที่ไม่ดี คนที่มีปัญหาท้องผูกควรพยายามลดอาหารพวกโปรตีน
และไขมัน
อาหารสำเร็จรูปหรืออาหารปรุงแต่งทั้งหลาย เช่นถ้าหากคุณรับประทาน
อาหารสำเร็จรูปที่ไม่ค่อยมีกาก เช่น บะหมี่ ขนมที่ทำจากแป้งขัดขาว เมื่อผ่าน
ขบวนการย่อยและดูดซึมอาหารไปแล้วจะเหลือกากเพียงเล็กน้อย เมื่อมาถึงลำไส้
ใหญ่กากที่มีปริมาณเพียงเล็กน้อย ไม่อาจจะไปกระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกอยากถ่าย
เมื่อรอให้มีการสะสมกากอาหาร
ลำไส้ใหญ่ก็มีการดูดน้ำกลับทำให้กากอาหารมี
ความแข็งมากขึ้นทำให้ขับถ่ายได้ยากขึ้น ยิ่งมีการสะสมกากจากเนื้อสัตว์นานวันก็
จะทำให้เนื้ออุจจาระเหนียวและแข็ง บูดเน่าเกิดแก็สทำให้เกิดอาการท้องอืดแน่น
ไม่สบายกายอีกด้วย
การแก้โดยการเริ่มต้นแก้ไขนิสัยการกินอาหารใหม่ โดยการเน้นทานผักตามธรรม
ชาติ ผลไม้ ข้าวกล่อง ข้าวไม่ขัดขาว ธัญพืช ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีเส้นใยกากอาหารมาก  
โดยเส้นใยอาหารจะไปช่วยเพิ่มเนื้ออุจจาระให้มากขึ้น    สามารถช่วยลดการดูดน้ำ
กลับเข้าสู่ร่างกายทำให้เนื้ออุจจาระไม่แข็งเร็วเกินไป ช่วยกระตุ้นให้เกิดการบีบตัว
ของลำไส้ใหญ่เป็นการกระตุ้นให้มีการอยากถ่ายอุจจาระมากขึ้นแทนที่จะเป็นหลาย
ๆวันต่อครั้งอย่างเช่นในอดีต

ความเครียดก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ เช่นเดียวกับการหมั่น
ออกกำลังกาย เช่นการเต้นแอโรบิค โดยการออกกำลังกายประมาณวันละ 20 นาที
จะช่วยให้การถ่ายอุจจาระง่ายขึ้นได้

การลองพยายามปรับปรุงนิสัยและพฤติกรรมการขับถ่ายอย่างเป็นธรรมชาติขั้นต้น
ก่อน หากยังไม่ได้ผลจึงจะใช้ยาระบายช่วยเสริม พึงระลึกไว้ว่าหากไม่เปลี่ยนหรือ
แก้ไขลักษณะการบริโภคโดยการพยายามใช้ยาระบายเพียงอย่างเดียว เมื่อใช้ไป
ได้สักระยะก็จะเริ่มไม่ค่อยได้ผลและต้องเพิ่มปริมาณยาระบายมากขึ้นเรื่อยๆ และ
เมื่อใดที่งดยาระบายอาการท้องผูกก็จะกลับมาใหม่และอาจหนักกว่าเดิม

การพยายามดูแลรักษาตัวเองไม่ให้ท้องผูกจะสามารถช่วยลดอาการที่ไม่พึงปราถนา
อีกหลาย โรคเช่น ริดสีดวงทวาร เส้นเลือดขอด อาการแน่นท้อง ท้องอืด การใช้เวลา
นานกว่าจะถ่ายได้ในแต่ละครั้ง เส้นใยอาหารนับเป็นหัวใจในการป้องกันท้องผูกโดย
วิธีแบบธรรมชาติ

เส้นใยอาหารหรืออาหารที่มีกากเส้นใยสูง (Dietary fibre) จัดเป็นกลุ่มอาหารเสริม
เพื่อสุขภาพ ในขณะนี้ทางการแพทย์ได้ทำการวิจัยเรื่องความสำคัญของใยกากอาหาร
ในชีวิตประจำวัน ผลปรากฏว่าเส้นใยอาหารนั้นได้ช่วยบรรเทาอาการของโรคต่างๆ
ได้มากมาย เช่น โรคท้องผูก  เบาหวาน  ไขมันในเลือดสูง และมะเร็ง.ในลำไส้ใหญ่ 
เป็นต้น

ใยอาหารสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญๆคือ
- ชนิดที่ไม่ละลายน้ำ (Insuluble fibre)   เกิดจาก  (Cellulose + hemicellulose + 
Lignin) สามารถดูดซับน้ำไว้กับตัวได้มาก ดังนั้นในกลุ่มนี้จำเป็นต้องทานน้ำตามด้วย
ในปริมาณมาก เมื่อบริโภคใยอาหารจะไปช่วยทำอิ่มเร็ว ในขณะที่กากใยอาหารจะไป
ข่วยป้องกันไม่ให้เนื้ออุจจาระแข็งเกินไป สามารภทำให้ขับถ่ายออกมาได้อย่างรวด
เร็ว ช่วยไม่ให้มีสารพิษสกปรกสะสมตกค้างในร่างกาย ใยอาหารประเภทนี้พบมาก
ในรำธัญพืชต่างๆ ถั่วต่างๆโดยเฉพาะพวกถั่วเปลือกแข็ง รำ ข้าวสาลี เป็นตัวอย่างที่ดี

- ชนิดที่ละลายได้ในน้ำ(Soluble fibre) เกิดจาก pectin + gum ความสามารถคือ
สามารถดูดซึมน้ำเหมือนกัน แต่จะรวมตัวกับอาหารต่างๆในกระเพาะเป็นรูปของเจล
หรือหนืดแล้วเคลื่อนตัวออกจากกระเพาะไปสู่ลำไส้อย่างช้าขณะเดียวกันก็จะเคลือบ
ไปกับผนังลำไส้ ช่วยทำให้หิวช้าลง ช่วยลดการดูดซึมสารอาหารบางอย่างเข้าสู่ร่าง
กายและควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี ตัวอย่างได้แก่ พืชตระกูลถั่วต่างๆ รำข้าวโอ๊ต และ
ผลไม้ จะมีใยประเภทนี้สูง สำหรับผู้เป็นเบาหวาน ถั่วจะเป็นแหล่งเส้นใยได้ดีกว่า
ผลไม้เพราะมีระดับน้ำตาลน้อยกว่า

อย่างไรก็ตามจากการวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างใยอาหารกับโรคต่างๆ ทั่งที่ยังดำเนิน
การวิจัยอยู่ เห็นได้ชัดเจนว่าโรคท้องผูกและโรคที่เกี่ยวเนื่องกันเช่น ริดสีดวงทวาร  
และมะเร็งในลำไส้ใหญ่ อาการต่างๆจะดีขึ้นเมื่อบริโภคอาหารที่มีเส้นใยสูง  สำหรับ
ผู้ป่วยเบาหวานอาหารเส้นใยชนิดละลายในน้ำได้จะช่วยทำให้การดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่
เส้นเลือดได้ช้าลงทำให้ช่วยลดการต้องการใช้อินซูลินได้

สำหรับผู้ที่มีระดับไขมันโคเลสเตอรอลในเลือดสูง การพยายามลดอาหารพวกไขมัน
ลงและทานอาหารเส้นใยสูงพบว่าสามารถลดระดับไขมันร้ายชนิด LDL Cholesterol 
ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดการอุดตันของเส้นเลือดได้ โดยไม่ไปลดระดับของไขมันดี
ชนิด HDL Cholesterol ปริมาณกากเส้นใยสูงที่บริโภคในแต่ละวันควรมีปริมาณพอดี
ไม่มากหรือน้อยเกินไป สำหรับผู้ที่มีสุขภาพปกติดีควรได้รับประมาณ 30 กรัมต่อวันก็
เพียงพอไม่ให้เกิดปัญหาต่างๆข้างต้นได้ เพียงแต่ควรหมั่นรับประทานเป็นประจำอย่าง
สม่ำเสมอ

ข้อควรปฏิบัติเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณเส้นใยอาหารในชีวิตประจำวัน เช่น
1. รับประทานผัก ที่ทำความสะอาดแล้ว ผลไม้สดที่ไม่ต้องปอกเปลือกให้มากขึ้น
 เช่น  แตงกวา ฝรั่ง แอปเปิ้ล องุ่น ละมุด
2. รับประทานอาหารประเภทถั่วเปลือกแข็ง ผลิตภัณฑ์จากถั่วทุกชนิดให้มากขึ้น 
( ยกเว้นในกลุ่มผู้มีปัญหาเกี่ยวกับกรดยูริคในเลือดสูง)
3. รับประทานผักผลไม้แทนอาหารหวาน หลังรับปรทานอาหาร เช่น แคร็อท แตง
แคนตาลูป เป็นต้น
4. หมั่นรับประทานผักสด หรืออย่างน้อยวันละ 1-2 ถ้วย
5. หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่ผ่านขบวนการทำลายเส้นใยอาหาร เช่น การขัดสี 
การคั้น การเคี้ยวเอาแต่น้ำ

ฝ่ายโภขนาการ โรงพยาบาลพระรามเก้า


 


 


  สารสกัดที่ได้จากใบแปะก๊วยช่วยรักษารักษาโรคสมองเสื่อม
ชาวจีนได้ชื่อว่าเป็นเจ้าตำรับสมุนไพรไม่ว่าจะเป็น  โสม  ตังกุย  ถั่งเฉา   ล้วนเป็น
สมุนไพรจากจีนแผ่นดินใหญ่ หนึ่งในสมุนไพรจีนที่น่านำมากล่าวถึงคือ แปะก๊วย 
(Ginkgo biloba)
ซึ่งชาวจีนนิยมนำเมล็ดมาต้ม รับประทานเป็นของหวาน โดย
เชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ สามารถบำบัดโรคต่างๆ ได้

จากการวิจัยของสถาบันเพื่อการวิจัยทางการแพทย์นิวยอร์ก พบว่า
สารสกัดที่ได้จากใบแปะก๊วย   คือ  สารฟลาโวนอยด์และสารเทอปินอยด์ 
สามารถป้องกันภาวะสมองเสื่อมในวัยชราได้   ซึ่งสารทั้งสองกลุ่มมีฤทธิ์
ต้านอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดใน
สมองและป้องกันการรวมตัวของเกล็ดเลือด    เพราะเมื่อสมองขาดเลือด
ขึ้นไปหล่อเลี้ยงย่อมเสื่อมสมรรถภาพและฝ่อในที่สุด ส่งผลต่อการทำงาน และประสิทธิภาพของสมองทำให้เกิดอาการหลงลืมมากขึ้นในวัยชรา

ในหลายๆ ประเทศให้การยอมรับถึงสรรพคุณของใบแปะก๊วย ในการรักษาโรค
สมองเสื่อมเช่นกัน       จึงมีการนำสารสกัดดังกล่าวมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เสริม
อาหารเพื่อบำรุงสมองและช่วยให้เลือด ไหลเวียนสะดวก      ซึ่งปัจจุบันได้มีการ
พัฒนารูปแบบโดยการนำสารประกอบ จากใบแปะก๊วยมารวมกับฟอสโฟไลปิดส์
ให้อยู่ในรูปของไฟโตโซม (phytosome) ซึ่งช่วยให้การดูดซึมที่ผนังลำไส้เล็ก
ดีขึ้น ทำให้ร่างกายสามารถนำเอาสารสกัดจากใบแปะก๊วยนี้ไปใช้ประโยชน์ได้
มากขึ้น

ดังนั้น เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมีฤทธิ์ในการรักษา ควรพิจารณาที่
ปริมาณสารสำคัญว่ามี สารฟลาโวนกลัยโคไซด์ กิงโกไลด์เอ บี ซี และ เจ 
และบิโลบาไลด์
ตามกำหนดในตำรับยาแผนโบราณ ของประเทศเยอรมัน
ประกอบด้วย

  ภญ.รศ.ดร.วันดี กฤษณพันธ์
  ภาควิชาเภสัชวินิจฉัย ม.มหิด


 

 



















 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

 
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine | Aromatherapy |
Health Game Zone


1999-2004 Thailabonline.com. All rights reserved. 
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” and ”AromaEssence” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.