top
เยื่อตาขาวอักเสบ
จากการแพ้
Allergic
Conjunctivitis
เยื่อตาขาวอักเสบ
จากเชื้อไวรัส
Viral Conjunctivitis
เยื่อตาขาวอักเสบ
จากเชื้อแบคทีเรีย
Bacterial
Conjunctivitis





สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้

Contact :
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ
ไทยแล็ปออนไลน์
|
|
โรคนี้พบได้บ่อยในคนทุกวัย แต่จะพบในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ พบประปรายตลอดปี อาจพบระบาดในช่วงเดือนมิถุนายนถึงธันวาคม
สาเหตุ
เกิดจากการติดเชื้อไวรัสซึ่งมีอยู่หลายชนิด เช่น อะดิโนไวรัส
(Adenovirus) พิคอร์นาไวรัส (Picornavirus) เป็นต้น
บางชนิดอาจทำให้เกิดการระบาดตามหมู่บ้าน
โรงเรียน โรงงาน
เป็นต้น เรียกว่า โรคตาแดงระบาด
(Epidemic keratoconjuncti-
vitis) มักเกิดจากเอนเทอโรไวรัส ไทป์ 70
(Enterovirus type 70),
ค็อกแซกคีไวรัสเอ ไทป์ 24 (Coxsackie virus A type 24)
ติดต่อ
โดยการสัมผัสโดยตรงหรือสัมผัสถูกข้าวของเครื่องใช้ (แก้วน้ำ จาน
ชาม ผ้าเช็ดตัว สบู่ ขันน้ำ โทรศัพท์ ฯลฯ)
ที่แปดเปื้อนเชื้อจากมือ
ของผู้ป่วย (ที่ติดจากการขยี้ตา)
บางชนิดอาจปนเปี้อนอยู่ในสระว่าย
น้ำ เมื่อคนมาเล่นน้ำ ก็จะติดเชื้ออักเสบได้
ระยะฟักตัว 1-2 วัน
อาการ
มีอาการตาแดง หนังตาบวมเล็กน้อย เคืองตา น้ำตาไหล
มีขี้ตาเล็ก
น้อย บางคนอาจมีไข้ เจ็บคอ อ่อนเพลียร่วมด้วย
มักจะเริ่มเป็นที่ตา
ข้างหนึ่งก่อน แล้วจึงลามมาอีกข้างหนึ่ง
มักพบว่าเป็นพร้อมกันหลาย
คน หรือมีการระบาดของโรคนี้
สิ่งตรวจพบ
ตาแดง บางครั้งเห็นเป็นปื้นแดงคล้ายเลือดออก หนังตาบวม
ต่อมน้ำ
เหลืองที่หน้าหูโต อาจมีไข้ร่วมด้วย
อาการแทรกซ้อน
ส่วนมากมักจะหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์
มีเพียงส่วนน้อยมากที่
อาจทำให้กระจกตาอักเสบ (ทำให้ตามัว) ซึ่งอาจเป็นอยู่นานเป็นเดือน ๆ
แต่ในที่สุดจะหายได้เอง
บางชนิดอาจทำให้ไขสันหลังอักเสบได้
แต่
พบได้น้อยมาก มักเกิดจากเชื้อเอนเทอโรไวรัสไทป์ 70
พบในวัยหนุ่ม
สาว หลังตาอักเสบ 5 วันถึง 6 สัปดาห์
การรักษา
ใช้ยาหยอดตาหรือป้ายตาที่เข้ายาปฏิชีวนะ
ทุก 2-4 ชั่วโมงเพื่อป้องกัน
การติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
ห้ามใช้ยาหยอดตาที่เข้าสเตอรอยด์
เพราะอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้
ถ้าไม่ดีขึ้นใน 1 สัปดาห์
หรือ
กระจกตาขุ่นมัวหรือเป็นแผล หรือแขนขาเป็นอัมพาต
ควรส่งโรง
พยาบาล
ข้อแนะนำ
1. ผู้ที่เป็นโรคนี้ ควรหยุดโรงเรียน หรือหยุดงานจนกว่าจะหาย
เพื่อป้อง
กันการแพร่กระจายให้ผู้อื่น
2. ระหว่างที่มีการระบาด ควรหาทางป้องกัน โดยแนะนำให้คนทั่วไป
ระวังการสัมผัสกับผู้ป่วย ควรล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่ ห้ามใช้มือขยี้ตา
อย่าคลุกคลี หรือนอนร่วมกันคนที่เป็นโรคนี้ และห้ามใช้ของใช้ (เช่น
ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว หมอน แก้วน้ำ จานชาม สบู่ ขันน้ำ โทรศัพท์
เป็นต้น) ร่วมกับผู้ป่วย
3. เมื่อเป็นโรคนี้ ควรพักผ่อนเต็มที่, ห้ามตรากตรำงานหนัก
หรือออก
กำลังหักโหมเกินไป
|
|
|
เยื่อตาขาวอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย พบได้บ่อยในคนทุกวัย
สาเหตุ
เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น สเตรปโตค็อกคัส,สแตฟฟีโลค็อก
คัส เป็นต้น โดยติดจากนิ้วมือ ผ้าเช็ดหน้า
หรือผ้าเช็ดตัวที่สกปรกมา
เช็ดถูกตา
อาการ
มีอาการตาแดง หนังตาบวม มีขี้ตามาก
มีลักษณะเป็นสีเหลือง หรือ
สีเขียว บางคนตื่นขึ้นมาตอนเช้าพบว่าตาติดกันจนลืมไม่ขึ้น
ต้องใช้
น้ำเช็ดออก ผู้ป่วยมักจะมีอาการอักเสบของตาทั้งสองข้าง
ส่วนมาก
จะไม่มีอาการปวดตา หรือเคืองตามาก ไม่มีอาการคัน
และต่อมน้ำ
เหลืองที่หน้าหูไม่โต
สิ่งตรวจพบ
ตาแดง หนังตาบวม มีขี้ตาสีเหลืองหรือเขียว
อาการแทรกซ้อน
ส่วนมากจะหายได้เองภายใน 10-14 วัน ถึงแม้ไม่ได้รับการรักษา
มี
เพียงส่วนน้อยมากที่อาจลุกลามทำให้กระจกตาอักเสบ หรือเป็นแผล
การรักษา
ใช้ยาป้ายตา หรือยาหยอดตาที่เข้ายาปฏิชีวนะ
เช่น ขี้ผึ้งป้ายตาเตตรา
ไซคลีน, ยาหยอดตานีโอสปอริน วันละ 2-3 ครั้ง
และก่อนนอนควรใช้
ชนิดขี้ผึ้งป้ายตาเพื่อป้องกันมิให้ตาติดกันตอนตื่นนอนก่อนใช้ยาทุกครั้ง
ควรใช้น้ำสุกเช็ดขี้ตาออก ถ้าหนังตาบวมมาก ให้กินยาปฏิชีวนะ
เช่น
คล็อกซาซิลลิน หรือ อีริโทรไมซิน
และถ้าปวดมากให้ยาแก้ปวด
ส่วน
มากอาการจะดีขึ้น ภายใน 2-3 วัน ควรให้ยาต่อสัก 5-7 วัน
แต่ถ้าไม่ดี
ขึ้น ควรส่งโรงพยาบาล
ข้อแนะนำ
1. ห้ามใช้ยาหยอดตาหรือป้ายตาที่เข้าสเตอรอยด์
เป็นอันขาดอาจทำ
ให้การอักเสบลุกลามเป็นอันตรายได้
2. ถ้าพบอาการตาอักเสบในทารกแรกเกิด
ควรคิดถึงตาอักเสบจาก
เชื้อหนองใน ไว้เสมอ
3. เยื่อตาขาวอักเสบ (มีอาการตาแดง ตาแฉะ เคืองตา คันตา)
อาจมี
สาเหตุจาก เชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และจากการแพ้
ควรแยกให้ออกจาก
กัน เพราะการรักษาต่างกัน
ถ้ามีการระบาดมักเกิดจากไวรัส
รายละเอียด
ถ้าตามีขี้ตาเป็นหนอง ห้ามใช้สเตอรอยด์หยอดตา
|