 |
|
|
top
โรคตาแดง
Eye Conjunctivitis
( Pink eye)
เยื่อตาขาวอักเสบ
จากการแพ้
Allergic
Conjunctivitis
เยื่อตาขาวอักเสบ
จากเชื้อไวรัส
Viral Conjunctivitis
เยื่อตาขาวอักเสบ
จากเชื้อแบคทีเรีย
Bacterial
Conjunctivitis





สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้

Contact :
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ
ไทยแล็ปออนไลน์
|
|
|
โรคตาแดง
Eye Conjunctivitis
( Pink eye) |

เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุตา จากการติดเชื้อไวรัส กลุ่มอาดิโนไวรัส
ส่วนใหญ่ติดต่อโดยตรงจากการ
สัมผัสน้ำตาของผู้ป่วยที่ติดมากับนิ้วมือ และแพร่กระจายจากนิ้วมือมาที่ตาโดยตรง
ไม่ติดต่อทางการ
สบตา ทางอากาศ หรือการรับประทานอาหารร่วมกัน อาการเกิดได้ภายใน 1-2 วัน
ระยะการติดต่อ
ไปยังผู้อื่นประมาณ 14 วัน
"โรคตาหลายโรค ที่พบได้บ่อยอาจนำมาด้วยอาการตาแดง
อาการและอาการแสดงที่เป็นอันตรายต่อ
สายตาได้แก่ อาการตามัวกะทันหัน อาการกลัวแสง และอาการปวดตา"
อาจกล่าวได้ว่า ตาแดง เป็นอาการแสดงที่รู้จักกันดีและสังเกตได้ง่าย ทั้งผู้ป่วยและผู้พบเห็น
บางครั้ง
มีเหมือนกันที่คนข้างเคียงเห็นอาการนี้ ก่อนเจ้าของตาเสียอีกจะด้วยเจ้าของตาไม่ได้ส่องกระจกดู
หรือเพราะ ไม่ได้สนใจเนื่องจากไม่มีอาการอื่นเดือดร้อนก็เป็นได้ทั้งนั้นครับ
ฤดูกาล
มักจะพบผู้ติดเชื้อตาแดงในฟดูฝน ระยะเวลาของโรคประมาณ 5-14 วัน
ถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อน
อย่างอื่น
อาการบอกเหตุ
ผู้ได้รับเชื้อไวรัส จะมีอาการตาแดง เคืองตา น้ำตาไหล เจ็บตา มักจะมีขี้ตามากร่วมด้วย
จากการติดเชื้อ
แบคทีเรียมาพร้อมกัน ต่อมน้ำเหลืองหลังหูมักจะเจ็บปวม มักเป็นที่ตาข้างใดข้างหนึ่งก่อน
แล้วติดต่อ
มายังตาอีกข้างหนึ่งได้ ถ้าไม่ระวังให้ดี
ถ้าระมัดระวังไม่ให้น้ำตาข้างที่ติดเชื้อไวรัสมาถูกตาอีกข้าง
หนึ่งที่ดี จะไม่เป็นตาแดง แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นไปอีกข้างหนึ่งอย่างรวดเร็ว
อาการที่เกิดร่วมกับตาแดงและอาจช่วยบอกถึง สาเหตุของตาแดงได้มีดังนี้คือ
- อาการคัน อาการคันในลูกตาอาจเกี่ยวข้องกับ เยื่อตาอักเสบจากการแพ้
- รู้สึกเคืองตา บ่งบอกถึงภาวะตาแห้ง, มีสิ่งแปลกปลอมในตา, เปลือกตาอักเสบ
- แสบตา แสดงถึงอาการของโรคที่เปลือกตา, เยื่อบุตาหรือแก้วตา
- เป็นเม็ดหรือเจ็บบางจุด อาจเกิดจากฝีที่เปลือกตา หรือกุ้งยิง
- ปวดลูกตา อาจเป็นอาการของม่านตาอักเสบ, แผลที่แก้วตา, ต้อหิน, เยื่อหุ้มลูกตาอักเสบ,
หรือการติดเชื้อรอบลูกตา
- กลัวแสง หมายถึง ตาสู้แสงไม่ได้จะเคืองตามาก เป็นอาการของม่านตาอักเสบ, แผลที่แก้วตา,
และต้อหิน
- น้ำตาไหล ลักษณะเป็นน้ำตาใส เกิดจาก เยื่อตาอักเสบเพราะเชื้อไวรัสหรือสารเคมี
- ขี้ตาเป็นเมือก มักเกิดจากเยื่อบุตาอักเสบ เพราะการแพ้ หรือการติดเชื้อแคลมมีเดีย
- ขี้ตาเป็นหนอง เกิดจากเยื่อตาอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย, แผลที่แก้วตา, หรือการอักเสบรอบตา
- ตาแดงร่วมกับโรคของเปลือกตา
โรคของเปลือกตาหรือหนังตาที่พบได้บ่อย ได้แก่
การอักเสบของต่อมเปลือกตาตามแนวขนตา จะมีอาการเฉียบพลัน คือ เปลือกตาบวมและปวด มักจะสุก
และแตกระบายหนองออกภายใน 1 สัปดาห์ ถ้าไม่แตก อาจกลายเป็นฝีที่ต้องผ่าเอาหนองออก
การอักเสบชนิดนี้อาจ จำกัดอยู่เฉพาะเปลือกตา โดยตาไม่แดงเลยก็ได้
การอักเสบหรือติดเชื้อของต่อมด้านล่างของเปลือกตา มักจะ เรื้อรังต้องผ่าหริอตัดเอาออก
ถ้าติดเชื้อฝีก็อาจเกิดอักเสบอย่างเฉียบพลัน
การอักเสบของเปลือกตา ถ้าเกิดจากติดเชื้อแบคทีเรียจะมี อาการเฉียบพลันคือ อาการคล้ายมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา, ปวดแสบปวดร้อน, มีหนองหรือน้ำเหลืองตามขอบตา
ตาแดงร่วมกับมีขี้ตา
โรคที่พบได้บ่อยได้แก่
การติดเชื้ออักเสบรอบดวงตา
การอักเสบนี้อาจลุกลามมาจากไซนัสอักเสบข้างดวงตา, อาจเกิดจากติดเชื้อของดวงตาโดยตรง หรือจากการบาดเจ็บ ต่อดวงตาแล้วมีการติดเชื้อแทรกซ้อน ผู้ป่วยจะมีไข้สูง และอาการรุนแรง รอบตาจะบวมแดง อาจบวมจนตาปิด มีหนองออกมาจากตา โรคนี้อันตรายมาก เพราะเชื้ออาจแพร่จากตาเข้าสู่สมองได้ง่าย
เยื่อบุตาอักเสบ
โรคนี้อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส การแพ้สารเคมี หรือภาวะที่มีน้ำตาน้อย
ถ้าขี้ตามีลักษณะเป็นเมือกเหนียวๆ อาจเกิดจากการแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกิดร่วมกับอาการคันและมีการแพ้ ที่ผิวหนัง จมูก หรือหอบหืดร่วมด้วย ขี้ตาลักษณะคล้ายหนอง มักเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย กรณีตาจะแดงมาก ขี้ตาเป็นน้ำใสๆ แบบน้ำตา อาจจากเชื้อไวรัส ซึ่งมักจะมีต่อมน้ำเหลืองบริเวณหน้าหูโตขึ้นด้วย แต่อาจเกิดจากสารเคมีระคายเคืองก็ได้
เยื่อบุตาอักเสบจากการแพ้ มักจะมีอาการแพ้อย่างอื่นอยู่แล้ว เช่น ไข้ละอองฟาง, หอบหืด และโรคแพ้ของผิวหนัง อาจเกิดจากการถูกสารที่แพ้หรือเกิดในฤดูที่มีสารที่แพ้อยู่ในอากาศมาก นอกจากตาจะแดงแล้วจะมีขี้ตาเป็นเมือกเหนียว, คัน, น้ำตาไหลมาก พบมากในเด็กโตและวัยย่างเข้าวัยผู้ใหญ่ อาจมีอาการในบางฤดู หรือเป็นทั้งปีก็ได้ เยื่อบุตาจะบวมมากและอาจบวมขึ้นอย่างกะทันหัน
เยื่อตาอักเสบจากเชื้อหนองในอาจเล่นงานแก้วตาจนทะลุได้ ต้องรีบรักษาโดยเร็วที่สุด เชื้อแคลมมีเดีย อาจเข้าตาได้ จากการสัมผัสน้ำเมือกจากอวัยวะสืบพันธุ์ พบในเด็กแรกเกิด วัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ที่มีกิจกรรมทางเพศมาก ขี้ตามาก ลักษณะเป็นมูกปนหนอง เปลือกตาบวมและแดง
ตาแดงจากเชื้อไวรัสอาจเกิดร่วมกับคออักเสบและมีไข้ ชนิดที่ระบาดติดต่อกันง่ายจะเกิดจากไวรัสที่เรียกว่า แอดิโนไวรัส ทำให้ปวดตา ตามัว เนื่องจากเชื้อเล่นงานที่แก้วตาด้วย เชื้อไวรัสหัดเยอรมัน คางทูม และเริม ก็ทำให้เยื่อตาอักเสบได้
ตาแดงร่วมกับตาแห้งหรือระคายเคือง
มีโรคตาหลายโรคที่มีอาการตาแห้ง การมีน้ำตาน้อย อาจเกิดจากอายุมาก, มีโรคประจำตัว, ควัน,สารเคมี หรือยาบางชนิด
ต้อลม - ลักษณะเป็นเนื้อนูนๆ ออกสีเหลืองตรงตาขาวด้านใกล้จมูก เนื้อเยื่อนี้เป็นพังผืดปนกับไขมัน
ต้อเนื้อ - เป็นเนื้อเยื่อที่มี เส้นเลือดฝอยเกิดใหม่ เริ่มจากตาขาวแล้วยื่นเป็นแผ่นเข้าไปตาดำส่วนที่เป็นแก้วตา ทั้งต้อลมและต้อเนื้อนี้เป็นภาวะที่เกิดช้า ๆ และเรื้อรังเมื่อถูกลม ฝุ่นละออง หรือสิ่งระคายเคือง จะทำให้อาการมากขึ้น
ต้อเนื้อหากเป็นมากจะปิดบังรูม่านตา ขัดขวางการมองเห็น จำเป็นต้องล้างออก
เลือดออกใต้เยื่อบุตา- อาการนี้ถ้าไม่ได้เกิดจากโรคเลือด บาดเจ็บต่อลูกตาหรือการขยี้ตาแล้ว อาจเกิดขึ้น จากภาวะที่ทำให้แรงดันในเส้นเลือดสูงขึ้น เช่น ขณะไอ, จาม หรือ เบ่งอุจจาระ หรือเบ่งตอนคลอดบุตร บางทีก็พบว่าเกิดขึ้นเองโดยนึกสาเหตุไม่ออก
ภาวะตาแห้งอาจชวนให้ขยี้ตา บางทีอาจทำให้เลือดออกใต้เยื่อบุตาได้ครับ
ตาแดงร่วมกับอาการปวดตา
โรคของตาที่มีอาการเข้าข่ายนี้ได้แก่
เป็นแผลที่แก้วตา - ปัญหานี้พบบ่อยขึ้น จากการใช้เลนส์สัมผัสกันมากขึ้น คอนแทคเลนส์ชนิดอ่อน
และชนิดที่ใช้สวมติดต่อกันนาน ทำให้เกิดแผลที่แก้วตา ได้มากกว่าคอนแทคท์เลนส์ที่ถอดออกทุกวัน
ผู้ที่ใช้คอนแทคท์เลนส์จึงควรทราบความผิดปกตินี้ หากมีตาระคายเคืองหรือตาแดงควรถอดออกก่อน
ถ้าถอดออกแล้วไม่หายต้องไปพบแพทย์ครับ
รอยถลอกที่แก้วตา - อาจเกิดจากการบาดเจ็บในรูปแบบ ต่างๆ เช่น ถูกสิ่งของกระเด็นเข้าตา ถูกเล็บ,
ถูกปลายกระดาษสะกิด ฯลฯ อาการปวดจะค่อนข้างมาก ตาจะแดง แพ้แสงหรือลืมตาสู้แสงไม่ได้
และ
น้ำตาไหลมาก
แก้วตาอักเสบ - อักเสบจากการติดเชื้อจะมี อาการปวด กลัวแสง น้ำตาไหล และตามัว ตาจะแดง
และ
แดงมากรอบๆ แก้วตา
เชื้อสาเหตุส่วนใหญ่จะเป็นเชื้อไวรัสครับ ชนิดที่พบบ่อยที่สุดคือ แอดิโนไวรัส
เชื้อเริมจะหลบซ่อนอยู่ในปมประสาท ทำให้กลับเป็นซ้ำอีกได้หากภูมิต้านทานของร่างกายไม่ดี, เป็นไข้,
หรือถูกแสงแดดมากเกินไป
การติดเชื้อแบคทีเรียมีความรุนแรงสูงและถือว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องรักษา
สาเหตุนำอาจมาจากเลนส์สัมผัส หรือการบาดเจ็บ
ม่านตาอักเสบ - อาการสำคัญคือ ตาแดง ม่านตาหดเล็ก อาจมีโรคทางกายอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น วัณโรค ซิฟิลิส เรื้อนกวาง ข้ออักเสบ ลำไส้อักเสบ ฯลฯ
เยื่อหุ้มลูกตาชั้นนอกอักเสบ - เป็นภาวะอักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่ง ที่มีการทำลายของเนื้อเยื่อหุ้มลูกตา สาเหตุมีได้หลายอย่างเช่น
โรคที่เกี่ยวกับเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและหลอดเลือด เช่น โรครูมาตอยด์ กระดูกสันหลังอักเสบ
ข้ออักเสบ
โรคทางเมตาบอลิซึม เช่น ธัยรอยด์เป็นพิษ, เกาต์
โรคติดเชื้อ เช่น วัณโรค ซิฟิลิส โรคเรื้อน เริม งูสวัด เชื้อแบทีเรีย ฯลฯ
อาการสำคัญของเยื่อหุ้มลูกตาชั้นนอกอักเสบคือ อาการปวด ครับ ปวดกรุ่นๆ
อาจปวดมากจน
นอนไม่หลับ ตาจะแดงมากจนออกสีม่วง เพราะเส้นเลือดขยายตัว
ต้อหิน - อาการปวดตาจะมากร่วมกับตามัว อาจมองเห็นดวงไฟมีแสงทรงกลดรอบๆ
อาจมีอาการ
ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดท้อง ร่วมด้วยก็ได้ ตาจะแดงแก้วตาขุ่น ม่านตาขยายกว้าง
การนั่งอยู่ในห้องมืดนานๆ เช่น ชมภาพยนตร์ อาจทำให้เกิดอาการของต้อหินดังกล่าวได้
ครับที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นอาการตาแดงร่วมกับอาการอื่นๆ เนื่องจากตาเป็นอวัยวะสำคัญ ผมแนะนำให้ท่าน ปรึกษาแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ ไม่แนะนำให้รักษาเองครับ
ที่อาจช่วยตัวเองได้บ้างก็ยอมแค่รับประทานยาบรรเทาปวด เช่น พาราเซตามอล เท่านั้น
รีบพบแพทย์ด่วนครับ
การรักษา
เน้นยาหยอด
เมื่อคุณแม่ทราบเช่นนี้จากคุณหมอก็รู้สึกโล่งใจว่า
หลังจากมีตาแฉะไปประมาณ 2-4 สัปดาห์
โดยคุณหมอให้ยามาหยอด และป้ายตาลูกน้อยทั้งสอง โดยอธิบายว่า
ยารับประทานในโรคนี้ไม่มี
ความจำเป็น ยาหยอดตาที่ได้เป็นยาปฏิชีวนะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน จากเชื้อแบคทีเรีย
ยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสนี้โดยตรง ดังนั้นถึงแม้ว่า หยอดยาแล้วลูกน้ำและลูกอ๊อดก็จะยังมีตาแดงต่อไป
ได้อีกระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นไปตามการดำเนินของโรค แต่ก็จะดีขึ้นและหายภายใน 2-4 สัปดาห์
ถ้ามีอาการไม่สบายตาหรือตาบวมมาก ก็สามารถใช้ น้ำแข็งประคบได้ ถ้ามีขี้ตามาก
ควรจะทำความ
สะอาดเปลือกตา หรือขอบตาด้วยสำลีชุบน้ำสะอาด
วิธีหยอดตาให้ลูกเล็ก
ในเด็กเล็กมาก การหยอดยาทำได้ลำบาก อาจพิจารณาให้ยาป้ายเพียงอย่างเดียว แต่ถ้าจะใช้วิธีหยอดยา
หรือป้ายยาก ก็ให้คุณแม่ดึงเปลือกตาล่างลงมา พร้อมกับให้ลูกมองขึ้นบนเพียงเท่านี้ ตาของลูก
ก็จะมี
ช่องพอที่จะให้คุณแม่หยอดยาหรือป้ายยาลูกได้ถนัดขึ้น หากในเด็กเล็กอาจต้องให้ใครช่วยจับศีรษะ
หาอะไรมาหลอกล่อ ให้เหลือกตาขึ้นข้างบนกันดิ้นดุกดิกเสียหน่อย ก็จะพอหยอดยาได้
เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายนิดเดียว
สิ่งสำคัญยิ่งที่คุณหมอแนะนำคุณแม่คือ โรคนี้สามารถติดต่อได้ง่ายมากๆ
โดยติดต่อได้จากทั้งขี้ตาและ
น้ำตาของผู้ป่วย (แต่มิใช่ติดต่อจากการแค่มองตากันหรือจากแมลงหวี่ตอมตา ดังเช่นบางคนเข้าใจผิด)
ถ้าใครโดนน้ำตาหรือขี้ตาผู้ป่วยแล้ว เผลอขยี้ตาหรือเช็ดตาตัวเองเข้า ก็จะสามารถติดได้
หรือลูกน้อย
เอามือที่ขยี้ตามีเชื้อโรคอยู่ ไปป้ายเปะปะตามที่ต่างๆ ก็จะทำให้คนอื่นติดเชื้อกันได้เหมือนกัน
ยิ่งในเด็กเล็กๆ ยิ่งได้รับเชื้อหรือแพร่กระจายเชื้อๆ ได้ง่ายใหญ่ อย่างในรายลูกน้ำเป็นตาขวา
ต่อมาก็อาจ
เป็นตาซ้ายด้วยได้ และติดต่อไปให้เด็กๆ ด้วยกันอย่างเช่นลูกอ๊อดด้วยได้
หรือติดต่อมายังคุณพ่อคุณแม่
ด้วยก็ได้ถ้าไม่ระมัดระวัง
คุณหมอยังบอกต่อไปอีกว่า การแพร่กระจายเชื้อนี้ผู้ป่วย สามารถติดต่อไปให้ผู้อื่นได้
ตั้งแต่เริ่มเป็น
ตาแดง จนกระทั่ง 2 สัปดาห์หลังจากนั้น
ดังนั้นเด็กๆควรงดไปโรงเรียน รวมทั้งอดเรียนว่ายน้ำ ไปอีก
2 สัปดาห์ เพราะเกรงจะไปแพร่เชื้อให้ผู้อื่นนั่นเอง
นพ.อมรชัย หาญผดุงธรรมะ
ผศ.พญ.ภิญนิดา ประภาสะวัต
|
|
|
| by
Dr. Robert Steele |
What is it?
Pink eye,
or conjunctivitis, is an infection of the inner
eyelids and surrounding tissues of the eye.
Technically, the term conjunctivitis means
an inflammation of these tissues. Therefore,
anything resulting in an irritation and swelling
of these tissues, such as an allergy or spilling a
chemical into the eye, is considered
conjunctivitis. However, most of the time the term
pink eye is reserved for infections of the
eye. Viruses or bacteria may cause pink eye. The
prevalence of viral pink eye will depend, in part,
upon the season. During the
cold and
flu season, viruses cause most cases of pink eye.
And just like other viral infections, they do not
respond to antibiotics. Those caused by bacteria
do respond to topical antibiotics, which decrease
the duration of the infection by a couple of days.
What are
the symptoms?
The
symptoms include swelling of the eyelids,
sometimes associated with a yellowish-green
discharge that may cause the eyelids to stick
together. The infected tissues may include the
white of the eye, so when they become inflamed,
the eye appears red or bloodshot. Often, one eye
becomes red followed by the other eye a few days
later.
What
can/should be done at home
- Soaks
with warm water and a flannel can help relieve
burning and itching
- The
child should have his or her own flannel,
towels and bed linens because the infection is
transmitted through eye secretions
- Family
members should wash their hands often and
carefully to help prevent transmission
- Never
administer eye drops used to treat a previous
illness unless directed by your doctor
When to
get immediate attention
Whenever
your child's eye becomes red, call the doctor to
reassure yourself that simple conjunctivitis is
the correct diagnosis. But seek attention:
- If your
child is less than two months of age
- If there
is significant redness of the skin surrounding
the eye
- If your
child also has a fever
- If your
child is experiencing significant pain
- If your
child also has chicken pox or a cold sore
- If there
is a large amount of discharge coming from the
eye
|
|
|
|
| |


We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation
|