BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

   

top
Aromatherapy Information
and Resources
 ประโยชน์ของการดูแลสุขภาพ
 ด้วยวิธีสุคนธศาสตร์บำบัด

Essential Oils blend 
  น้ำมันหอมระเหยสูตรผสม
  ให้คุณสมบัติที่หลากหลาย
Essential Oil and Their
 aromatherapy properties
  Database

  ฐานข้อมูลน้ำมันหอมระเหย
  คุณสมบัติและประโยชน์ที่ใช้

Uses for Essential Oils 
   ประโยชน์และการนำน้ำมัน
   มาใช้ในการดูแลสุขภาพ
Essential Oils by 
  Therapeutic Effect

   น้ำมันหอมระเหยกับการรักษา
   สุขภาพตามอาการความผิดปกติ
Essential Oil Price list
   ราคาโดยประมาณของน้ำมัน
   หอมระเหย

History of Aromatherapy 
What are Essential Oils? 
Is All the Hype True? 
Safety Information 

Tips for Beginners  
Aromatherapy Diffusers 
General Glossary 

ผลิตภัณฑ์สุคนธศาสตร์บำบัด  
   Aromatherapy products 
   click




Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์



 

 

 

 


  รู้จัก Ginger Oil กันเถอะ / น้ำมันขิง

ดร.รัตนา อินทรานุปกรณ์
งานวิจัยมาตรฐานสมุนไพร


ขิง
(Zingiber officinale Roscoe) เป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดอยู่ในตระกูล
Zingiberaceae เป็นเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอม รสเผ็ด ประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหย (volatile oil) 1-3%
น้ำมันชัน (oleoresin) 4-7.5% แป้ง 40-60% และเมือก1 กลิ่นหอมฉุนและรสเผ็ดในขิงเป็นสารจำพวก
น้ำมันชัน (oleoresin)   ซึ่งประกอบด้วย gingerol หรือ 1-(3-methoxy-4-hydroxyphenyl)-3-keto-5
-hydroxyhexane], shogaol และ zingerone   น้ำมันชันที่เตรียมใหม่ ๆ มี gingerol เป็นองค์ประกอบหลัก
ส่วน shogaol และ zingerone  ไม่เป็นสารที่เกิดตามธรรมชาติ  แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมีขณะที่
เตรียมและเก็บน้ำมันชันนั้นโดย gingerol จะเปลี่ยนเป็น shogaol  ซึ่งมีกลิ่นหอมฉุนมากกว่า gingerol ด้วย
ปฏิกริยา dehydration และเปลี่ยนเป็น zingerone ด้วยปฏิกริยา retro-aldol2 ดังนั้นน้ำมันชันที่มีคุณภาพต่ำ
จะมีปริมาณของ shogaol และ zingerone สูง gingerol ที่มีอยู่ในขิงจะประกอบด้วย [6]-, [8]- และ [10]-
gingerols ในอัตราส่วนต่าง ๆ โดยขิงสดจะมี [6]-gingerol ในปริมาณสูงสุดและจะค่อย ๆ ลดลงตามระยะ
เวลาและสภาพแวดล้อมของการเก็บรักษา
6-Gingerol (n=4), 8-Gingerol (n=6), 10-Gingerol (n=8)

6-Gingerol (n=4), 8-Gingerol (n=6), 10-Gingerol (n=8)

Zingerone R = CH3

 

ขิงนอกจากจะใช้ปรุงอาหาร ทำเครื่องดื่มแล้ว ยังใช้ทำเป็นยาและเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางด้วย
ในทางยามีฤทธิ์ขับลม  ช่วยย่อยอาหาร บำบัดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ1  เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยซึ่งเป็น
องค์ประกอบในขิงจะไปกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อที่ระบบทางเดินอาหารให้มีการบีบตัวมากขึ้น  จึง
เกิดการขับลมออกมา     ขิงยังมีฤทธิ์ป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนในเวลาเดินทางอันเนื่องจากการขึ้นรถ
ลงเรือ  หรือขึ้นเครื่อง (motion sickness)  ได้เป็นอย่างดี3   โดยขิงจะออกฤทธิ์โดยตรงต่อระบบทางเดิน
อาหาร (digestive system) จึงมีความปลอดภัยสูงและไม่ทำให้เกิดอาการง่วงนอน (drowsiness)  ซึ่งเป็น
ฤทธิ์ข้างเคียงที่พบในยาแผนปัจจุบันอันเนื่องจากออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทอัตโนมัติ   (central  nervous
system)   และอาจเป็นอันตรายในกรณีที่ผู้ใช้ยาดังกล่าวแล้วขับรถ (เช่น  dimenhydrinate)   จากเหตุผล
ดังกล่าวทาง European American Phytomedicines Coalition (EAPC)  จึงเรียกร้องให้จัดขิงไว้ในจำพวก
Over-the-Counter (OTC) drug monograph category

 

ในปี  1987  มีการใช้ขิง ป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียน ในผู้ป่วยโรคมะเร็งที่รักษาด้วยเคมีบำบัด
(chemotherapy)3 พบว่าได้ผลดี   ต่อมาในปี 1990 จึงมีการทดลองทางคลินิกในแผนก Anaesthesiology
ของโรงพยาบาล St. Bartholomew's กรุงลอนดอน  โดยใช้ขิงกับคนไข้ 60 คน  เพื่อทดสอบฤทธิ์ป้องกัน
motion sickness พบว่าขิง 1 กรัม สามารถป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนในคนไข้หลังผ่าตัด (postoperative
nausea  and  vomitting)  ได้ดีเทียบเท่ากับยาสงบประสาทที่ใช้กันอยู่ทั่วไป  (conventional  transquilizer
ได้แก่  metoclopramide)  และให้ผลดีกว่า  placebo3   ในปี  1993  มีการทดลองซ้ำแบบ  randomized
double-blind  trial   เพื่อยืนยันประสิทธิภาพของขิงว่าสามารถป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนในคนไข้หลัง
ผ่าตัด จึงทดลองใช้ขิงกับคนไข้ผ่าตัด 120 คน พบว่าได้ผลเช่นเดียวกัน นอกจากนี้นักวิจัยชาวญี่ปุ่นยังค้น
พบว่า ขิงมีฤทธิ์เป็น antioxidant  และป้องกันการเกิด mutagenesis  อันเนื่องจาก tryptophan pyrolysate
ซึ่งเป็น standard mutagen ตัวหนึ่งได้3

 

นอกจากขิงจะสามารถป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนในเวลาเดินทาง  ในคนไข้หลังผ่าตัด  และใน
ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่รักษาด้วยเคมีบำบัด (chemotherapy) แล้ว   ในปี 1990  มีการทดลองใช้ขิงกับหญิงตั้ง
ครรภ์ที่มีอาการอาเจียนอย่างรุนแรง (Hyperemesis gravidatum) 30 คน  พบว่าขิง 1 กรัม ให้ผลอย่างมี
นัยสำคัญและให้ผลดีกว่า placebo อีกทั้งไม่พบ adverse effect ใด ๆ เลย3  แต่จาก monograph ของ The
German Commission E  แนะนำว่าไม่ควรใช้ในหญิงตั้งครรภ์   เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่  testosterone
ถูกยับยั้งไม่ให้รวมกับ fetus   จากข้อแนะนำดังกล่าวจึงนำไปสู่คำถามที่ว่า   ขิงควรใช้หรือมีความปลอดภัย
เพียงพอในการป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนในหญิงตั้งครรภ์ (morning sickness)  หรือไม่เป็นที่ทราบกัน
ดีแล้วว่ามีการใช้ขิงเป็นอาหารและเครื่องเทศทั่วโลกในคนทุกวัยมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล    จึงจัดเป็นพืช
สมุนไพรที่มีความปลอดภัยสูง อีกทั้งไม่เคยมีรายงานค่า LD50 [Lethal dose 50% คือ ปริมาณสาร (มก.)
ต่อน้ำหนักตัว (กก.) ที่ทำให้กลุ่มสัตว์ทดลองตาย 50%] ของสารสกัดอย่างหยาบจากขิง อาจเนื่องมาจาก
ไม่ว่าปริมาณขิงจะมากเท่าใด  ก็ไม่สามารถทำให้สัตว์ทดลองชนิดกัดแทะ (rodents) ตายได้   แต่มีผู้ศึกษา
LD50  ของ  6-gingerol   และ  6-shogaol   ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักในน้ำยาสกัดจากขิง   พบว่ามีค่า
250-680 (มก./กก.)  ตามลำดับ   นั่นหมายถึง LD50 ในคน  ต้องใช้ขิงแห้งมากถึง 3.5-9 กก./ครั้ง
ซึ่งปริมาณดังกล่าวมีความเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ยังไม่เคยพบรายงาน adverse effects ของขิงในวารสาร
แพทย์ใดเลยหรือแม้แต่ในเภสัชตำรับของประเทศต่าง ๆ   เช่น   British,  German,  Swiss,  Japanese,
Chinese, Belgian, Netherlands Pharmacopoeias เป็นต้น   FDA ได้ทำการวิจัยตรวจสอบ adverse effects
ของขิง  และจัดขิงอยู่ในจำพวก  Generally Recognized As Safe (GRAS)   ในประเทศอินเดียและจีนมี
รายงานการใช้ขิงในหญิงตั้งครรภ์เป็นจำนวนมาก แต่ไม่พบ adverse effect เลย3   จึงอาจกล่าวได้ว่า หาก
หญิงตั้งครรภ์ใช้ขิงป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนในปริมาณปกติ (normal dose) จะมีความปลอดภัยสูง

ฤทธิ์ทางด้านเภสัชวิทยาของขิงที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ ขิงสามารถ ลดการอักเสบ (antiinflam-
matory) และลดอาการปวด (analgesic)  ในผู้ป่วยโรค rheumatism ได้ เนื่องจาก gingerol  ซึ่งเป็นองค์
ประกอบสำคัญในขิงมีฤทธิ์ยับยั้งเอ็นไซม์ cyclooxygenase และ 5-lipooxygenase จึงยับยั้งการสังเคราะห์
prostaglandin และ leukotrienes   โดย prostaglandin เป็นสาเหตุของการปวดและบวม (pain and edema
processes)   ส่วน  leukotrienes  เป็นสาเหตุของการอักเสบ (inflammatory process)4  มีการทดลองใช้
non-steroidal antiinflammatory drugs (NSAIDs)  ต้านการอักเสบในผู้ป่วยโรค rheumatism  จำนวน 7
คน ซึ่งมีอายุอยู่ระหว่าง 50-67 ปี พบว่า ยับยั้งการอักเสบได้เพียงชั่วคราว และอาจมีอาการข้างเคียง เช่น
gastro-intestinal irritation  และ  intestinal blood loss  เกิดขึ้นได้   แต่เมื่อผู้ป่วยใช้ขิงสด 5 กรัมต่อวัน
เป็นเวลา 3 เดือน  จะลดอาการปวด  การเคลื่อนไหวของข้อต่อดีขึ้น  ลดการบวมและอักเสบ  อีกทั้งไม่มี
อาการข้างเคียงใด  ๆ  เลย   ต่อมามีการศึกษาใช้ขิงทางคลินิกในผู้ป่วยโรค   rheumatoid   arthritis,
osteoarthritis และ muscular discomfort จำนวน 28, 18 และ 10 คนตามลำดับ พบว่า ผู้ป่วยทุกคนหาย
จากอาการปวดและบวมภายใน 1-3 เดือน4

 

ปัจจุบัน   องค์การเภสัชกรรม  ได้พัฒนายาจากขิงในรูปแคปซูลเพื่อป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียน
ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะผ่านการควบคุมคุณภาพเช่นเดียวกับยาแผนปัจจุบันโดยใช้  gingerol  ซึ่งเป็นองค์
ประกอบสำคัญในการป้องกันอาการคลื่นไส้อาเจียนเป็นสารมาตรฐาน เนื่องจาก gingerol ไม่มีจำหน่ายใน
ท้องตลาด   ดังนั้นทาง  ส่วนงานวิจัยมาตรฐานสมุนไพร  สถาบันวิจัยและพัฒนา  องค์การเภสัชกรรม จึงทำการแยกสกัด [6]-gingerol ออกจากน้ำยาสกัดอย่างหยาบให้อยู่ในสภาพสารบริสุทธ์ เพื่อใช้เป็น Chemical  marker  ในการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ยาแคปซูลขิง   ให้มีคุณภาพทัดเทียมกับยาแผน
ปัจจุบันทั้งในด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย

เอกสารอ้างอิง

1. Bradley P.R. British Herbal Compendium, Vol. I, Companion to Vol. I of the British Herbal Pharmacopoeia. British Herbal Medicine Association, 1992: 112.
2. Chen C.C. and Ho C.T. Chromatographic Analyses of Isomeric Shogaol Compounds Derived from Isolated Gingerol Compounds of Ginger (Zingiber Officinale Roscoe). J. Chromatogr. 1986; 360: 175-184.
3. Fulder S. and Tenne M. Ginger, as an Anti-Nausea Remedy in Pregnancy & The Issue of Safety. Herbalgram. 1998; 38: 47-50.
4. Srivastava K.C. and Mustafa T. Ginger (Zingiber officinale) and Rheumatic Disorders. Medical Hypotheses. 1989; 29 (1): 25-28.


 เลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุคนธศาสตร์บำบัด คลิก - Aromatherapy products click