BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ


       
top

โรคปวดศรีษะ-
  Headache


ปวดแบบเทนชั่น 
   (tension headaches)


ปวดศรีษะเนื่องมาจาก
   หลอดเลือด


ปวดศีรษสาเหตุอื่นๆ

 




Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์

 โรคปวดศรีษะ-Headache      


ประมาณร้อยละ 90 ของผู้ใหญ่เคยปวดศรีษะมาแล้วไม่มากก็น้อย หากเป็นมาก
จะมีผลกระทบต่อการทำงาน   ต้องหยุดงานเพื่อเข้าโรงพยาบาลให้แพทย์ตรวจ
อาการที่ตรวจพบก็ขึ้นอยู่กับชนิดของอาการที่เป็น สำหรับผู้หญิงมักจะปวดศีรษะ
ก่อนมีประจำเดือน หรืออาจจะปวดไปพร้อมกับการมีประจำเดือน อาการที่ปวด
ศรีษะจะปวดข้างเดียวหรืออาจจะปวดทั้งสองข้างก็ได้การปวดศรีษะมีหลายชนิด
ชนิดที่พบบ่อย คือ

1. ปวดแบบเทนชั่น (tension headaches) เกิดจากกล้ามเนื้อหนังศรีษะและกล้ามเนื้อ
โดยรอบมีอาการเกร็ง การปวดนี้จะปวดอยู่รอบนอก ไม่ปวดไปถึงภายในสมองร้อยละ 90 
ของการปวด tension headaches จะปวด 2ข้าง ระยะเวลาที่ปวดประมาณ 2-3 นาที 
บางรายอาจปวดเป็นสัปดาห์ และมีอาการแทรกซ้อนอย่างอื่น เช่น ทางเดินอาหาร อาหารไม่ย่อย 
คลื่นไส้อาเจียน สาเหตุ อาจมาจากหลายปัจจัย ส่วนมากจะมีปัจจัยมาจากความ
เครียด กังวลเรื่องงาน และความแปรปรวนทางอารมณ์ต่างๆ
คนไข้จะรู้สึกว่าปวดแบบสม่ำเสมอ 2 ข้างของศรีษะ อาจมีการปวดต้นคอร่วม
ด้วยก็ได้อาการที่ปวดจะเกิดขึ้นเวลาใดก็ได้ และสัปดาห์หนึ่งอาจเกิดหลายครั้ง
ได้

2. ปวดศรีษะเนื่องจากหลอดเลือด
มีคนไข้จำนวนหนึ่งมีอาการปวดศรีษะที่เป็นผลมาจากหลอดเลือดที่มาเลี้ยงสมอง
หรือประสาทส่วนกลางไม่เพียงพอ
    2.1 ปวดศรีษะแบบไมเกรน (migraines) จะปวดรุนแรง ปวดแบบตุ๊บๆ
        (throbbing pain) ของศรีษะข้างใดข้างหนึ่ง คนไข้บางคนมีอาการคลื่นไส้ 
        และมีความรู้สึกไวต่อแสง ตาสู้แสงไม่ได้ ปวดแบบไมเกรนนี้จะปวดนาน
        เป็นชั่วโมงหรือนานเป็นหลายวันปวดแบบไมเกรนมักจะมีอาการนำก่อน
        คือจะมีอาการปวดเตือนก่อนล่วงหน้าก่อนที่จะมีการปวดศรีษะจริง    เช่น 
        มีอาการร้อนแปล๊บๆ ที่หน้าผาก มีอาการแปล๊บๆ ที่ตาคล้ายฟ้าแลบ ปัจจัย
        ที่ทำให้เป็นไมเกรน คือ พักผ่อนน้อย นอนดึก น้ำตาลในเลือดต่ำ  รับประ
        ทานอาหารไม่เป็นเวลา ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มาก อารมณ์
        หงุดหงิดบ่อยหรือร่างกายอ่อนเพลียหลัวจากตรากตรำทำงานมาก           
        ปวดแบบไมเกรนมักเกิดกับผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ มักปวดในขณะที่มี
        ประจำเดือนหรือก่อนมีประจำเดือน และมักจะมาตามสายพันธุ์ 
        (กรรมพันธุ์)
     2.2 ปวดศรีษะแบบคลัสเตอร์ (cluster headaches) ปวดศรีษะข้างเดียว
        และปวดตุ๊บๆ เช่นเดียวกับปวดแบบไมเกรน แตกต่างจากไมเกรนตรงที่
        คนไข้จะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนและมีอาการผิดปกติต่อสายตา           
        ปวดศรีษะแบบคลัสเตอร์อาจจะมีร้อนแปล๊บๆ ที่หน้าผาก น้ำตาไหล 
        หรือมีคัดจมูก ม่านตาแคบลง บางคนมีเหงื่อออกมากตรงใบหน้าข้างกับ
        ที่ปวด การปวดแต่ละครั้งอาจนานถึง 10 นาที หรือ อาจจะเป็นชั่วโมงปวด
        รุนแรง ปวดตรงเวลากันทุกวัน วันหนึ่งอาจปวด 3 เวลา และยาวนานเป็น
        สัปดาห์หรือเป็นเดือน
      2.3 ปวดศรีษะเนื่องจากความดันโลหิตสูง (hypertensive headaches) 
        จะเกิดในนักบริหารที่มีความเครียด แล้วความดันโลหิตจะสูงขึ้นทันที
        ทำให้ปวดศรีษะการปวดศรีษะนี้เนื่องจากความดันโลหิตของเส้นเลือด
        ของศรีษะสูงขึ้นทำให้ปวดแบบตื้อๆ (dull) และปวดทั่วบริเวณศรีษะ 
        การเคลื่อนไหวใบหน้า คอ ทำให้ปวดศรีษะมากขึ้น ปวดตอนเช้า เมื่อ
        สายอาการก็จะดีขึ้น
     2.4 ปวดศรีษะจากท๊อกสิค (toxic headaches) มักเกิดจากจากแพ้
        อากาศ แพ้สารเคมี และควัน บางครั้งอากาศเปลี่ยนแปลงก็เป็นเหตุ
        ให้ปวดศรีษะแบบท็อกสิคได้

3. สาเหตุอื่นๆ
อาการปวดศรีษะอาจเป็นสิ่งแสดงออกของการได้ยาในการรักษาโรค และโรค
บางโรคอาจมีอาการปวดศรีษะร่วมด้วย แพทย์ผู้ดูแลจะเป็นผู้บอกให้คนไข้ทราบ
สัญญาณอันตรายที่ต้องไปพบแพทย์
1. เมื่อมีอาการปวดศรีษะอย่างเฉียบพลันและรุนแรง
2. ปวดศรีษะพร้อมกับมีอาการชักกระตุก
3. ปวดศรีษะพร้อมกับสับสน และความรู้สึก (consciousness) เสียไป
4. ปวดศรีษะพร้อมกับปวดตาและหู
5. ปวดศรีษะติดต่อกันนานๆ (persistent headache) ในคนไข้ที่ไม่เคยมีการ
    ปวดศรีษะมาก่อน
6. ปวดศรีษะพร้อมกับมีไข้ การที่แพทย์สรุปว่าปวดศรีษะมีต้นเหตุมาจากอะไร
    นั้น มักจะเกิดซักประวัติ เช่น ไม่ได้รับประทานอาหารแล้วปวดศรีษะ อาจเป็น
    เพราะน้ำตาลในเลือดต่ำ ถามประวัติต่างๆ ดังที่กล่าวมาแล้ว พร้อมกับประวัติ
    เกี่ยวกับการบาดเจ็บของศรีษะ การตรวจทางรังสีเอกซเรย์จะช่วยดูว่า มีมะเร็ง
    ในสมอง หรือมีเลือดจับเป็นก้อนภายในสมองหรือไม่ บางครั้งอาจจะต้องตรวจ
    คลื่นสมองด้วยไฟฟ้า (electroencephalogram-EEG)  ซึ่งจะบอกความผิด
    ปกติของคลื่นสมอง แต่ไม่อาจจะไปสรุปได้ว่าปวดศรีษะมีสาเหตุมาจากอะไร  
    เพราะคลื่นสมองจะบอกแค่หน้าที่ของเซลล์เท่านั้น

ในสถาบันการแพทย์ที่มีผู้เชี่ยวชาญจะมีการตรวจด้วยคอมพิวเตอร์ (computer 
tomographic scan) ซึ่งจะบอกข้อแตกต่างของมะเร็งหรือเลือดออกในสมองได้ 
การตรวจตาโดยละเอียดจะบอกอะไรได้มาก เช่น ดูการเคลื่อนไหวของกล้าม
เนื้อตาม่านตาเท่ากันหรือไม่ จอรับภาพมีเส้นเลือดโปร่งหรือเส้นเลือดขอดหรือ
ไม่  ถ้ามีจะต้องไปตรวจขั้นต่อไป เช่น ฉีดสี    หากมีเส้นเลือดโป่งพองในสมอง 
จะต้องผ่าตัดแก้ไข เป็นต้น

การรักษา
การปวดศรีษะจากไมเกรน มักพบ 2-7% ของการปวดศรีษะทั้งหมด เวลาปวดจะ
ปวดมาก นอกจากจะได้ยารักษาแล้ว ควรให้คนไข้ได้พักในห้องที่เงียบและแสง
สว่างน้อยจะทำให้อาการดีขึ้นโดยเร็ว 
ปวดศรีษะไมเกรนส่วนใหญ่จะพบในผู้หญิงวัยทำงาน จะหายได้เองเมื่ออายุ 50 ปี 
ยารักษาไมเกรนนอกจากจะมียาแก้ปวดทั่วไปแล้ว มักจะต้องใช้ยาพวก
เออร์กอต (ergot derivatives) ร่วมด้วยจึงจะหายปวด หากรับประทานยา
เออร์กอตภายใน 2 ชั่วโมงที่เริ่มเป็น มักจะหายปวดได้เร็ว สำหรับคนที่เป็นบ่อย 
จะใช้ยา " flunarizine" รับประทานก่อนนอนเพื่อป้องกันการปวดได้



 

 


 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

 
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine |
Health Game Zone


1999-2000 Thailabonline.com. All rights reserved. 
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.