|
Top

|

DrugScan CCR / DrugScan CICA
Rapid Screening test for Drug Abuse
in Urine Sample
ชุดตรวจสอบหาสารเสพติดในปัสสาวะขั้นต้น
ชุดตรวจหาสารเสพติดแบบขั้นตอนเดียวในปัสสาวะ
เป็นการตรวจกรองแบบเร่งด่วนขั้นต้น
ในการตรวจหา ยาบ้า / ยาอี / กัญชา / เฮโรอีน / โคเคน
ในปัสสาวะ
ใช้เวลาในการทดสอบสั้น
วิธี CCR ใช้เวลาเพียง 2-5 นาที
/
วิธี CICA ใช้เวลาเพียง 10-15 นาที
ชุดตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะ
สามารถแบ่งวิธีการตรวจออกได้เป็น
3 กลุ่มตามประสิทธิภาพและ
ความจำเพาะ
1. วิธีการตรวจขั้นต้น
แบบ CCR โดยใช้ปฏิกริยาทางเคมีในการตรวจหา ยาบ้า / ยาอี /
ยาเค
ในปัสสาวะ
2. วิธีการตรวจแบบสกรีน
แบบ CICA
โดยหลักการอิมมูโนแอนติบอดีย์
ในการตรวจหา ยาบ้า
/ กัญชา / เฮโรอีน / โคเคน
3. วิธีการตรวจยืนยัน
การตรวจโดยวิธีที่ 3
การตรวจแบบยืนยัน
เป็นการตรวจขั้นสูง
ที่อาศัยน้ำยา
และเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจที่มีราคาแพงได้แก่ GC/Mass
แก็สโครมาโตรกราฟฟี/
แมสสเปคโตรโฟโตมิเตอร์ และจำเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่
ที่มีความชำนาญ
ให้ผลการตรวจที่แม่นยำถูกต้องสูง
แม้จะมีระดับสารเสพติดใน
ปริมาณต่ำๆ
ก็สามารถตรวจได้
สามารถรับการตรวจในระดับนี้ได้ตามโรงพยาบาลใหญ่ๆของรัฐ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
และโรงพยาบาลเฉพาะทางโดยเฉพาะเช่น โรงพยาบาลธัญญารักษ์ เป็นต้น
ThaiL@bOnline จะกล่าวแนะนำชุดทดสอบที่สามารถตรวจได้เอง
มีขั้นตอนและการแปลผล
ที่ไม่ยุ่งยาก ได้แก่วิธีที่ 1 และ 2 ดังนี้
|
วิธีการตรวจขั้นต้น
DRUGSCAN Chemical Color Reaction
(CCR Technique)
ดรักสแกน CCR
จัดเป็นการตรวจหาสารเสพติดขั้นต้น
เป็นการทำปฏิกริยาทางเคมีการสาร
เสพติดและเมตาโบไลท์
ของสารเสพติดในกลุ่มของยาบ้าในปัสสาวะ
ทำให้เกิดการเปลี่ยนสี
ของน้ำยาจากสี
เหลือง/น้ำตาล
ไปเป็นสีม่วงแดง/ม่วงน้ำเงิน

อุปกรณ์ที่มีในชุดทดสอบ
1. หลอดบรรจุสารเคมี
สำหรับใส่ปัสสาวะเพื่อทำการทดสอบ
2. หลอดสำหรับใช้ดูดปัสสาวะ
3.
หลอดบรรจุน้ำยาทดสอบเพื่อดูการเปลี่ยนสี
4. คู่มือและตารางเทียบสี
วิธีทำการทดสอบ
1.
นำปัสสาวะของผู้ที่ต้องการตรวจมาใส่ในภาชนะที่สะอาด
2. ใช้หลอดดูดที่แนบมา
ดูดปัสสาวะหยดลงในหลอดทดสอบ
จนถึงขีดที่กำหนด
( ประมาณ 1 ซี.ซี.)
3. ปิดฝาหลอดให้สนิท
เขย่าหลอดขึ้นลงไปมาประมาณ 5 - 10
เที่ยว เพื่อให้สารเคมีในหลอด
ละลายจนหมด
4.
ใช้กรรไกรตัดปลายหลอดบรรจุน้ำยาสำหรับทดสอบ
5. เปิดฝาหลอดทดสอบ
และบีบหลอดน้ำยาลงไปจนหมด
หรือในกรณีเป็นชุดแบบขวดหยดให้
ใช้ที่ดูด
หยด น้ำยาลงไปประมาณ 5 หยด
ปิดฝาหลอดทดสอบให้สนิท
6. เขย่าหลอดขึ้นลงไปมาประมาณ 5 - 10
เที่ยว
7.
สังเกตุสีของน้ำยาเฉพาะที่ก้นหลอดทดสอบ
โดบเปรียบเทียบกับตารางสี

การแปลผลการตรวจ
สังเกตุสีของน้ำยาที่ชั้นล่างของหลอดทดสอบ
เปรียบเทียบกับตารางสี
ระดับสีปกติิ
ที่จัดว่าไม่มีสารเสพติดในตัวอย่างปัสสาวะ
ไม่มีสารเสพติดในตัวอย่างปัสสาวะ
= ชั้นล่าง
เป็นสีเหลือง / เหลืองเขียว /
น้ำตาลอ่อน
ระดับสีไม่ปกติ
ที่สงสัยว่าจะมีสารเสพติดในตัวอย่าง
สงสัยว่าจะมี methAmphetamine (ยาบ้า)
ในตัวอย่างปัสสาวะ = ชั้นล่าง
จะเป็นสีม่วงแดง-ม่วง
น้ำเงิน
เนื่องจากมีสารเคมี
และยาบางชนิด เช่น ยาลดน้ำมูก
ยาแก้แพ้ ยาแก้หวัด
สามารถให้ผลบวก
ได้เช่นกัน
แต่ต้องมีการทานติดต่อกันสักระยะหนึ่งก่อนที่จะมีการนำตัวอย่างปัสสาวะมาทำการ
ทดสอบ
การตัดสินใจในการแปลผล
จึงต้องใช้ประกอบรวมกับการซักถามประวัติ
อาการและ
พฤติกรรมร่วมด้วย ในกรณีที่ต้องการผลการยืนยันให้แน่นอนมากขึ้น
ให้นำตัวอย่างปัสสาวะ
อันเดิมไปทำการตรวจต่อในขั้นที่
2 หรือส่งต่อยังโรงพยาบาลข้างต้นเพื่อทำการพิสูจน์ยืนยัน
ต่อไป
โอกาสให้ผลบวกปลอมโดยวิธีนี้ประมาณ
5- 10 %


วิธีการตรวจแบบสกรีนคัดกรอง
โดยใช้
DRUGSCREEN
Color
Immunochrommatographic Assay (CICA Technique)
ดรักสแกน CICA
จัดเป็นการตรวจหาสารเสพติดในระดับกลางที่ให้ความถูกต้องแม่นยำสูงกว่าวิธีแรก
(แบบสารเคมี) เพราะ
เป็นการทำปฏิกริยาทางชีวเคมี
(Antigen-Antibody)
ซึ่งมีความจำเพาะในการตรวจ
ต่อสารเสพติด เช่น methAmphetamine (ยาบ้า)
/ กัญชา / เฮโรอีน
กับสารเมตาโบไลท์ของสารเสพตินั้นๆ
ในปัสสาวะที่
สูงกว่าวิธีการใช้สารเคมี
ผลการทดสอบจะทำให้เกิดแถบสีม่วงขแดงปรากฏให้เห็นหลังครบ
เวลาที่กำหนด
อุปกรณ์ที่มีในชุดทดสอบ
1. ซองฟลอยด์
บรรจุแถบตรวจหรือแบบตลับทดสอบ
พร้อมสารป้องกันความชื้น
2. หลอดสำหรับใช้ดูดปัสสาวะ
และหรือถ้วยใส่ตัวอย่างปัสสาวะ
3. คู่มือ
อุปกรณ์ที่ต้องหาเพิ่ม
นาฬิกาจับเวลา
วิธีทำการทดสอบ
แบบแถบตรวจ ( STRIP )
1.
นำปัสสาวะของผู้ที่ต้องการตรวจมาใส่ในภาชนะที่สะอาด
2. ใช้หลอดดูดที่แนบมา
ดูดปัสสาวะหยดลงในถ้วยทดสอบประมาณ
5-10 หยด
3.
ฉีกซองฟลอยด์ที่บรรจุแถบทดสอบออกมา
ให้จับทางด้ามจับ
ห้ามแตะถูกบริเวณส่วนกลางของแถบตรวจ
4. ใช้ด้านที่มีหัวลูกศร
จุ่มลงในถ้วยทดสอบที่มีปัสสาวะอยู่
5. ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที
6.
เมื่อครบเวลาให้สังเกตุแถบสีที่เกิดขึ้นที่ส่วนกลางของแถบตรวจ
การแปลผลการตรวจ

ไม่มีสารเสพติดในปัสสาวะ (Negative)
=
จะปรากฏแถบสีม่วงแดง 2
แถบ ที่ส่วนกลางของแถบตรวจ
พบสารเสพติดในปัสสาวะ (Positive) =
จะปรากฏแถบสีม่วงแดง 1 แถบ
ที่ส่วนกลางของแถบตรวจ
แบบตลับทดสอบ ( TEST PACK )
1.
นำปัสสาวะของผู้ที่ต้องการตรวจมาใส่ในภาชนะที่สะอาด
2.
ฉีกซองฟลอยด์ที่บรรจุแถบทดสอบออกมา
วางบนพื้นราบที่สะอาด
3.
ใช้หลอดดูดที่แนบมา
ดูดปัสสาวะจำนวน 3 หยด
หยดลงช่องใส่ตัวอย่างทดสอบ (S)
บนตัวตลับ
4.
ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที
5.
เมื่อครบเวลาให้สังเกตุแถบสีที่เกิดขึ้นที่ช่องอ่านผลบริเวณส่วนกลางของตลับทดสอบ
การแปลผลการตรวจ

| NEGATIVE
ไม่มีสารเสพติดในปัสสาวะ |
POSITIVE |
ปรากฏแถบสีม่วงแดง 2 แถบ
ที่ส่วนกลาง
ของแถบตรวจ
แสดงว่าไม่พบสารเสพติดในตัวอย่าง
|
ปรากฏแถบสีม่วงแดงเพียง
1 แถบที่ส่วนกลาง
ของแถบตรวจ
แสดงว่ามีสารเสพติดในตัวอย่าง |
สังเกตเครื่องหมายที่ปรากฏในช่องอ่านผล
" C " คือเส้นควบคุมการตรวจ
" T " เส้นที่บ่งว่ามีสารเสพติดในปัสสาวะหรือไม่
1. ผลลบ (NEGATIVE)
ปรากฏแถบสีม่วง-แดงให้เห็นจำนวน
2 แถบ หมายความว่าไม่ปรากฏสาร
methamphetamine และ
หรืออนุพันธ์
ในตัวอย่างทดสอบหรือมีในระดับที่ต่ำกว่า
1000 ng/ml.
2. ผลบวก (POSITIVE)
ปรากฏแถบสีม่วง-แดงให้เห็นเพียง
1 แถบ หมายความว่าปรากกฏสาร
methamphetamine และ
หรืออนุพันธ์
ในตัวอย่างทดสอบ ที่มีระดับ
> 1000 ng/ml.
3.
ไม่สามารถออกผลได้
ไม่ปรากฏแถบสีใดๆเลยเมื่อครบเวลาที่กำหนด
ห้ามออกผลการตรวจ
ให้ทำการตรวจสอบขั้นตอนการทำ
การทดสอบ
ตรวจแถบทดสอบที่ใช้ว่าอยู่ในสภาพปรกติหรือไม่
แล้วทำการทดสอบใหม่
หากยังให้ผล
ในลักษณะนี้อีก
ให้ติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อหาสาเหตุโดยละเอียดต่อไป
ข้อสังเกตุ -
เนื่องจากเป็นวิธี Competitive binding
ดังนั้นการแปลผลจะกลับกันกับวิธีโดยทั่วไป
-
แถบสีของเส้นล่าง (T)
ที่เกิดขึ้นจะไม่สามารถทำให้มีความเข้มเหมือนกับวิธีแบบปรกติได้
( เช่นชุดตรวจการตั้งครรภ์
เป็นต้น)
เพราะเน้นการตรวจหาสารที่ระดับต่ำๆ
การเพิ่มสีให้เข้มมากขึ้น
จะเป็นการเพิ่มโอกาสของ False
negative
-
แถบตรวจเป็นแบบเคลือบแห้งและไวต่อความชื้นในบรรยากาศ
ดังนั้นไม่ควรฉีกซองแถบตรวจรอไว้เป็นเวลานาน
และแถบตรวจอาจเสื่อมคุณภาพได้
ควรเตรียมตัวอย่างให้พร้อมแล้วจึงฉีกซองเพื่อทำการทดสอบ
ข้อควรระวัง
1.
ในกรณีที่ผู้ทำการทดสอบมีการงดเสพสารเสพติดมาก่อนมากกว่า
36 -48 ชั่วโมง
อาจตรวจไม่พบผลบวกได้
2.
ในการทำการตรวจระมัดระวังการถูกเจือจางปัสสาวะก่อนด้วย
ตัวอย่างที่มีสีจางมากควรทำการตรวจความถ่วงจำเพาะ
( sp.gr. ) ก่อน
เพื่อตรวจดูว่าปัสสาวะถูกเจือจางมาก่อนหรือไม่
ผลการตรวจอาจคลาดเคลื่อนได้
3.
ถึงแม้จะเป็นวิธีที่มีความไวและความจำเพาะสูง
แต่ก็อาจให้ผลคลาดเคลื่อนได้
ชุดตรวจสอบสามารถตรวจหาสารเสพติดในแต่ละชนิด
ได้แก่
| ยาบ้า
|
Methamphetamine / Amphetamine |
| กัญชา
|
Marijuana / THC |
| เฮโรอีน |
Heroine/Morphine/Opiates |
| โคเคน |
Cocaine |
| ยาอี
|
Esctasy |
Key Benefits

- ชุดทดสอบ DRUGSCAN CCR
เป็นชุดตรวจสอบเบื้องต้น
ทดสอบง่าย / เก็บรักษาง่าย /
ราคาประหยัด
เหมาะสำหรับการตรวจคนหมู่มากเช่น
ตรวจนักเรียน พนักงานโรงงาน
เจ้าหน้าที่ขับรถ ตรวจกรองก่อน
รับเข้าทำงาน
- ชุดทดสอบ DRUGSCAN CICA
เป็นชุดทดสอบที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
ทดสอบง่าย แม่นยำ
มักใช้ควบกับวิธีแรก
เพื่อช่วยตรวจยืนยันในกรณีที่ใด้ผลบวกจากวิธีแรก
- สามารถทำการตรวจได้ผลดี
ถ้าตัวอย่างที่เก็บจากผู้ที่มีการเสพไปแล้วไม่เกิน
48 ชั่วโมง
เพราะถ้าได้ตัวอย่างปัสสาวะหลังการเสพนานมากขึ้นเท่าใด
โอกาสให้ผลบวกก็จะลดลงตามไปด้วย



ThaiL@bOnLine - Crystal Diagnostics
Email : info@thailabonline.com
Phone : 803-7310, 803-7311, 803-6704 Fax : 803-6705
|