BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

t
       
top

การดูแลสุขภาพและ
   โภชนาการผู้สูงอายุ



 




Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์


 การดูแลสุขภาพและโภชนาการผู้สูงอายุ      

การเปลี่ยนแปลงในวัยสูงอายุมีปัจจัยสำคัญ 2 ประการ คือ ปัจจัยทางกรรมพันธุ์
และปัจจัยจากสิ่งแวดล้อม   
สภาพแวดล้อมที่พบว่ามีความสำคัญก็คือ ภาวะโภชนาการ และวิถีทางดำเนิน
ชีวิต การที่ผู้สูงอายุได้รับสารอาหารไม่เพียงพอหรือได้มากเกินไป มีผลซ้ำเติม
อวัยวะต่างๆในร่างกาย ซึ่งมีแนวโน้มจะเสื่อมอยู่แล้วให้เสื่อมยิ่งขึ้น การส่งเสริม
สุขภาพในผู้สูงอายุ จึงต้องคำนึงถึงความต้องการสารอาหาร โดยเน้นความ
สมดุลความพอเหมาะพอดี และความหลากหลายของอาหาร นอกจากนี้การออก
กำลังกายการผ่อนคลายทางกายและจิตและการหลีกเลี่ยงสิ่งที่เป็นพิษก็เป็น
ปัจจัยที่สำคัญสำหรับพื้นฐานการมีสุขภาพดีของผู้สูงอายุ

ปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับอาหารและโภชนาการ
เนื่องจากระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายเปลี่ยนแปลงไป
ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ทำงานด้อยลง การรับรู้รสและกลิ่นน้อยลง ทำให้ความ
อยากอาหารลดลงด้วย ประกอบกับมีปัญหาเรื่องเหงือกและฟันและระบบการ
ย่อยการดูดซึมอาหารไม่ดี จึงทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ บางทีก็ท้องผูก
มีโอกาสเกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย
ปัญหาของผู้สูงอายุในเรื่องอาหารการกิน จึงมีปัญหาทั้งกินไม่ได้และกินไม่พอ
จนทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหาร เช่น การขาดแร่ธาตุแคลเซียมและเหล็ก
และขาดวิตามินต่างๆ และถ้าผู้สูงอายุได้อาหารบางอย่างมากไปไม่ถูกส่วน 
หรือไม่ได้ครบ 5 หมู่  ก็อาจเกิดปัญหาโรคเรื้อรัง เช่น   โรคอ้วน    เบาหวาน 
ไขมันอุดตันในหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง เป็นต้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะชลอหรือป้องกันได้ถ้าผู้ที่อยู่ใกล้ชิดหรือมีความเกี่ยวข้อง
ต่างๆ ให้ความเอาใจใส่ แนะนำเกี่ยวกับเรื่องการบริโภคอาหาร

อาหารมีความสำคัญต่อสุขภาพอย่างไร
เนื่องจากร่างกายของเราประกอบด้วย กล้ามเนื้อ, เลือด, ไขมัน, กระดูกและ
ฟัน ซึ่งมีองค์ประกอบเป็นสารพวก โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต เกลือแร่ 
วิตามิน และน้ำ เหมือนๆ กับองค์ประกอบในอาหารหลายๆอย่าง เพราะฉะนั้น
อาหารจึงมีความสำคัญและสัมพันธ์กับสุขภาพของผู้บริโภคอย่างมาก  ถ้า
ร่างกายอยู่ในภาวะที่กำลังมีการเจริญเติบโต เช่น ในวัยทารก ซึ่งมีการเจริญ
เติบโตทั้งสมองและร่างกายอย่างรวดเร็ว ในวัยเด็ก วัยเรียน และวัยรุ่น ก็
ย่อมมีความต้องการสารอาหารต่างๆสูง โดยเฉพาะสารอาหารโปรตีนและ
สารอาหารที่ให้กำลังงานซึ่งต้องได้รับจากอาหารให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกาย
เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์และมีการพัฒนาอย่างเต็มที่ บริโภคนิสัยที่ถูกต้องตั้งแต่เด็กจะทำให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรง 
สมบูรณ์ ไม่เจ็บป่วยบบ่อย  ในวัยผู้ใหญ่ ถึงแม้ว่าจะหยุดการเจริญเติบโตแล้ว 
แต่ยังมีความต้องการสารอาหารต่างๆเพื่อช่วยในการรักษาร่างกายให้แข็ง
แรง ซ่อมแซมส่วนที่ใช้หมดไปแต่ละวัน เช่น น้ำย่อย, เลือด, เนื้อเยื่อต่างๆ
ในวัยสูงอายุก็เช่นเดียวกันในวัยผู้ใหญ่ แต่ความต้องการสารอาหารที่ให้
กำลังงานจะน้อยกว่า ซึ่งจะกล่าวในรายละเอียดต่อไปนี้

ความต้องการสารอาหารในผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุมีความต้องการสารอาหารโปรตีนพอๆกับวัยผู้ใหญ่คือ แต่ละวันต้อง
การโปรตีน 1 กรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม นั่นก็คือ ถ้าน้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม 
ความต้องการสารอาหารโปรตีนคือ 50 กรัมต่อวัน  สำหรับกำลังงานต้องการ
ต่ำกว่าวัยอื่นคือ ต้องการประมาณวันละ 1600-1800 กิโลแคลอรี่ ทั้งนี้เพราะ
ในวัยสูงอายุมีกิจกรรมต่างๆ ลดลง การทำงานของกล้ามเนื้อลดลงด้วย ทำให้
ความต้องการของพลังงานลดลง ส่วนความต้องการเกลือแร่, วิตามิน, ใย
อาหารและน้ำ มีความต้องการพอๆกับวัยผู้ใหญ่ 

ความต้องการพลังงานของผู้สูงอายุ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเกิดจากสาเหตุ
ใหญ่ๆคือ การทำงานของกล้ามเนื้อลดลง การทำงานของอวัยวะต่างๆ เช่น 
หัวใจ ตับ ปอด น้อยลง และความต้องการของพลังงานในระยะพักลดลง 
ผู้สูงอายุควรเลือกรับประทานอาหารที่มีปริมาณพลังงานน้อยลง วิธีการที่ช่วย
ได้นอกจากการลดปริมาณการบริโภคไขมันและคาร์โบไฮเดรตก็คือการออก
กำลังกายสม่ำเสมอ

ความต้องการโปรตีน
ผู้สูงอายุมีความต้องการสารอาหารโปรตีน ประมาณ
วันละ 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมซึ่งเท่ากับ 50-60 กรัมต่อวัน     ปกติ
อาหารไทยจะมีแหล่งโปรตีนจากสัตว์และพืช (ข้าว) ในอัตราส่วนประมาณ 
50 : 50 หรือ 60 : 40 โดยได้จากเนื้อสัตว์ประมาณ 150 กรัม (โปรตีน 15-20 
กรัม/100 กรัม) ต่อวันหรือเนื้อสัตว์ 100 กรัม, ไข่ 1 ฟอง, นม 1 แก้ว ซึ่งเมื่อ
คำนวณเป็น % ของพลังงานทั้งหมดจะประมาณ 12-15% ซึ่งต้องไม่มากเกิน
ไป เพราะนอกจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้วยังทำให้ไตทำงานหนักขึ้นในการ
ขับสารพวกยูเรียออกทางปัสสาวะ ซึ่งเป็นสารที่ได้จากการเผาผลาญโปรตีน
ทำให้ไตเสื่อมง่าย

ความต้องการไขมัน
ดังที่กล่าวแล้วข้างต้นว่าผู้สูงอายุมีความต้องการพลัง
งานลดลง ซึ่งอาหารที่ให้พลังงานสูงก็คือ ไขมัน ดังนั้นผู้สูงอายุจะได้รับ
พลังงานลดลงได้ก็โดยการลดปริมาณการบริโภคไขมัน ผู้สูงอายุควรบริโภค
น้ำมันพืชที่มีกรดไลโนเลอิคมากแทนไขมันจากสัตว์ เพื่อป้องกันภาวะไขมัน
สูงในเลือด น้ำมันพืชที่มีกรดไลโนเลอิคสูงได้แก่ น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่ว
เหลือง น้ำมันรำ เป็นต้น ปริมาณน้ำมันพืชที่ผู้สูงอายุควรได้รับต่อวัน ประมาณ
5 ช้อนเล็กหรือช้อนกาแฟ ไขมันส่วนอื่นแทรกอยู่ในเนื้อสัตว์ นม ไข่

ความต้องการคาร์โบไฮเดรต
ผู้สูงอายุควรลดการบริโภคสารอาหารพวกคาร์โบไฮเดรตลง   
โดยเฉพาะน้ำตาลต่างๆ เพื่อเป็นการลดปริมาณพลังงานและควรบริโภคข้าวซ้อมมือ 
เพราะนอกจากคาร์โบไฮเดรตแล้ว ยังได้วิตามิน แร่ธาตุและใยอาหารด้วย

ความต้องการวิตามิน ผู้สูงอายุมีความต้องการวิตามิน เท่าหรือน้อยกว่าวัย
หนุ่มสาวเล็กน้อย การเปลี่ยนแปลงเรื่องการเลือกรับประทานอาหารอ่อนๆ เนื่องจาก
มีปัญหาเรื่องฟัน อาจมีผลต่อการบริโภควิตามินได้  ทำให้ได้รับ
วิตามินบางอย่างไม่เพียงพอ ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินบีหนึ่ง  บีสอง   บีหก 
บีสิบสอง กรดโฟลิคและวิตามินซี แหล่งของวิตามินส่วนใหญ่อยู่ในผัก ผล
ไม้สด ดังนั้นผู้สูงอายุควรได้รับผัก ผลไม้ ให้เพียงพอในแต่ละวันความต้อง
การแร่ธาตุ ผู้สูงอายุมีความต้องการแร่ธาตุต่างๆ เท่าในวัยผู้ใหญ่แต่ส่วน
มากที่มีปัญหาคือการบริโภคไม่เพียงพอ แร่ธาตุที่สำคัญและเป็นปัญหาใน
ผู้สูงอายุ ได้แก่ แร่ธาตุเหล็ก ซึ่งถ้าขาดทำให้เป็นโรคซีดหรือโลหิตจาง 
พบว่าแม้ปริมาณรับประทานจะพอเพียง แต่การดูดซึมในผู้สูงอายุน้อยกว่า
คนหนุ่มสาว อาหารที่มีแร่ธาตุเหล็กมาก คือ ตับ เนื้อสัตว์ ไข่แดง และเลือด
สัตว์ เป็นต้น เพื่อให้การดูดซึมดีขึ้น 

ผู้สูงอายุควรรับประทานผักสดหรือผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงด้วยในแต่ละมื้อ
แร่ธาตุแคลเซียม พบว่าปัญหาการขาดแคลเซียมมีมากในผู้สูงอายุ ทั้งนี้
เพราะมีการบริโภคน้อย นอกจากนี้การดูดซึมและการเก็บไว้ในร่างกาย
ยังมีน้อยกว่าคนหนุ่มสาว จึงทำให้เกิดปัญหาโรคกระดูกเปราะ อาหารที่
เป็นแหล่งอาหารแคลเซียม ได้แก่ นม ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งแห้ง ผักใบ
เขียวเข้ม เป็นต้น

ปัญหาเกี่ยวกับการที่ร่างกายไม่สามารถย่อยน้ำตาลจากนม คือ แลคโตส
ได้ทำให้ผู้สูงอายุมีอาการปวดเสียดท้อง หรือท้องเดินหลังดื่มนม     เป็น
สาเหตุทำให้มีการปฏิเสธอาหารประเภทนม อาหารนมมีประโยชน์มาก
เพราะเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีมีแคลเซียมสูง การแก้ปัญหาอาจรับประทาน
โยเกิร์ตแทนการดื่มนมได้หรือดื่มนมครั้งละประมาณน้อยๆ และดื่มหลัง
อาหารก็เป็นทางหนึ่งที่ช่วยบรรเทาอาการปวดเสียดท้องหลังดื่มนมขณะ
ท้องว่างได้

ความต้องการน้ำ น้ำมีความสำคัญมาก ช่วยในระบบย่อยอาหาร และการ
ขับถ่ายของเสีย ส่วนมากผู้สูงอายุจะดื่มไม่เพียงพอ ความต้องการน้ำของ
ผู้สูงอายุคือประมาณ 1 มิลลิลิตร/1 กิโลแคลอรี่ หรือ 30 มิลลิลิตร/น้ำหนัก
ตัว 1 กิโลกรัม หรือประมาณ 1500 มิลลิลิตร ซึ่งเท่ากับ 6-8 แก้วต่อวัน

แนวทางการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี
1. กินอาหารครบ 5 หมู่ แต่ละหมู่ให้หลากหลาย และหมั่นดูแลนำหนักตัว
เอง ควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ มีปริมาณเพียงพอ และมีความหลาก
หลายหมุนเวียนของอาหารชนิดต่างๆ ไม่กินซ้ำซาก ทั้งนี้เพื่อความเพียง
พอของสารอาหารและไม่สะสมสารพิษในร่างกาย ถ้าน้ำหนักเกินมาตรฐาน 
ลดการบริโภคอาหารประเภทแป้งและไขมันลง และออกกำลังกายเพิ่มขึ้น
2. กินข้าวเป็นอาหารหลัก สลับกับอาหารประเภทแป้งเป็นบางมื้อ ผู้สูงอายุ
ควรบริโภคข้าวซ้อมมือ เพื่อให้ได้วิตามิน แร่ธาตุ ตลอดจนใยอาหารควบ
คู่ไปกับคาร์โบไฮเดรต กินข้าวมื้อละ 2 ทัพพี
3. กินพืชผักให้มาก และกินผลไม้เป็นประจำ พืชผักผลไม้ให้วิตามิน แร่ธาตุ 
ใยอาหาร และสารแอนติออกซิแดนท์ ช่วยป้องกันอนุมูลอิสระมาทำลายเซลล์ 
จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดและโรคมะเร็งบางชนิด 
กินผักมื้อละ 2 ทัพพี ผลไม้วันละ 3 ครั้ง
4. กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ ถั่วเมล็ดแห้งและผลิตภัณฑ์เป็นประจำ 
อาหารเหล่านี้เป็นแหล่งของโปรตีน ซึ่งเน้นปลาและผลิตภัณฑ์ถั่วเหลือง 
เช่น เต้าหู้ต่างๆ ถ้าเป็นเนื้อสัตว์อื่นเลือกกินไม่ติดมัน สำหรับไข่กินไม่เกิน 
3 ฟองต่อสัปดาห์ และงดไข่แดงสำหรับผู้ที่มีโคเลสเตอรอลในเลือดสูง
5. ดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย นมเป็นแหล่งของโปรตีน แคลเซียม วิตามินบี 2 
ผู้ใหญ่-ผู้สูงอายุควรดื่มนมวันละ 1 แก้วโดยดื่มนมพร่องมันเนย เพื่อไม่ต้อง
กังวลถึงปริมาณไขมันเกินความต้องการ
6. กินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร ใช้น้ำมันพืช เช่นน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำ 
ในการปรุงอาหาร หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันสัตว์และกะทิ ปริมาณแนะนำที่ไม่
ควรเกิน 5 ช้อนเล็กหรือช้อนกาแฟต่อวัน ลดการบริโภคอาหารทอด ผัด 
ใช้การปรุงโดยการต้มนึ่ง อบ แทน อาหารไทยๆ เช่น น้ำพริกปลาทู ผักต้ม 
หรือแกงส้ม แกงเลียง จะมีไขมันน้อย
7. หลีกเลี่ยงอาหารรสหวานจัด เค็มจัด อาหารหวานจัด เช่น พวกขนมหวาน
ต่างๆหรือการเติมน้ำตาลในเครื่องดื่มต่างๆถ้ากินมากๆจะเป็นพลังงานส่วน
เกินสามารถเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในร่างกายได้ สำหรับอาหารเค็มจัดจะมี
แร่ธาตุผดวเดียมอยู่มาก ถ้ากินเป็นประจำทำให้เกดภาวะความดันโลหิตสูง
ได้ หลีกเลี่ยงการเติมเครื่องปรุงรสใดๆก่อนการชิมอาหาร ลดการบริโภค
อาหารหมักดอง
8. กินอาหารสะอาดปราศจากการปนเปื้อน เลือกซื้ออาหารสดสะอาด ล้างผัก
ให้สะอาดก่อนปรุง เก็บอาหารที่ปรุงสุกปิดฝาให้มิดชิด ถ้ามีอาหารเหลือเก็บ
ในตู้เย็น 
เลือกซื้ออาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆหลีกเลี่ยงอาหารที่เติมสีและอาหารสุกๆดิบๆ
9. งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์เป็นสารเสพติด บั่นทอน
สุขภาพ ทำให้การทำงานของระบบประสาทและสมองช้าลงมักก่อให้เกิด
อุบัติเหตุได้ง่าย   เป็นตัวพาสารพิษเข้าร่างกายได้รวดเร็วเพราะดูดซึมเร็ว คนที่ติดแอลกอฮอล์มักขาดวิตามินและแร่ธาตุ และมักเป็นโรคตับแข็ง
ปริมาณอาหารแค่ไหนจึงจะพอเหมาะสำหรับผู้สูงอายุเพื่อให้สามารถนำไป
ปฏิบัติได้ในแง่รูปธรรมการกำหนดปริมาณอาหารในแต่ละหมวดหมู่จึงมี
ความจำเป็น 
พร้อมกันนี้การแนะนำอาหารในแต่ละหมวดให้สามารถแลกเปลี่ยนกันได้ก็
จะเป็นประโยชน์แก่ผู้สูงอายุเพื่อให้เกิดความหลากหลายของการเลือกบริโภค
อาหาร 

วิธีการตรวจดูได้ว่าได้รับอาหารน้อยเกินไปหรือไม่
คำนวณหาค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index, BMI) 
ถ้า BMI เกินมาตรฐานอ้วนไป แสดงว่ารับประทานมากกว่าที่ร่างกายต้องการ
ใช้
วิธีแก
1. ลดปริมาณอาหารโดยเฉพาะอาหารพวกแป้ง ของหวานและอาหารทอด, ผัด
2. ถ้าเคยรับประทาน 5 มื้อ (ของว่าง 2 มื้อ) ให้ลดลงเหลือ 3 มื้อ งดของว่าง
    และอาหารจุบจิบ
3. ถ้าไม่เคยออกกำลังกาย ให้ออกกำลังกายโดยการเดินอย่างน้อยวันละ 20 นาที 
    ถึง 1 ชั่วโมง ตอนเช้าหรือตอนเย็นหลังรับประทานอาหาร
4. อย่านั่ง/นอนทันทีหลังรับประทานอาหารโดยเฉพาะอาหารเย็น

ถ้า BMI ต่ำกว่ามาตรฐาน ผอมไป แสดงว่ารับประทานน้อยกว่าที่ร่างกายต้อง
การ
วิธีแก้
1. เพิ่มปริมาณอาหารและปรุงอาหารด้วยการผัดทอดมากขึ้น
2. เพิ่มมื้ออาหาร โดยเพิ่มอาหารว่างระหว่างมื้อและก่อนนอน
3. หาสาเหตุการรับประทานอาหารน้อยให้ได้แล้วแก้ตามสาเหตุ

อาหารเสริมสุขภาพจำเป็นหรือไม่
บางคนเชื่อว่าอาหารปกติไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย  หากต้อง
การป้องกันหรือรักษาโรคบางอย่างอาจมีความจำเป็นต้องพึ่งอาหารเสริม ซึ่ง
ในที่นี้นิยมเรียกว่า "อาหารเสริมสุขภาพ" หรือ "HealthFood"       ดังนั้นจึงมี
การเสาะแสวงหาอาหารพิเศษเหล่านี้มาบริโภคและทำให้สิ้นเปลืองโดยไม่มี
ความจำเป็น นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้สำหรับบางคนเรียกว่าประโยชน์ที่ได้
ไม่คุ้มแล้วยังอาจเกิดโทษได้อีกด้วย ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวทางสำนักงาน  " คณะ
กรรมการอาหารและยาได้จัดเป็น "ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร"   ซึ่งเป็นอาหารที่
คนปกติทั่วไปบริโภคได้ ไม่ใช้ในการรักษาโรค อาจอยู่ในลักษณะเป็นเม็ด ผง 
หรือน้ำก็ได้ การควบคุมในแง่ต่างๆ เป็นไปค่อนข้างยากเพราะส่วนใหญ่เป็น
การขายตรงผู้บริโภคควรหาข้อมูลประกอบการพิจารณาก่อนการซื้อผลิตภัณฑ์
เหล่านี้

อาหารมังสวิรัติกับผู้สูงอายุ
ผลจากการบริโภคอาหารที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยเนื้อสัตว์และไขมัน ทำให้เกิด
โรคต่างๆมากมาย เป็นสาเหตุการตายของประชากรโลกในอันดับต้นๆ 
โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น โรคหัวใจขาดเลือด เบาหวาน ความดัน
โลหิตสูง มะเร็ง เป็นต้น เมื่อมีผลงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค   โดย
การลดการบริโภคโปรตีนจากเนื้อสัตว์และไขมันลง       และเพิ่มการบริโภค
อาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ผัก ผลไม้ ถั่วเมล็ดแห้ง ทำให้อุบัติการณ์การเกิด
โรคเหล่านี้ลดลง จึงมีผู้นิยมบริโภคอาหารมังสวิรัติเพิ่มขึ้น มีคำถามมากมาย
เกี่ยวกับการเป็นมังสวิรัติ เช่น เป็นมังสวิรัติอย่างไรจึงจะมีสุขภาพดี 

การกินอาหารมังสวิรัติมีผลดี ผลเสียต่อสุขภาพอย่างไร เด็กๆ เป็นมังสวิรัติได้
หรือไม่ และอื่นๆ อีกมากมาย 
สำหรับผู้สูงอายุการบริโภคอาหารมังสวิรัติจะเป็นผลดีต่อสุขภาพในแง่ลดความ
เสี่ยงต่อโรคต่างๆ

มังสวิรัติคืออะไร
คำว่ามังสวิรัติ มาจาก มังสะ+วิรัติ
มังสะ แปลว่า เนื้อ
วิรัติ แปลว่า ปราศจากความยินดี ละเว้น

ดังนั้นผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ คือ ผู้ที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ 
อาหารส่วนใหญ่ประกอบด้วย ข้าว ซึ่งรวมถึงข้าวทุกชนิดในลักษณะของข้าว
กล้องหรือข้าวขัดสี และผลิตภัณฑ์จากข้าว ถั่ว ได้แก่ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ เช่น 
ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วลิสง รวมถึงผลิตภัณฑ์จากถั่ว เช่น เต้าหู้ต่างๆ 
เมล็ด เช่น งา เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน และผักผลไม้ทุกชนิดที่มีฤดูกาล

ประเภทของมังสวิรัติ
แบ่งตามชนิดของอาหารที่กินเป็น 3 ประเภท
- มังสวิรัติชนิดเคร่งครัด กินอาหารจากพืชอย่างเดียว ไม่มีเนื้อสัตว์ ไข่ นม
- มังสวิรัติที่ดื่มนม กินอาหารจากพืชผักและนม
- มังสวิรัติที่ดื่มนมและกินไข่ มีอาหารประเภทไข่ นม และผลิตภัณฑ์นอก
  เหนือจากอาหารจากพืชผัก

กินอาหารมังสวิรัติอย่างไรจึงจะมีสุขภาพดี
ใช้หลักการเดียวกันกับการกินอาหารปกติ คือ กินให้ครบ 5 หมู่และปริมาณ
เพียงพอเพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วน ร่างกายต้องการอาหารที่ให้โปรตีน 
พลังงาน วิตามินและแร่ธาตุ แหล่งอาหารโปรตีน นม ไข่ ถั่วเมล็ดแห้งและ
ผลิตภัณฑ์ การบริโภคถั่วเมล็ดแห้งร่วมกับข้าว จะเสริมกันทำให้ได้โปรตีน
สมบูรณ์ เช่นเดียวกันกับโปรตีนจากเนื้อสัตว์
แหล่งอาหารที่ให้พลังงาน ข้าวและผลิตภัณฑ์ เช่น ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ฯลฯ 
น้ำมัน จากน้ำมันพืชในการปรุงอาหารหรือจากถั่วเหลือง ถั่วลิสง งา เมล็ดพืช
ต่างๆ
แหล่งอาหารที่ให้วิตามินและแร่ธาตุ  ผัก  ผลไม้ โดยเฉพาะผักใบเขียวเข้ม
และผัก ผลไม้สีเหลืองส้ม นอกจากวิตามินและแร่ธาตุแล้ว  ผักผลไม้ยังเป็น
แหล่งใยอาหารที่ดี ช่วยในระบบขับถ่ายถ้ากินอาหารจากแหล่งต่างๆได้ครบ
ถ้วน ก็จะได้สารอาหารเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย การบริโภคผัก
ผลไม้ ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ ยังทำให้ได้รับสารที่พืชผลิตขึ้นมา เรียกว่า  ไฟโต
เคมิเคิล(phytochemical) ช่วยป้องกันเซลล์ของร่างการไม่ให้ถูกทำลาย
โดยอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ หรือมีอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้ จึงอาจ
ช่วยชลอความเสื่อมของร่างกายและอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งบาง
ชนิดได้



 


 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

 
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine |
Health Game Zone


1999-2000 Thailabonline.com. All rights reserved. 
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.