
เรื่องอาหารการกิน
และการกินอาหาร
เพื่อป้องกันโรค
.
อาหารกับอาการ
ปวดศีรษะ
สารพวกเอมีน
(Amime)
สารประกอบไทรามีน
(Tyramine)
สารไนไตรท์
(Nitrite)
แอสปาร์แทม
(Aspartam)
โมโนโซเดียม
กลูตาเมต
(Monosodium
glutamate)




สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้

Contact :
vichai-cd@usa.net
ชมรมเรารักสุขภาพ
ไทยแล็ปออนไลน์



|
|
ทุกคนคงเคยหรือมีอาการปวดศีรษะเป็นประจำบ้าง
มีปัจจัยมากมายที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ
เช่นการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ แสงแดดจ้า
การมีประจำเดือนของสตรีก็ก่อปัญหาได้เช่นกัน
อีกสาเหตุหนึ่งมาจากเรื่องของอาหารที่เราทานแล้วสามารถทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้
อันนี้ถ้าเป็นตัวสร้างปัญหาปวดศีรษะให้กับเรา
สามารถสังเกตุและหลีกเลี่ยงได้โดยไม่ยากนัก
นายแพทย์เดวิด บุชโฮลซ์
ผู้อำนวยการคลีนิคให้คำปรึกษาด้านประสาทวิทยา
โรงพยาบาล
มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ สหรัฐอเมริกา
บอกวิธีง่ายๆในการแก้ปัญหาปวดศีรษะที่เกิดจาก
อาหารง่ายๆก็คือ งด
หรือหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านั้นเสีย
สารเคมีในอาหารที่ก่ออาการปวดศีรษะ
เมื่อมองลึกลงไปก็จะพบว่าในอาหารทุกชนิดมีองค์ประกอบทางเคมีที่ซับซ้อนมีสารเคมีมากมาย
ในอาหารที่ก่อปัญหาให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ง่ายๆ
เช่น
อาหารที่มีสารเคมีพวก ไทรามีน และ
ไนไตรท์ ( Tyramine and Nitrite) ซึ่งจะมีผลโดย
ตรงต่อสมอง โดยสารเหล่านี้จะไปกระตุ้นสมองจนทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ
โดยสารเคมี
จากอาหารจะไปกระตุ้นเส้นประสาทและเส้นโลหิตทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
ในที่สุดจะส่งผลกระทบต่อสมองจนเกิดอาการปวดศีรษะขึ้นมาได้
สารเคมีบางอย่างอาจไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารบางชนิด
เช่นสารกึ่งฮอร์โมนพวก
พรอสทาแกลนดิน (prostaglandin) ขึ้นมา
สุดท้ายสารตัวนี้ก็จะส่งผลกระทบต่อสมอง
ก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะขึ้น
อาการปวดศีรษะจะมากหรือน้อยขึ้นกับความไวต่อสารเคมี
ของแต่ละคน
บ่อยครั้งที่สารเคมีไปทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองเกิดการหดตัว
ทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงสมอง
ติดขัดจนกระทั่งเกิดอาการปวดศีรษะขึ้น
บางรายอาจมีอาการตาพร่ามัวร่วมด้วย
การจะแก้ไข
ปัญหาปวดศีรษะในกรณีเช่นนี้จะต้องทราบต้นเหตุเสียก่อนว่าสารเคมีตัวไหนที่เป็นต้นเหตุ
ให้เราเกิดอาการปวดศีรษะ และพบมากในอาหารชนิดใด เพื่อที่เราจะได้งด
หรือหลีกเลี่ยง
ในการทานอาหารประเภทนั้นๆเสีย
นายแพทย์เจนส์ เบรนแมน
อดีตประธานคณะกรรมการแพ้อาหารของวิทยาลัยภูมิแพ้อเมริกัน
(American Collage og Allergy)
กล่าวว่าประมาณ 3/4
ของสาเหตุที่ทำให้เกิด
อาการปวดศีรษะข้างเดียวหรือไมเกรน
(จัดเป็นการปวดศีรษะที่ทุกข์ทรมานมากโรคหนึ่ง)
มีสาเหตุมาจากอาหาร
ดังนั้นการงด ลด หลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นสาเหตุได้
อาการปวดศีรษะไมเกรนก็จะสามารถลดลงได้
ดร.ซินเทียร์ ราดนิตซ์
นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยแฟร์ลี ดิกกินสัน สหรัฐอเมริกา
ทำการวิจัย
ให้ผลยืนยันว่าผู้ป่วยด้วยโรคไมเกรนร้อยละ 80
มีอาการทุเลาลงได้เพียงแค่ลดหรืองดอาหารที่
ก่อให้เกิดปัญหาเท่านั้น
เรามาลองดูกันว่าสารเคมีตัวไหนในอาหารประเภทใดที่ทำให้เกิดอาการ
ปวดศีรษะได้บ่อย
เพื่อที่พวกเราจะได้ลองสังเกตุและงดหรือหลีกเลี่ยงกลุ่มอาหารเหล่านี้เสีย
สารพวกเอมีน (Amime)
/ อินทผาลัมกับชข็อคโกแลต
ในผลอินทผาลัมสดที่เป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดศีรษะนั้นมีโปรตีนที่มีสารเอมีน
เป็นองค์ประกอบ
สารกลุ่มนี้กระตุ้นสมอง
ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้
สำหรับในช็อคโกแลตของโปรดของคน
บางคนมีสารเอมีนในรูปของเฟนิลเอทิลเอมีน
(Phenylethylamine) เป็นองค์ประกอบอยู่
มีรายงานว่าผู้ป่วยหลายรายรับประทานช็อคโกแลตแล้วจะเกิดอาการปวดตุบๆคล้ายเป็นไมเกรน
จากการทดลองประมาณ 5/8
รายสามารถเกิดอาการกำเริบขึ้นภายใน 22
ชั่วโมงหลังการทาน
ข็อคโกแลตเข้าไป
สารประกอบของไทรามีน(Tyramine)
มะนาว ไวน์ และเนยแข็ง
ในผลไม้ประเภทมะนาวมีสารออกโทพามีน
(octopamine)
ทำให้บางคนเกิดอาการปวดศีรษะ
ได้เช่นกัน
สำหรับเครื่องดื่มมึนเมาไวน์แดง
ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะแบบไมเกรนได้บ่อยที่สุด
เพราะในเปลือกองุ่นมีสารเคมีอยู่หลายชนิดซึ่งแต่ละชนิดสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวด
ได้ในระดับที่แตกต่างกันและมีสารไทรามีนที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะอยู่ด้วย
อาหารอีกพวกก็คือเนยแข็งที่มีสารไทรามีนค่อนข้างมาก
เนยแข็งประเภทอิงลิช สติลตัน
มีสาร
ไทรามีนมากที่สุด 17.3 มก./เนยแข็ง 15 กรัม รองลงมาได้แก่บลูชีส (Blue cheese)
รองลงไป
ก็เป็นแมตซัวร์เซดดาร์
แม้กระทั่งนมเปรี้ยวก็อาจพบสารเอมีนเหล่านี้ได้มากน้อยแล้วแต่ชนิด
ผลไม้พวกถั่วเปลือกแข็งต่างๆก็พบสารเอมีนได้บ้าง ผลไม้ตากแห้งเช่นลูกเกต อินทผาลัมแห้ง
ดังนั้นควรลองสังเกตุตัวเองบ้างว่าทุกครั้งที่เกิดอาการปวดศีรษะเราได้ทานอาหารชนิดใดเข้าไปบ้าง
เมื่อหายจากอาการปวดแล้วให้ลองทานอาหารที่สงสัยอีกครั้งเพื่อทดสอบดูให้แน่ใจว่าเป็นต้นเหตุของเรา
หรือเปล่า ซึ่งถ้าปรากฏว่าใช้เราจะได้หลีกเลี่ยงอาหารนั้นๆเสีย
จัดเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุซึ่งจะง่ายกว่า
กว่าพยายามทานยาเพราะการใช้ยานั้นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุครับ
ไนไตรท์ (Nitrite) /ไส้กรอก เนื้อปรุง
สารไนไตรท์ที่นิยมใข้ในกระบวนการปรุงอาหารเนื้อ
หากหยุดหรืองดไส้กรอก แฮม แหนม เบคอน
ได้เมื่อไร
อาการปวดศีรษะก็สามารถลดหายไปได้
ฝรั่งเรียกอาการปวดศีรษะที่เกิดจากเนื้อปรุงว่า
โรคปวดศีรษะแบบฮอทดอก (Hot dog headache)
ผู้ที่มึนศีรษะหรือปวดศีรษะเพราะการ
ทานพวกเนื้อปรุงเหล่านี้
หากไม่ต้องการทรมานต่อไปก็คงต้องเลิกหรืองดทานพวกเนื้อปรุงเหล่านี้
แอสปาร์แทม (Aspartam) / น้ำตาลเทียม
ในผู้ที่ต้องการลดความอ้วน จำกัดอาหาร หรือผู้ป่วยเบาหวาน
จะรู้จักเจ้าน้ำตาลเทียมนี้กันดี
ผู้เชี่ยวชาญด้านอาการปวดศีรษะบอกว่าคนบางคนอาจแพ้น้ำตาลเทียม และทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้
นพ.ลิปตัน แพทย์ทางประสาทวิทยาแห่งหน่วยปวดศีรษะ (Headache unit)
ศูนย์การแพทย์
มอนเตฟิออเร นิวยอร์ค
ได้ทำการศึกษาคนไข้ที่มีอาการปวดศีรษะมากๆจำนวน 117 คน
ได้ผลสรุปว่า
ผู้มีอาการปวดศีรษะเป็นประจำจำนวนไม่น้อยมีปัญหามาจากน้ำตาลเทียมแอสปาร์แทม
พญ.เซอลีย์ เคลเลอร์ แห่งมหาวิทยาลัยฟลอลิดา สหรัฐอเมริกา
ทดลองพบว่าเมื่อทานสารน้ำตาลเทียม
พวกแอสปาร์เทมแล้วจะพบว่ามีอาการปวดศีรษะชนิดไมเกรนเกิดถี่ขึ้น นานขึ้น บางรายเกิดอาการคลื่นไส้
อาเจียนตัวสั่น ตาพร่าร่วมด้วย สาเหตุที่แท้จริงยังไม่มีใครตอบได้
เชื่อกันส่าอาจเนื่องจากปัญหา
ทางด้านพันธุกรรมบางอย่าง การรักษาคงยาก
หนทางที่ง่ายกว่าก็คือค้นหาสารที่ผู้ป่วยแพ้ให้ได้แล้ว
หลีกเลี่ยงเสีย
โมโนโซเดียม กลูตาเมต (Monosodium glutamate)
/ ผงชูรส กับกาแฟ
อาการปวดศีรษะเนื่องจากผงชูรสพบได้ไม่มาก
มีเพียงบางคนเท่านั้นที่ทานแล้วเกิดอาการปวดศีรษะ
คลื่นไส้ หน้าแดง คอแดง อกแดง
เรียกอาการเหล่านี้ว่าอาการป่วยร้านอาหารจีน
(Chiness restaurant
syndrom) บรรดาผู้เชี่ยวชาญอาการปวดศีรษะ
ให้การแนะนำว่าใครก็ตามที่มีปัญหาปวดศีรษะโดย
ไม่ทราบสาเหตุให้ลองงดทานผงชูรสดูบ้าง
แม้กระทั่งอาหารสำเร็จรูปอาจจะมีใส่ผงชูรสกันเกลื่อน
บะหมี่ซองก็เป็นแหล่งใส่ผงชูรสมากที่สุด
ของขบเคี้ยวประเภทสาหร่ายแผ่นก็มีไม่น้อย แม้แต่ขนมซองต่างๆ
ซึ่งอาจเลี่ยงโดยใช้เพียงระบุว่า
สารปรุงรสเท่านั้น
กาแฟก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของอาการปวดศีรษะและช่วยแก้ปัญหาปวดศีรษะได้เช่นกัน
เคยมีรายงาน
ทางการแพทย์
ว่าสารคาเฟอีนที่มีอยู่ในกาแฟ หรือชาสามารถลดอาการปวดศีรษะได้ในบางคน
แต่แพทย์อีกหลายรายยืนยันว่าใครก็ตามที่คิดจะใช้กาแฟเพื่อลดอาการปวดศีรษะย่อมมีความเสี่ยง
เป็นอย่างยิ่ง
เพราะหากดื่มมากไปอาการปวดศีรษะอาจกำเริบมากกว่าเก่า
ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาการปวดศีรษะระบุว่า กาแฟ นับเป็นศัตรู
ตัวร้ายอันดับต้นๆสำหรับผู้ป่วย
โดยส่วนใหญ่จะมีอาการปวดศีรษะมากขึ้น
ในผู้ป่วยที่ปวดศีรษะโดยไมทราบสาเหตุ
หากเป็นดื่มกาแฟ
อยู่ด้วยให้ลองงดดื่มดู หากงดแล้วมีอาการดีขึ้นก็แสดงให้เห็นชัดว่า
คาเฟอีนในกาแฟไปทำให้ระบบ
ไหลเวียนของเลือด ทำให้เพิ่มอาการปวดศีรษะ
ผู้ที่ติดกาแฟอยู่แล้วหากจะเลิกเลยคงจะยากหน่อย
วิธีที่เหมาะสมคือค่อยๆลดปริมาณลง จนเลิกไปในที่สุด
ในผู้ที่ติดกาแฟอยู่แล้วหากให้เลิกทานกาแฟอาจกลับเกิดอาการปวดศีรษะอาการปวดศีรษะเพราะขาดกาแฟ
มักเกิดขึ้นในตอนเช้าตรู่เนื่องจากท้องว่างมาตลอดทั้งคืน หรืออาจเกิดขึ้นในช่วงวันหยุดที่ไม่ได้ทำงาน
เพราะทานน้อยหรือไม่ได้ทาน
อาการปวดศีรษะในลักษณะนี้เรียกว่าอาการติดกาแฟ
เพราะเมื่อได้ดื่มกาแฟ
เข้าไปซักพักอาการก็จะหายไป หากเราปวดศีรษะเนื่องจากการติดกาแฟ
ขอแนะนำว่าไม่ควรเลิกโดย
ทันทีเพราะจะเกิดอาการปวดมากขึ้น ควรค่อยลดความต้องการลงที่ละช้าจนเลิกไปในที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยง
อาการปวดศีรษะจากการขาดคาเฟอีนในกาแฟ สุขภาพและชีวิตก็จะมีความสุขมากขึ้น
โภชนาการทันสมัย
ความรู้ด้านสุขภาพโภชนาการสำหรับประชาชน
รองศาสตรจารย์ ดร.วินัย
ดะห์ลัน
|