BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

 
top 
  การทำสมาธิเบื้องต้น





Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์


  การทำสมาธิเบื้องต้น

สมาธิคือการที่มีใจตั้งมั่นในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งอย่างแน่วแน่ ภาษาชาวบ้าน
ก็คือการมีใจจดจ่ออยู่ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งไม่ฟุ้งซ่านนั่นเอง  การทำสมาธิแบบนี้
ไม่ได้เน้นการเข้าถึงนิพพานหรือความสิ้นไปของอาสวะ แต่ก็เป็นพื้นฐานที่ดีหาก
ต้องการปฏิบัติต่อไปในขั้นสูงหากแต่มีประโยชน์ที่เห็นได้ทันทีก็ได้จากในชีวิต
ประจำวันทำให้เรามีจิตใจผ่องใสประกอบกิจการงานได้ราบรื่นและคิดอะไรก็
รวดเร็วทะลุปรุโปร่ง  เพราะว่าระดับจิตใจได้ถูกฝึกมาให้มีความนิ่งดีแล้ว เมื่อมี
ความนิ่งเป็นสมาธิดีแล้ว ย่อมมีพลังแรงกว่าใจที่ไม่มีสมาธิ ดังนี้เมื่อจะคิดทำ
อะไร ก็จะทำได้ดี และได้เร็วกว่าคนปกติ ที่ไม่ได้ผ่านการฝึกสมาธิมาก่อน วิธี
การทำสมาธิที่ได้ผลและเป็นที่นิยมได้ถูกนำมากล่าวแนะนำไว้ในที่นี้แล้วเริ่ม
ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานและขั้นตอนต่างๆโดยท่านสามารถอ่านทีละหัวข้อตามลำดับ
ดังต่อไปนี้
๑.การจะทำสมาธิสามารถทำได้ทุกขณะอิริยาบถ
๒.ข้อแนะนำและการเตรียมตัวก่อนการทำสมาธิ
๓.การทำสมาธิโดยการนับเพื่อฝึกการควบคุมจิต

--------------------------------------------------------------------------------

๑.การทำสมาธิสามารถทำได้ทุกขณะอิริยาบถ
ท่านพ่อลี (พระอาจารย์ลี ธมฺมธโร) พระสายธุดงที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งแห่งภาค
อีสาน ได้เคยให้คำอธิบายวิธีการทำสมาธิในชีวิตประจำวัน เวลาที่จะทำสมาธิ
นั้นท่านได้อธิบายอย่างง่ายๆไว้ว่าทำได้ทั้งยืน เดิน นั่ง และนอน ในอิริยบททั้ง 
๔ นี้เมื่อใดที่ใจเป็นสมาธิก็ถือว่าเป็นภาวนามัยกุศล ซึ่งถือเป็นกุศลกรรมสิทธิ์
เฉพาะตัว ถือว่าได้บุญด้วยอย่างหนึ่ง ดังนั้นจึงพอสรุปจากคำแนะนำของท่าน
ไว้ได้ดังนี้คือ
การยืน ทำโดยยืนให้ตรง วางมือขวาทับมือซ้าย คว่ำมือทั้งสองหลับตาหรือลืม
ตาสุดแท้แต่จะสะดวกในการทำ แล้วเพ่งไปที่คำว่า พุทโธ      จนจิตตั้งมั่นได้
การเดิน เรียกว่าเดินจงกรม ให้กำหนดความสั้น ความยาว ของเส้นทางที่จะ
เดินสุดแท้แต่เราเอง ควรจะหาสถานที่ และเวลาที่เหมาะสม   ไม่อึกทึกครึก
โครม และไม่มีสิ่งรบกวนจากรอบข้าง นอกจากนั้นที่ที่จะเดินไม่ควรสูงๆ ต่ำๆ 
แต่ควรเรียบเสมอกัน เมื่อหาสถานที่และเวลาที่เหมาะสมได้แล้วก็ตั้งสติ อย่า
เงยหน้าหรือก้มหน้านัก ให้สำรวมสายตาให้ทอดลงพอดี วางมือทั้งสองลงข้าง
หน้าทับกันเหมือนกับยืน การเดินแต่ละก้าวก็ให้จิตตั้งมั่นอยู่กับคำบริกรรมว่า
พุทโธ โดยเดินอย่างสำรวม ช้าๆ ไม่เร่งรีบ กำหนดรู้ในใจ
การนั่ง คือนั่งให้สบาย แล้วเพ่งเอาจิตไปที่การบริกรรมคำว่า พุทโธ ท่องภาวนา
ไว้เป็นอารมณ์ให้กำหนดรู้อยู่ในใจ
การนอน คือให้นอนตะแคงข้างขวา เอามือขวาวางรองศีรษะ ยืดมือซ้ายไป
ตามตัว ไม่นอนขด นอนคว่ำ หรือนอนหงาย แล้วก็สำรวมสติตั้งมั่นด้วยการ
ภาวนาคำว่า พุทโธ ให้ตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์เดียว เช่นเดียวกัน

--------------------------------------------------------------------------------

๒.ข้อแนะนำและการเตรียมตัวก่อนการทำสมาธิ
๒.๑ การหาเวลาที่เหมาะสม เช่นไม่ใช่เวลาใกล้เที่ยงเป็นต้นจะทำให้หิวข้าว 
หรือทำใกล้เวลาอาหาร และไม่ทานอิ่มเกินไปเพราะจะทำให้ง่วงนอน   หรือ
เวลาที่คนในบ้านยังมีกิจกรรมอยู่ ยังไม่หลับเป็นต้น
๒.๒ การหาสถานที่ที่เหมาะสม ไม่ใช่ที่อึกทึก นอกจากได้สมาธิในขั้นต้นแล้ว 
และต้องการฝึกการเข้าสมาธิในที่อึกทึก
๒.๓ เสร็จจากธุระภาระกิจต่างๆ และกิจวัตรประจำวันแล้ว เช่นหลังจากอาบ
น้ำแล้ว ขับถ่ายเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้มีนัดหมายกับใครแล้วเป็นต้น
๒.๔ อยู่ในอาการที่สบาย คือการเลือกท่านั่งที่สบาย ท่าที่จะทำให้อยู่นิ่งๆ ได้
นานโดยไม่ปวดเมื่อยและเกิดเหน็บชา อาจจะไม่ใช่การนั่งขัดสมาธิก็ได้ แต่
การนั่งขัดสมาธิถ้าทำได้ถูกท่าและชินแล้ว จะเป็นท่าที่ทำให้นั่งได้นานที่สุด 
อย่างไรก็ตามไม่ควรอยู่ในท่าเอนหลังหรือนอน เพราะความง่วงจะเป็นอุปสรรค 
เมื่อร่างกายได้ขนานกับพื้นโลกจะทำให้ระบบของร่างกายพักการทำงานโดย
อัตโนมัติ ทำให้ต้องใช้กำลังใจในการทำสมาธิมากกว่าการนั่ง
๒.๕ ไม่ควรนึกถึงผล หรือปรารถนาในลำดับชั้นของการนั่งในแต่ละครั้ง เช่น
ว่าจะต้องเห็นโน่นเห็นนี่ให้ได้ในคืนนี้เป็นต้น เพราะจะเป็นการสร้างความ
กดดันทางใจโดยไม่รู้ตัว และเกิดความกระวนกระวายทำให้ใจไม่เกิดสมาธิ 
ใจไม่นิ่ง ต้องทำใจให้ว่างมากที่สุด
๒.๖ ตั้งเป้าหมายในการนั่งแต่ละครั้ง เช่นตั้งใจว่าจะต้องนั่งให้ครบ ๑๕ นาที
ก็ต้องทำให้ได้เป็นต้น และพยายามขยายเวลาให้นานออกไป เมื่อเริ่มฝึกไป
ได้สักระยะหนึ่งแล้ว เพื่อให้สมาธิได้สงบนิ่งได้นานยิ่งขึ้น
๒.๗ เมื่อได้เริ่มแล้วก็ให้ทำทุกวันจนเกิดความเคยชินเป็นนิสัยติดตัว เพราะ
ว่าการทำสมาธิต้องอาศัยความเพียรในการฝึกฝน เพื่อให้เกิดความเคยชิน
และชำนาญ การที่นานๆทำสักครั้ง ก็เหมือนกับการมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่

--------------------------------------------------------------------------------

๓.การทำสมาธิโดยการนับเพื่อฝึกการควบคุมจิต
การทำสมาธิโดยวิธีนี้นั้นมีหลักการนับอยู่หลายวิธี และแต่ละวิธีก็ล้วนแต่มี
จุดหมายเดียวกันคือ เป็นอุบายหลอกล่อให้จิตตั้งมั่นอยู่ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
เป็นเวลานานได้ ทำให้เราเรียนรู้ที่จะเป็นนายของจิต ควบคุมมันได้  วิธีนับ
แบบต่างๆพอกล่าวโดยย่อได้ดังต่อไปนี้คือ

๓.๑ นับโดยการบวกเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ
๓.๒ นับลมแบบอรรถกถา
๓.๓ นับทวนขึ้นทวนลง
๓.๔ นับวน

๓.๑ การนับโดยการบวกเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ทีละหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น พอหายใจ
เข้าก็นับหนึ่ง พอหายใจออกก็นับสอง หายใจเข้าต่อไปก็นับสาม และหายใจ
ออกต่อไปก็นับสี่ บวกเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆทีละหนึ่ง ตัวเลขที่นับมันก็จะไม่รู้จบ 
แต่ท่านอาจจะกำหนดตัวเลขจำนวนสูงสุดก็ได้ อาทิเช่นพอถึงหนึ่งร้อย    ก็
เริ่มนับหนึ่งใหม่เป็นต้น คงไม่ต้องยกตัวอย่าง วิธีนี้เป็นวิธีเริ่มต้นที่ง่าย และใช้
สมาธิไม่มากนัก เพราะเหตุที่เราคุ้นเคยกับการนับในชีวิตประจำวันอยู่แล้วโดย
อัตโนมัติ เพียงแต่เอาการนับมาควบเข้ากับจังหวะการหายใจเข้า-ออก เพื่อให้
มีจิตรู้ตัวอยู่เสมอนั่นเอง

๓.๒ การนับลมแบบอรรถกถา เป็นวิธีของท่านพระอรรถกถาจารย์ ที่ได้นำ
เอาตัวเลข มาเป็นเครื่องกำหนดร่วมกับการกำหนดลมหายใจ ตามหลักคำสอน
ของท่านพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จากหนังสือพุทธธรรม ของพระราชวรมุนี หน้า 
(๘๖๕) หลักการนับแบบนี้ช่วยฝึกให้ใจมีสมาธิจดจ่อมากกว่าวิธีแรก วิธีนับมี
สองแบบ แบบแรกให้นับเป็นคู่ คือเมื่อหายใจเข้า ก็ให้นับว่า ๑ เมื่อหายใจออก
ให้นับว่า ๑ พอเที่ยวต่อไปหายใจเข้าให้นับว่า ๒ หายใจออกก็ให้นับว่า ๒ สรุปก็คือลมหายใจเข้าและออกถือเป็นหนึ่งครั้ง จนถึงคู่ที่ ๕ ก็ให้ตั้งต้นมานับ ๑ ไปใหม่จนถึงเลข ๖ ก็ให้มาตั้งต้นนับ ๑ ไปจนถึง ๗ ถึง ๘ ถึง ๙ และ ๑๐ แล้ว
ตั้งต้นนับ ๑
ไปจนถึง ๕ และนับต่อไปถึง ๑๐ อีก ลองศึกษาดูที่ตารางข้างล่าง
นี้เพื่อทำความเข้าใจอีกครั้ง

แบบนับเป็นคู่พร้อมกับลมหายใจ เช่น (๑-๑) หนึ่งตัวแรกคือลมหายใจครั้งที่ ๑ 
หนึ่งตัวที่สองคือการนับ
เที่ยวที่ ๑ ๑-๑ ๒-๒ ๓-๓ ๔-๔ ๕-๕
เที่ยวที่ ๒ ๑-๑ ๒-๒ ๓-๓ ๔-๔ ๕-๕ ๖-๖
เที่ยวที่ ๓ ๑-๑ ๒-๒ ๓-๓ ๔-๔ ๕-๕ ๖-๖ ๗-๗
เที่ยวที่ ๔ ๑-๑ ๒-๒ ๓-๓ ๔-๔ ๕-๕ ๖-๖ ๗-๗ ๘-๘
เที่ยวที่ ๕ ๑-๑ ๒-๒ ๓-๓ ๔-๔ ๕-๕ ๖-๖ ๗-๗ ๘-๘ ๙-๙
เที่ยวที่ ๖ ๑-๑ ๒-๒ ๓-๓ ๔-๔ ๕-๕ ๖-๖ ๗-๗ ๘-๘ ๙-๙ ๑๐-๑๐

อีกแบบหนึ่งคือการนับเดี่ยว นับแต่ตัวเลขอย่างเดียว ไม่ต้องคำนึงว่าเป็น
ลมหายใจเข้าหรือออก แต่ท่านควรจะทำแบบแรกให้คล่องเสียก่อน แล้วจึง
มาลองแบบที่สองนี้ ลองศึกษาทำความเข้าใจกับตารางข้างล่างนี้สำหรับการ
นับเดี่ยว เที่ยวที่ ๑ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕
เที่ยวที่ ๒ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖
เที่ยวที่ ๓ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗
เที่ยวที่ ๔ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘
เที่ยวที่ ๕ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙
เที่ยวที่ ๖ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑๐
ทั้งสองแบบนี้ใช้วิธีการนับทวนไปทวนมา จนกระทั่งเราเกิดสมาธิ อย่างไรก็
ตามขอให้ถือหลักความเพียรเข้าไว้ วันนี้ใจยังว้าวุ่นอยู่ก็ไม่เป็นไร ลองพรุ่งนี้
อีกที ทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะสงบใจให้เชื่องอยู่ใตับังคับบัญชาของเรา และเมื่อ
นั้นแหละคุณภาพทางจิตและร่างกายของท่านได้ถูกพัฒนาขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง
แล้ว

แบบนับลมเป็นคู่
วิธีนี้จะง่ายกว่าแบบอรรถกถาข้างต้นเล็กน้อย เพราะว่าให้เริ่มนับไปได้เลย 
วิธีมีดังนี้คือ

แบบนับตามลม เวลาหายใจเข้า 
ก็ให้กำหนดลมหายใจที่เข้ามากระทบไว้ที่ปลายจมูก หรือโพรงจมูกด้านใน 
ตรงที่รู้สึกว่าลมกระทบตรงนั้น แล้วเริ่มต้นนับหนึ่งในใจ แล้วก็เอาใจตาม
ลมหายใจเข้ามาจนผ่านปอด ให้ความรู้สึกว่าไปสุดปลายที่ท้องเลยทีเดียว 
ถึงตรงนี้ก็คือถือเป็นสิ้นสุดการหายใจเข้า

เวลาหายใจออก ก็ให้ต้นลมอยู่บริเวณท้องแล้วก็นับหนึ่งใหม่ในใจ พร้อมกับ
หายใจออก
เพื่อให้เข้าใจยิ่งขึ้น ให้ศึกษาดูจากตารางนี้อีกเที่ยวหนึ่ง เที่ยวที่ ๑ ๑-๑
เที่ยวที่ ๒ ๑-๑ ๒-๒
เที่ยวที่ ๓ ๑-๑ ๒-๒ ๓-๓
เที่ยวที่ ๔ ๑-๑ ๒-๒ ๓-๓ ๔-๔
เที่ยวที่ ๕ ๑-๑ ๒-๒ ๓-๓ ๔-๔ ๕-๕
เที่ยวที่ ๖ ๑-๑ ๒-๒ ๓-๓ ๔-๔ ๕-๕ ๖-๖
เที่ยวที่ ๗ ๑-๑ ๒-๒ ๓-๓ ๔-๔ ๕-๕ ๖-๖ ๗-๗
เที่ยวที่ ๘ ๑-๑ ๒-๒ ๓-๓ ๔-๔ ๕-๕ ๖-๖ ๗-๗ ๘-๘
เที่ยวที่ ๙ ๑-๑ ๒-๒ ๓-๓ ๔-๔ ๕-๕ ๖-๖ ๗-๗ ๘-๘ ๙-๙
เที่ยวที่ ๑๐ ๑-๑ ๒-๒ ๓-๓ ๔-๔ ๕-๕ ๖-๖ ๗-๗ ๘-๘ ๙-๙ ๑๐-๑๐
*ตัดตอนบางส่วนมาจากหนังสือสมาธิภาวนา โดยธรรมรักษา

--------------------------------------------------------------------------------
สถานที่ฝึกสมาธิ
ชื่อสถานที่: บ้านสายลม (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
ที่อยู่สำหรับการติดต่อ: พหลโยธิน8 (ซอยสายลม) กรุงเทพฯ
ลักษณะการให้บริการ: ค่าบริการแล้วแต่กำลังทรัพย์
หลักสูตรที่เปิดสอนคือ : มโนมยิทธิ วิปัสนากรรมฐาน
ระยะเวลาการฝึกอบรม: ทุกวันเสาร์-จันทร์ทุกต้นเดือน
วลาเปิดให้บริการ: เริ่มประมาณ12.00 น.
--------------------------------------------------------------------------------
สิงห์บุรี
ชื่อสถานที่: วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี
ที่อยู่สำหรับการติดต่อ: ถนนสายเดเชียตรงไปตลอด ก่อนถึงตัวจังหวัดสิงห์บุรี ประมาณ 15กิโลเมตร อยู่ทางซ้ายมือ จะมีป้ายบอกชื่อวัดให้เลี้ยวซ้ายได้เลย
ลักษณะการให้บริการ: ที่พักอาศัย น้ำ ไฟ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย อาหาร ค่าใช้จ่ายแล้วแต่จะบริจาค
การเจริญสติปัฏฐานสี่ (ภาวนาว่า ยุบหนอ พองหนอ)
ระยะเวลาการฝึกอบรม: การปฏิบัติกรรมฐานแบ่งออกเป็น 4 ช่วงในแต่ละวัน ดังนี้
เวลาเปิดให้บริการ: ถ้าจะปฏิบัติ 3 วันให้ไปวันศุกร์ตอนเช้า ถ้าจะปฏิบัติ 7 วัน
ให้ไปวันโกนและจะออกจากการปฏิบัติในในวันโกนถัดไป
--------------------------------------------------------------------------------
นครราชสีมา
ชื่อสถานที่: ศูนย์สมาธิภาวนา วัดป่าสาลวัน (วัดหลวงพ่อพุธ)
ที่อยู่สำหรับการติดต่อ: วัดป่าสาลวัน อ.เมือง จ.โคราช
โทรศัพท์: 01-9671435, 9552125
ลักษณะการให้บริการ: เปิดสอนการปฏิบัติธรรมและสมาธิ ฟรี


 

 

 

 


 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

 
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine |
Health Game Zone


1999-2000 Thailabonline.com. All rights reserved. 
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.