BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ


top

  กลุ่มอาการโรคตาแดง 
 Conjunctivitis

 การแพร่กระจายตาแดงระบาด 
 โรคตาแดง…แผลงฤทธิ์ 
 




Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์




 
   กลุ่มอาการโรคตาแดง       

นพ.อมรชัย หาญผดุงธรรมะ 

--------------------------------------------------------------------------------

"โรคตาหลายโรค ที่พบได้บ่อยอาจนำมาด้วยอาการตาแดง อาการและอาการแสดงที่เป็นอันตรายต่อสายตา
ได้แก่ อาการตามัวกะทันหัน อาการกลัวแสง และอาการปวดตา" อาจกล่าวได้ว่า ตาแดง เป็นอาการแสดงที่
รู้จักกันดีและสังเกตได้ง่าย ทั้งผู้ป่วยและผู้พบเห็น บางครั้งมีเหมือนกันที่คนข้างเคียงเห็นอาการนี้ ก่อนเจ้าของ
ตาเสียอีก จะด้วยเจ้าของตาไม่ได้ส่องกระจกดูหรือเพราะ ไม่ได้สนใจเนื่องจากไม่มีอาการอื่นเดือดร้อนก็เป็นได้
ทั้งนั้นครับ 

คราวนี้ก็เลยขอบอกสู่กันฟังว่า ตาแดง เกิดจากโรคอะไรได้บ้าง อะไรที่สำคัญ อะไรเร่งด่วน
และแนวทางการรักษาเบื้องต้นพอสังเขปครับ 

อาการบอกเหตุ 
อาการที่เกิดร่วมกับตาแดงและอาจช่วยบอกถึง สาเหตุของตาแดงได้มีดังนี้คือ 

 อาการคัน     อาการคันในลูกตาอาจเกี่ยวข้องกับ เยื่อตาอักเสบจากการแพ้ 
 รู้สึกเคืองตา บ่งบอกถึงภาวะตาแห้ง, มีสิ่งแปลกปลอมในตา, เปลือกตาอักเสบ 
 แสบตา          แสดงถึงอาการของโรคที่เปลือกตา, เยื่อบุตาหรือแก้วตา 
 เป็นเม็ดหรือเจ็บบางจุด  อาจเกิดจากฝีที่เปลือกตา หรือกุ้งยิง 
 ปวดลูกตา   อาจเป็นอาการของม่านตาอักเสบ, แผลที่แก้วตา, ต้อหิน,       
                 เยื่อหุ้มลูกตาอักเสบ, หรือการติดเชื้อรอบลูกตา 
 กลัวแสง   หมายถึง ตาสู้แสงไม่ได้จะเคืองตามาก เป็นอาการของม่านตาอักเสบ, 
               แผลที่แก้วตา, และต้อหิน 
 น้ำตาไหล  ลักษณะเป็นน้ำตาใส เกิดจาก เยื่อตาอักเสบเพราะเชื้อไวรัสหรือสารเคมี 
 ขี้ตาเป็นเมือก มักเกิดจากเยื่อบุตาอักเสบ เพราะการแพ้ หรือการติดเชื้อแคลมมีเดีย 
 ขี้ตาเป็นหนอง เกิดจากเยื่อตาอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย, แผลที่แก้วตา, 
                     หรือการอักเสบรอบตา
ตาแดงร่วมกับโรคของเปลือกตา 

โรคของเปลือกตาหรือหนังตาที่พบได้บ่อย ได้แก่ 
การอักเสบของต่อมเปลือกตาตามแนวขนตา จะมีอาการเฉียบพลัน คือ เปลือกตาบวมและปวด มักจะสุก และ
แตกระบายหนองออกภายใน 1 สัปดาห์ ถ้าไม่แตก อาจกลายเป็นฝีที่ต้องผ่าเอาหนองออก การอักเสบชนิดนี้อาจ 
จำกัดอยู่เฉพาะเปลือกตา โดยตาไม่แดงเลยก็ได้ 
การอักเสบหรือติดเชื้อของต่อมด้านล่างของเปลือกตา มักจะ เรื้อรังต้องผ่าหริอตัดเอาออก 
ถ้าติดเชื้อฝีก็อาจเกิดอักเสบอย่างเฉียบพลัน 
การอักเสบของเปลือกตา ถ้าเกิดจากติดเชื้อแบคทีเรียจะมี อาการเฉียบพลันคือ อาการคล้ายมีสิ่งแปลกปลอม
อยู่ในตา, ปวดแสบปวดร้อน, มีหนองหรือน้ำเหลืองตามขอบตา ตาแดงร่วมกับมีขี้ตา 


โรคที่พบได้บ่อยได้แก่ 
การติดเชื้ออักเสบรอบดวงตา 
การอักเสบนี้อาจลุกลามมาจากไซนัสอักเสบข้างดวงตา, อาจเกิดจากติดเชื้อของดวงตาโดยตรง หรือจาก
การบาดเจ็บ ต่อดวงตาแล้วมีการติดเชื้อแทรกซ้อน ผู้ป่วยจะมีไข้สูง และอาการรุนแรง รอบตาจะบวมแดง 
อาจบวมจนตาปิด มีหนองออกมาจากตา โรคนี้อันตรายมาก เพราะเชื้ออาจแพร่จากตาเข้าสู่สมองได้ง่าย


เยื่อบุตาอักเสบ 
โรคนี้อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส การแพ้สารเคมี หรือภาวะที่มีน้ำตาน้อย ถ้าขี้ตามีลักษณะ
เป็นเมือกเหนียวๆ อาจเกิดจากการแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกิดร่วมกับอาการคันและมีการแพ้ ที่ผิวหนัง จมูก 
หรือหอบหืดร่วมด้วย ขี้ตาลักษณะคล้ายหนอง มักเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย กรณีตาจะแดงมาก ขี้ตาเป็นน้ำใสๆ 
แบบน้ำตา อาจจากเชื้อไวรัส ซึ่งมักจะมีต่อมน้ำเหลืองบริเวณหน้าหูโตขึ้นด้วย แต่อาจเกิดจากสารเคมีระคาย
เคืองก็ได้ 

เยื่อบุตาอักเสบจากการแพ้ มักจะมีอาการแพ้อย่างอื่นอยู่แล้ว เช่น ไข้ละอองฟาง, หอบหืด และโรคแพ้ของ
ผิวหนัง อาจเกิดจากการถูกสารที่แพ้หรือเกิดในฤดูที่มีสารที่แพ้อยู่ในอากาศมาก 
นอกจากตาจะแดงแล้วจะมีขี้ตาเป็นเมือกเหนียว, คัน, น้ำตาไหลมาก พบมากในเด็กโตและวัยย่างเข้าวัยผู้ใหญ่ 
อาจมีอาการในบางฤดู หรือเป็นทั้งปีก็ได้ เยื่อบุตาจะบวมมากและอาจบวมขึ้นอย่างกะทันหัน 

เยื่อตาอักเสบจากเชื้อหนองในอาจเล่นงานแก้วตาจนทะลุได้ ต้องรีบรักษาโดยเร็วที่สุด เชื้อแคลมมีเดีย 
อาจเข้าตาได้ จากการสัมผัสน้ำเมือกจากอวัยวะสืบพันธุ์ พบในเด็กแรกเกิด วัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ที่มีกิจกรรมทางเพศมาก ขี้ตามาก ลักษณะเป็นมูกปนหนอง เปลือกตาบวมและแดง 

ตาแดงจากเชื้อไวรัสอาจเกิดร่วมกับคออักเสบและมีไข้ ชนิดที่ระบาดติดต่อกันง่ายจะเกิดจากไวรัสที่เรียกว่า 
แอดิโนไวรัส ทำให้ปวดตา ตามัว เนื่องจากเชื้อเล่นงานที่แก้วตาด้วย เชื้อไวรัสหัดเยอรมัน คางทูม และเริม 
ก็ทำให้เยื่อตาอักเสบได้

ตาแดงร่วมกับตาแห้งหรือระคายเคือง 
มีโรคตาหลายโรคที่มีอาการตาแห้ง การมีน้ำตาน้อย อาจเกิดจากอายุมาก, มีโรคประจำตัว, ควัน,สารเคมี 
หรือยาบางชนิด 

ต้อลม - ลักษณะเป็นเนื้อนูนๆ ออกสีเหลืองตรงตาขาวด้านใกล้จมูก เนื้อเยื่อนี้เป็นพังผืดปนกับไขมัน 
ต้อเนื้อ - เป็นเนื้อเยื่อที่มี เส้นเลือดฝอยเกิดใหม่ เริ่มจากตาขาวแล้วยื่นเป็นแผ่นเข้าไปตาดำส่วนที่เป็นแก้วตา 
ทั้งต้อลมและต้อเนื้อนี้เป็นภาวะที่เกิดช้า ๆ และเรื้อรังเมื่อถูกลม ฝุ่นละออง หรือสิ่งระคายเคือง จะทำให้
อาการมากขึ้น   ต้อเนื้อหากเป็นมากจะปิดบังรูม่านตา ขัดขวางการมองเห็น จำเป็นต้องล้างออก 

เลือดออกใต้เยื่อบุตา - อาการนี้ถ้าไม่ได้เกิดจากโรคเลือด บาดเจ็บต่อลูกตาหรือการขยี้ตาแล้ว อาจเกิดขึ้น 
จากภาวะที่ทำให้แรงดันในเส้นเลือดสูงขึ้น เช่น ขณะไอ, จาม หรือ เบ่งอุจจาระ หรือเบ่งตอนคลอดบุตร 
บางทีก็พบว่าเกิดขึ้นเองโดยนึกสาเหตุไม่ออก  ภาวะตาแห้งอาจชวนให้ขยี้ตา บางทีอาจทำให้เลือดออก
ใต้เยื่อบุตาได้


ตาแดงร่วมกับอาการปวดตา 
โรคของตาที่มีอาการเข้าข่ายนี้ได้แก่ 

เป็นแผลที่แก้วตา - ปัญหานี้พบบ่อยขึ้น จากการใช้เลนส์สัมผัสกันมากขึ้น คอนแทคเลนส์ชนิดอ่อน และ
ชนิดที่ใช้สวมติดต่อกันนาน ทำให้เกิดแผลที่แก้วตา ได้มากกว่าคอนแทคท์เลนส์ที่ถอดออกทุกวัน  ผู้ที่ใช้
คอนแทคท์เลนส์จึงควรทราบความผิดปกตินี้ หากมีตาระคายเคืองหรือตาแดงควรถอดออกก่อน ถ้าถอดออก
แล้วไม่หายต้องไปพบแพทย์ครับ

อยถลอกที่แก้วตา - อาจเกิดจากการบาดเจ็บในรูปแบบ ต่างๆ เช่น ถูกสิ่งของกระเด็นเข้าตา ถูกเล็บ, ถูก
ปลายกระดาษสะกิด ฯลฯ อาการปวดจะค่อนข้างมาก ตาจะแดง แพ้แสงหรือลืมตาสู้แสงไม่ได้และน้ำตาไหล
มาก

แก้วตาอักเสบ - อักเสบจากการติดเชื้อจะมี อาการปวด กลัวแสง น้ำตาไหล และตามัว ตาจะแดง และแดง
มากรอบๆ แก้วตา 
เชื้อสาเหตุส่วนใหญ่จะเป็นเชื้อไวรัสครับ ชนิดที่พบบ่อยที่สุดคือ แอดิโนไวรัส 
เชื้อเริมจะหลบซ่อนอยู่ในปมประสาท ทำให้กลับเป็นซ้ำอีกได้หากภูมิต้านทานของร่างกายไม่ดี, เป็นไข้, 
หรือถูกแสงแดดมากเกินไป 
การติดเชื้อแบคทีเรียมีความรุนแรงสูงและถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องรักษา สาเหตุนำอาจมาจากเลนส์สัมผัส 
หรือการบาดเจ็บ

ม่านตาอักเสบ - อาการสำคัญคือ ตาแดง ม่านตาหดเล็ก อาจมีโรคทางกายอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น วัณโรค 
ซิฟิลิส เรื้อนกวาง ข้ออักเสบ ลำไส้อักเสบ ฯลฯ

เยื่อหุ้มลูกตาชั้นนอกอักเสบ - เป็นภาวะอักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่ง ที่มีการทำลายของเนื้อเยื่อหุ้มลูกตา สาเหตุมีได้หลายอย่างเช่น 
โรคที่เกี่ยวกับเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและหลอดเลือด เช่น โรครูมาตอยด์ กระดูกสันหลังอักเสบ ข้ออักเสบ 
โรคทางเมตาบอลิซึม เช่น ธัยรอยด์เป็นพิษ, เกาต์ 
โรคติดเชื้อ เช่น วัณโรค ซิฟิลิส โรคเรื้อน เริม งูสวัด เชื้อแบทีเรีย ฯลฯ
อาการสำคัญของเยื่อหุ้มลูกตาชั้นนอกอักเสบคือ อาการปวด ครับ ปวดกรุ่นๆ อาจปวดมากจนนอนไม่หลับ 
ตาจะแดงมากจนออกสีม่วง เพราะเส้นเลือดขยายตัว

ต้อหิน - อาการปวดตาจะมากร่วมกับตามัว อาจมองเห็นดวงไฟมีแสงทรงกลดรอบๆ อาจมีอาการปวดศีรษะ 
คลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดท้อง ร่วมด้วยก็ได้ ตาจะแดงแก้วตาขุ่น ม่านตาขยายกว้าง 
การนั่งอยู่ในห้องมืดนานๆ เช่น ชมภาพยนตร์ อาจทำให้เกิดอาการของต้อหินดังกล่าวได้ 

ครับที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นอาการตาแดงร่วมกับอาการอื่นๆ เนื่องจากตาเป็นอวัยวะสำคัญ ผมแนะนำให้ท่าน 
ปรึกษาแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ ไม่แนะนำให้รักษาเองครับ ที่อาจช่วยตัวเองได้บ้างก็ยอมแค่รับประทานยา
บรรเทาปวด เช่น พาราเซตามอล เท่านั้น รีบพบแพทย์ด่วนครับ

 

ตาแดงระบาด 
ศ.พญ.สกาวรัตน์ คุณาวิศรุต 
--------------------------------------------------------------------------------

ในช่วงที่มีฝนตกเกือบทุกภูมิภาคของประเทศ บางจังหวัด มีน้ำท่วมขังตามท้องถนนและบ้านเรือน นำความ
เดือดร้อน แก่ผู้สัญจรไปมา ตลอดจนประชาชนเจ้าของบ้านเรือน ด้วยเหตุที่ ฝนตกก่อให้เกิดความชื้นแฉะทั่วๆ 
ไป ทำให้เชื้อไวรัสบางตัว เจริญงอกงามก่อโรคแก่พวกเราขึ้น หนึ่งในโรคจากเชื้อไวรัส ที่มักเกิดในหน้าฝน
ก็คือ ไวรัสที่ก่อให้เกิดตาแดง อาจเรียกว่า โรคตาแดงระบาด ตรงกับภาษาอังกฤษที่ว่า Eepidermic 
Hemorrhagic Conjunctivitis เชื้อโรคนี้มีคนในโลก เคยเป็นมาแล้วมากกว่าหลายร้อยล้านคน 

ตาแดงเกิดจากเชื้อไวรัส เป็นเชื้อต้นเหตุของโรคนี้ 
มีการตรวจพบเชื้อไวรัสหลายตัวด้วย กันประมาณกันว่า 2-4 ตัว ทั้ง 4 ตัวให้อาการของโรคคล้ายคลึงกัน 
อาศัยอาการมิอาจบอกได้ว่าเกิดจากเชื้อไวรัสตัวไหน เป็นข้ออธิบายว่า ทำไมเป็นโรคตาแดงชนิดนี้แล้วเป็นได้อีก 
หรือทำไมจึงไม่มีภูมิคุ้มกันดังเช่น โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสตัวอื่น ตัวอย่างเช่นเป็นโรคหัด หรืออีสุกอีใสใน
ตอนเด็ก คนนั้นจะไม่เป็นโรคอีกเลยตลอดชีวิต แต่โรคตาแดงระบาด คนเป็นทุกครั้งที่มีการระบาด อาจจะ
เนื่องจากภูมิต้านทานหลังเป็นโรคนี้ จะไม่อยู่นานหรือ เป็นจากเชื้อไวรัสคนละตัวกัน 

อาการเป็นอย่างไร และจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคนี้ 
ผู้ป่วยโรคนี้จะมาด้วยตาแดงฉับพลัน เคืองตาคล้ายๆ มีผงอยู่ในตา ตาบวม น้ำตาไหล เวลาการเกิดโรค
อาจจะเร็วภายใน 24 ชั่วโมง หลังการได้รับเชื้อ บางคนที่เป็นรุนแรงจะมีอาการปวดกระบอกตาร่วมด้วย 
มักเป็นข้างเดียวก่อน และอาจลามมาอีกข้างในวันเดียวกัน ถ้ามีเชื้อแบคทีเรียเข้าผสมโรง จะทำให้มีขี้ตา
ออกตลอดเวลา ตามด้วยมีจุดเลือดออกที่เยื่อบุตา เป็นจุดเล็กๆ หลายๆ จุด ซึ่งนานเข้าจะรวมกันเป็นปื้นแดง
ใต้เยื่อบุตา เป็นเหตุให้น้ำตาที่ไหลออกมา มีสีแดงคล้ายๆ น้ำล้างเนื้อ หรือแดงเข้มขึ้นทำให้ผู้ป่วยมักจะตกใจ 
เข้าใจว่ามีเลือดไหลออกจากตา 
อาการของผู้ป่วย โดยทั่วไปเมื่อเกิดการอักเสบของเยื่อบุตา จะหายภายใน 4-6 วัน แต่อาการตาแดง ที่เกิดจาก
การอักเสบ จากเยื่อบุตาจะค่อยๆ จางในเวลาต่อมา ผู้ป่วยบางคน อาจมีอาการคล้ายๆ ไข้หวัด มีการอักเสบของ
ต่อมน้ำเหลืองหน้าหูร่วมด้วย บางคนมีอาการอยู่ 3-4 วันหาย ผู้ป่วยบางคนโรคตาแดงจะลามเข้าตาดำ ทำให้
เกิดอาการระคายเคืองมากขึ้น ตาสู้แสงไม่ได้ เจ็บปวดมากขึ้น ทำให้เป็นโรคนานกว่า 8 วันได้ แต่โดยทั่วไป
ประมาณไม่เกิน 10-14 วัน จะหายโดยไม่มีอาการอะไรหลงเหลือ ถ้าเกิน 10-14 วัน ยังมีอาการ ควรสงสัย
ว่ามีโรคแทรกซ้อน มีอาการอักเสบของตาดำมากขึ้น ควรปรึกษาจักษุแพทย์ 

หากมีผู้ป่วยในบ้าน หรือบุคคลใกล้เคียง เช่น เพื่อนที่โรงเรียน ที่ทำงาน เพื่อนบ้าน กำลังเป็นโรคนี้ ซึ่งสังเกต
เห็นได้ว่าตาแดง น้ำตาเยิ้ม แล้วเราก็มีอาการระคายเคืองตา เจ็บตา ก็ให้สงสัยว่าตัวเองจะติดโรคนี้แล้ว 


แม้ว่าโรคนี้ จะไม่ทำให้เกิดผลเสียอะไรมากนัก แต่เนื่องจากการระบาดเป็นไปอยางรวดเร็ว ผู้เป็น จะมี
อาการระคายเคือง ทำงานไม่ได้เต็มที่บั่นทอนเศรษฐกิจโดยรวม จึงควรจะสะกัดกั้นมิให้โรคลุกลามไป 
โดยแยกผู้ป่วย ที่เป็นโรคออกจากชุมชน เช่น นักเรียนก็ควรให้หยุดโรงเรียน โดยเฉพาะนักเรียนประจำ
ด้วยการกลับบ้าน หลายๆ ปี ที่ผ่านมาที่จำได้มีนักเรียนประจำในโรงเรียนมีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง มีโรคนี้ระบาด
ถึงต้องปิดโรงเรียนเพื่อสกัดกั้นโรคนี้ คนทำงานก็ควรหยุดงาน ทหารในกรมกองก็ควรแยกตัวให้อยู่บ้าน 
ผู้เป็นโรคนี้ ควรหลีกเลี่ยงการลงสระว่ายน้ำ ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้อื่น หากมีอาการเคือง
น้ำตาไหลใช้กระดาษซับและทิ้งลงถังขยะ คุณแม่ที่ต้องหยอดยาให้ลูก ควรล้างมือทุกครั้งหลังหยอดยา
ให้ผู้ป่วย ไม่ควรนำยาหยอดของคนที่เป็นมาหยอด โดยหวังว่า จะป้องกันโรคได้ โดยความเป็นจริงก็คือ 
ไม่มียาที่จะป้องกันโรคนี้ การใช้ยาหยอดตาของคนเป็นโรคอาจทำให้เราเป็นโรคได้ 
การติดโรคเป็นโดยสัมผัสเชื้อโดยตรงและเชื้อจะอยู่ในน้ำตา ขี้ตาของผู้ป่วย 

เคยมีรายงานว่าประเทศที่กำลังพัฒนาที่มีโรคนี้ระบาด 
พบผู้ป่วยได้ถึงร้อยละ 50 ของประชากรทั้งประเทศในช่วงเวลา 2 เดือน เรียกว่า มีการระบาดอย่างรุนแรง 
บั่นทอนเศรษฐกิจของชาติโดยรวม จึงควรอย่างยิ่งที่เรามาช่วยกันจำกัดมิให้โรคระบาดมากกว่านี้ 
นอกจากนี้ยังมีรายงานในต่างประเทศที่ด้อยพัฒนาเมื่อมีโรคนี้นะบาด ชาวบ้านในชนบทซึ่งมีความเชื่ออย่าง
ผิดๆ ใช้ปัสสาวะหยอดตา ทำให้เกิดโรคหนองในอักเสบภายในดวงตา รุนแรงกว่าโรคที่เกิดจากไวรัสหลาย
เท่า  ประเทศเราคงไม่มีความเชื่อผิดๆ อย่างนี้ มีบ้างที่เชื่อว่า ใช้กระชาย ก้านกระเทียม ใช้น้ำนมหยอด ซึ่งก็
ไม่ควรทำเช่นกัน 

ท้ายสุดที่โรคตาแดงระบาดนี้ แม้ว่าส่วนใหญ่จะหาย โดยไม่มีโรคแทรกซ้อนที่ร้ายแรง แต่ก็มีรายงาน
ประชากร ในประเทศอินเดีย ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา รวมทั้งประเทศไทย ที่ผู้ป่วยโรคนี้มีอาการระบาด 
ของโรคทางระบบประสาทคล้ายๆ โรคโปลิโอร่วมด้วย 

[ คัดลอกจากนิตยสารดวงใจพ่อแม่ ] 

 

ตาแดง…แผลงฤทธิ์ 
ผศ.พญ.ภิญนิดา ประภาสะวัต 
--------------------------------------------------------------------------------

ช่วงหน้าฝนอย่างนี้ ตาแดงมาเยี่ยมเยียนกันบ่อยๆ เป็นแล้วไม่สนุก  ทั้งคันทั้งปวดลูกตา ลูกเล็กกระจองอแง 
แล้วยังติดต่อกันได้ง่าย แค่เอาหัวชนกันก็ติดแล้ว… หาทางป้องกันไว้ก่อนดีกว่า 

ตาแดง บอกอะไร 

จริงๆ ถ้าพูดถึงอาการ "ตาแดง" โดยทั่วไปหมายถึง เยื่อบุตา หรือส่วนที่เราๆ ท่านๆ เห็นกันว่าเป็นตาขาว 
เกิดการอักเสบขึ้นมา ด้วยสาเหตุหลายๆ ประการ เช่น อาจเป็นเยื่อบุตาอักเสบเอง ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อ
หรือภูมิแพ้ กระจกตาหรือตาดำอักเสบเป็นแผล ม่านตาอักเสบ ต้อหินเฉียบพลัน หรือโรคท่อน้ำอุดตันแต่กำเนิด 
ซึ่งพบในเด็กเล็กๆ อายุต่ำกว่าขวบ เป็นต้น สารพัดโรคเหล่านี้จะทำให้เกิดอาการตาแดงขึ้นมาได้ซึ่งควรจะต้อง
ไปพบจักษุแพทย์เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัย และการรักษาที่ถูกต้อง

ตาแดงยอดนิยม 
หรือแบบที่คนทั่วไปนิยมเรียกว่า "โรคตาแดง" นั้น ส่วนใหญ่เป็นโรคตาแดงอันเกิดจากการติดเชื้อไวรัส
ชนิดหนึ่ง ซึ่งทำให้เยื่อบุตาอักเสบ บางคนอาจจะใช้คำว่า โรคตาแดงระบาด เพราะ เป็นโรคที่ติดต่อกัน
ได้ง่ายมาก โรคตาแดงนี้สามารถพบได้ตลอดปี และจะระบาดได้เป็นช่วงๆ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน เช่น 
ในช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมานี้ โรคนี้จริงๆ แล้วเป็นโรคที่พบได้ในทุกเพศ ทุกวัย เพราะเกิดจากเชื้อไวรัส
เช่นเดียวกับหวัด ใครจะเป็นก็ได้ แต่เนื่องจากในเด็กมีภูมิคุ้มกันน้อย ร่วมกับการดูแลตนเอง หรือการป้องกัน
การติดเชื้อไม่ดีพอ จึงทำให้เป็นโรคตาแดง ได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ เชื้อไวรัสที่ว่านี้ ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อที่มีชื่อว่า 
อดิโนไวรัส (Adenovirus) และส่วนน้อยเกิดจากเชื้อ พิโคร์นาไวรัส (Picornavirus)

เจ็บ เคือง "เหมือนมีทรายอยู่ในตา" 
"โรคตาแดง" นี้สามารถมีอาการได้ตั้งแต่น้อยถึงมาก โดยมีอาการตาแดง มีขี้ตามาก โดยเฉพาะช่วงเช้าๆ 
น้ำตาไหล เจ็บตา เคืองแสบตา เนื่องจากว่าเยื่อบุตาอักเสบ เกิดมีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ ขึ้น จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึก 
เหมือนมีทรายอยู่ในตา อาจมีเลือดออกใต้เยื่อบุตา ทำให้ตาดูแดงจัด 
ถ้าเป็นมากอาจพบมีเปลือกตาบวมแดงร่วมด้วย จึงทำให้ตาดูเหมือนมีขนาดเล็กลง เด็กหรือผู้ป่วย 
ที่เป็นโรคตาแดงมักมีอาการหวัดนำมาก่อน เช่น เจ็บคอ มีไข้ เพราะเกิดจากเชื้อไวรัสตัวเดียวกัน 
อาการต่างๆ เหล่านี้ ถ้าเป็นในเด็กเล็กต่ำกว่าขวบ ก็จะมีอาการเช่นเดียวกับเด็กโต แต่เด็กเล็ก ไม่สามารถบอก
อาการเองได้ ดังนั้น การจะทราบว่า เด็กมีอาการจึงต้องใช้ความสังเกตของคุณพ่อคุณแม่ว่า เด็กมีตาแดง 
ตาดูฉ่ำๆ ขยี้ตา หรือกระพริบตาบ่อยกว่าปกติ มีขี้ตาติดที่หัวตาหรือที่เปลือกตาโดยเฉพาะช่วงตื่นนอน ร้องไห้
งอแงกว่าปกติ ฯลฯ หรือไม่ 

เมื่อตรวจร่างกายจะพบว่า มีเยื่อบุตาอักเสบแดง อาจบวมเล็กน้อย มีตุ่มเล็กๆ ขึ้นที่เยื่อบุตาด้านในของเปลือกตา 
ถ้าเป็นมาก อาจพบแผ่นเยื่อบางๆ ของหนองคุมอยู่ที่เยื่อเปลือกตาด้านใน อาจพบต่อมน้ำเหลืองหน้าหูโตร่วม
ด้วย ระดับสายตาเป็นปกติไม่มัวลง ยกเว้นมีกระจกตาหรือตาดำอักเสบร่วมด้วย โรคนี้จะเป็นอยู่ประมาณ 2-4 
สัปดาห์ จากนั้น อาการตาแดง มีขี้ตาจะหายไป ผู้ป่วยจะสบายตาขึ้น ไม่เคืองตามาก อาการดีขึ้นจนกระทั่ง
เป็นปกติ 


ระวัง! กระจกตาอักเสบ 
ในผู้ป่วยบางราย จะพบมีกระจกตาอักเสบร่วมด้วย โดยอาจเริ่มมีกระจกตาอักเสบในระยะที่เริ่มเป็น คือ
ประมาณตั้งแต่วันที่ 3 หลังจากมีตาแดง หรืออาจ เกิดระยะหลังคือ 1-2 สัปดาห์หลังตาแดง ซึ่งทำให้แทนที่
จะมีอาการดีขึ้นกลับจะมีอาการตามัวลง เคืองตามาก ตาสู้แสงไม่ได้ เนื่องจากกระจกตาเกิดการอักเสบมีจุดเล็กๆ
 เกิดขึ้นที่ชั้นผิวของกระจกตา กระจกตาอักเสบนี้ ในบางรายอาจอยู่นานเป็นหลายๆ เดือนหรือเป็นปีได้ซึ่งผู้ป่วย
จะไม่สามารถเห็นจุดนี้ได้ด้วยตัวเอง จำเป็นต้องได้รับการตรวจรักษาที่ถูกต้องจากจักษุแพทย์ 
นอกจากนั้นในเด็กเล็กๆ เขาไม่สามารถบอกอาการ แทรกซ้อนเหล่านี้ให้ทราบได้ จึงต้องให้แพทย์ดูเป็นหลัก


การรักษา…เน้นยาหยอด 
เมื่อคุณแม่ทราบเช่นนี้จากคุณหมอก็รู้สึกโล่งใจว่า อย่างไรลูกน้ำกับลูกอ๊อดก็จะยังมีสายตาที่ดีใช้ได้อยู่ต่อไป 
หลังจากมีตาแฉะไปประมาณ 2-4 สัปดาห์ โดยคุณหมอให้ยามาหยอด และป้ายตาลูกน้อยทั้งสอง โดยอธิบาย
ว่า ยารับประทานในโรคนี้ไม่มีความจำเป็น ยาหยอดตาที่ได้เป็นยาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน 
จากเชื้อแบคทีเรีย ยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสนี้โดยตรง ดังนั้นถึงแม้ว่า หยอดยาแล้วลูกน้ำและลูกอ๊อดก็จะยังมี
ตาแดงต่อไป ได้อีกระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นไปตามการดำเนินของโรค แต่ก็จะดีขึ้นและหายภายใน 2-4 สัปดาห์ 
ถ้ามีอาการไม่สบายตาหรือตาบวมมาก ก็สามารถใช้ น้ำแข็งประคบได้ ถ้ามีขี้ตามาก ควรจะทำความสะอาด
เปลือกตา หรือขอบตาด้วยสำลีชุบน้ำสะอาด


หยอดตาให้ลูกเล็ก 
ในเด็กเล็กมาก การหยอดยาทำได้ลำบาก อาจพิจารณาให้ยาป้ายเพียงอย่างเดียว แต่ถ้าจะใช้วิธีหยอดยา หรือ
ป้ายยาก ก็ให้คุณแม่ดึงเปลือกตาล่างลงมา พร้อมกับให้ลูกมองขึ้นบนเพียงเท่านี้ ตาของลูก ก็จะมีช่องพอที่จะ
ให้คุณแม่หยอดยาหรือป้ายยาลูกได้ถนัดขึ้น หากในเด็กเล็กอาจต้องให้ใครช่วยจับศีรษะ หาอะไรมาหลอกล่อ 
ให้เหลือกตาขึ้นข้างบนกันดิ้นดุกดิกเสียหน่อย ก็จะพอหยอดยาได้

ติดต่อได้ง่ายนิดเดียว 
สิ่งสำคัญยิ่งที่คุณหมอแนะนำคุณแม่คือ โรคนี้สามารถติดต่อได้ง่ายมากๆ โดยติดต่อได้จากทั้งขี้ตาและน้ำตา
ของผู้ป่วย (แต่มิใช่ติดต่อจากการแค่มองตากันหรือจากแมลงหวี่ตอมตา ดังเช่นบางคนเข้าใจผิด)  ถ้าใครโดน
น้ำตาหรือขี้ตาผู้ป่วยแล้ว เผลอขยี้ตาหรือเช็ดตาตัวเองเข้า ก็จะสามารถติดได้ 
หรือลูกน้อยเอามือที่ขยี้ตามีเชื้อโรคอยู่ ไปป้ายเปะปะตามที่ต่างๆ ก็จะทำให้คนอื่นติดเชื้อกันได้เหมือนกัน 
ยิ่งในเด็กเล็กๆ ยิ่งได้รับเชื้อหรือแพร่กระจายเชื้อๆ ได้ง่ายใหญ่ อย่างในรายลูกน้ำเป็นตาขวา ต่อมาก็อาจเป็น
ตาซ้ายด้วยได้ และติดต่อไปให้เด็กๆ ด้วยกันอย่างเช่นลูกอ๊อดด้วยได้ หรือติดต่อมายังคุณพ่อคุณแม่ด้วยก็ได้
ถ้าไม่ระมัดระวัง 

คุณหมอยังบอกต่อไปอีกว่า การแพร่กระจายเชื้อนี้ผู้ป่วย สามารถติดต่อไปให้ผู้อื่นได้ ตั้งแต่เริ่มเป็นตาแดง 
จนกระทั่ง 2 สัปดาห์หลังจากนั้น ดังนั้นพรุ่งนี้ ลูกน้ำกับลูกอ๊อดก็จะอดไปโรงเรียน รวมทั้งอดเรียนว่ายน้ำ 
ไปอีก 2 สัปดาห์ เพราะเกรงจะไปแพร่เชื้อให้ผู้อื่นนั่นเอง 

รู้จักโรคและวิธีรับมืออย่างนี้แล้ว คุณแม่ไม่กังวลแล้วล่ะค่ะ 
ตอนนี้มีแต่คอยระวังไม่ให้คุณแม่กับสามีที่รักติดต่อไปด้วย ที่เคยหอมแก้มกันวันละ 2-3 ฟอด เห็นจะต้อง
หยุดไว้ก่อนแล้ว สำหรับตอนนี้ มามะ…มาเจ้าตัวดีมาหยอดยา 


กันไว้ก่อน…ดีแน่ 
ถ้ายังไม่อยากให้ตาแดงลามระบาดกัน ไปทั้งบ้านต้องดูเรื่องพวกนี้ค่ะ 

พยายามอย่าให้ลูกขยี้ตา 
ล้างมือลูกบ่อยๆ ทุกครั้งที่ทำอะไรให้ลูก เช่น หยอดยาแล้ว ต้องล้างมือให้สะอาด แยกผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดมือ
ไม่ให้ปะปนกัน 
แยกผู้ป่วยที่เป็นอย่าให้อยู่ใกล้ชิดกับผู้อื่นจนหมด ระยะแพร่เชื้อ คือประมาณ 2 อาทิตย์นับจากเริ่มเป็น 
ก่อนและหลังเช็ดหรือหยอดตาให้ลูก ต้องล้างมือให้สะอาดเสมอ เวลาเช็ดให้ใช้สำลีเช็ดจากหัวตาไปยังหางตา 
และเปลี่ยนก้อนใหม่เมื่อต้องเช็ดซ้ำหรือเปลี่ยนไปเช็ดอีกข้าง 


 

 


 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

 
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine |
Health Game Zone


1999-2000 Thailabonline.com. All rights reserved. 
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.