BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

top

โครโมโซม
    Chromosomes

ออโตโซม
    autosomes
โครโมโซมเพศ
   Sex chromosomes


รหัสลับ "ดีเอ็นเอ" - 
    DNA fingerprint


From the Genome to 
    the Proteome

The Next Step: 
    Functional Genomics

Human Genome  
    Project FAQ
   ข้อสงสัยที่ถามกันบ่อย

 Benefits and
    Implications of 
    Genome Research
What's a genome?   
    Why is it important?

Stem Cells: A Primer
 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเซลแม่
 แบบ ต้นกำเนิดร่างกายมนุษย์




Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์






 โครโมโซม Chromosomes

ถ้าใช้กล้องจุลทรรศนส่องดูนิวเครียส (ซึ่งเป็นส่วนประกอบของเซลล์) ขณะกำลังแบ่งเซลล์ จะเห็นเป็น
โครงสร้างยาวๆ เล็กๆ ขดไปมาเต็มไปหมด เรียกโครงสร้างนี้ว่า โครโมโซม

มนุษย์มีโครโมโซม 23 คู่ (46 แท่ง)
Humans have 23 pairs of chromosomes:

ในขณะที่ลิงซิมแพนซีมี 24คู่, สุนัข 39คู่, แมว 19 คู่
เซลล์สืบพันธุ์ (เซลล์ไข่ และ อสุจิ) มีจำนวนโครโมโซม เพียงครึ่งนึงของ เซลล์ร่างกาย (23แท่งในมนุษย์)
เทื่อเซลล์ไข่ และ อสุจิ มารวมตัวกันเป็น ไซโกท(zygote) จะมีโครโมโซมครบ ตามที่เซลล์ร่างกายมี (46แท่งในมนุษย์) ซึ่งzygoteก็จะเติบโตเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดนั้น สืบทอดเผ่าพันธุ์ต่อไป

 

ยีน คือ :

  • ส่วนหนึ่งของDNA( Segments of your DNA )
    ในโครโมโซม 1 ตัว ประกอบด้วยยีนจำนวนมาก
  • รับผิดชอบการควบคุบการผลิตโปรตีน( Responsible for controlling what proteins are produced )
  • เป็นหน่วยของการถ่ายทอดและควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม ลักษณะต่างๆ ที่สิ่งมีชีวิตถ่ายทอด จากพ่อแม่ไปสู่ลูก ยีนควบคุมลักษณะที่สามารถสังเกตได้ง่าย เช่น ความสูง สีตา สีผม ( การที่คนบนโลกหน้าตาไม่เหมือนกัน เพราะมียีนที่ต่างกันนั่นเอง และการที่ ฝาแฝดแท้ มีหน้าตาเหมือนกันทุกประการ ก็เพราะมียีนที่เหมือนกันทุกประการนั่นเอง ) ไปจนกระทั่ง ลักษณะที่สังเกตได้ยาก เช่น ลายนิ้วมือ สติปัญญา หมู่เลือด (รวมทั้งความเป็นเกย์ด้วยเช่นกัน)

ออโตโซม
autosomes

Dominant and Recessive Genes
ยีนควบคุมการแสดงออกอย่างไร
ยีนในส่วนที่เป็นออโตโซม จะมียีนควบคุมลักษณะมี2ชนิดคือ ยีนเด่น (Dominant) และ ยีนด้อย (Recessive)
ยีนจะมีการจับคู่กัน2ตัวโดย ตัวนึงได้รับจากพ่อ อีกตัวได้รับจากแม่
ยีนเด่น จะข่ม ยีนด้อยเสมอ
ลักษณะแต่ละอย่างจะมีความเด่นและความด้อย
ยกตัวอย่างเช่นสีตาของเราตาสีดำจะเป็น
ลักษณะเด่น( ขอใช้สัญลักษณ์ว่า D )
ตาสีฟ้าจะเป็นลักษณะด่อย(ขอใช้สัญลักษณ์ว่าr )
ยีน(ที่ควบคุมสีตา)จะมีการจับคู่กัน2ตัวโดย 
ตัวนึงได้รับจากพ่ออีกตัวได้รับจากแม่
การจับคู่มีโอกาสเกิดได้ดังน
ี้
* DD แสดงว่ายีนสีตาของเราทั้งสองตัวทำให้
  ตาเป็นสีดำ ดังนั้นเราจะมีตาสีดำแน่นอน
* Dr แสดงว่ายีนสีตาของเรามีทั้งยีนเด่นและ
  ยีนด้อย ซึ่งตามกฎที่ว่ายีนเด่นจะข่มยีนด้อย
  เสมอ เนื่องจากตาสีดำเป็นยีนเด่นจะข่มตาสีฟ้า 
  ซึ่งเป็นยีนด้อย ไม่ให้แสดงออกมา
 ดังนั้นตาของเราก็จะเป็นสีดำ
* rr แสดงว่ายีนสีตาของเราทั้งสองตัวทำให้
  ตาเป็นสีฟ้า ดังนั้นเราจะมีตาสีฟ้าแน่นอน
  • การจับคู่แบบ DD เรียกว่า เด่นพันธุ์แท้
  • การจับคู่แบบ Dr เรียกว่า เด่นพันธุ์ทาง
  • การจับคู่แบบ rr เรียกว่า ด้อย
ลักษณะ ยีนเด่น ยีนด้อย
ลักยิ้ม มีลักยิ้ม ไม่มีลักยิ้ม
ผิวหนังตกกระ ตกกระ ปกติ
สายตา ปกติ สั้น
ริมฝีปาก บาง หนา
ขนที่นิ้วมือข้อที่สอง มี ไม่มี
แนวผมที่หน้าผาก หยิก ตรง
จากตารางจะเห็นว่าลักษณะที่ถ่ายทอดทาง พันธุกรรมนั้น
ละเอียดอ่อนมาก แม้แต่ขนในแต่ละแห่ง จะมีหรือไม่จะ
หยิกหรือตรง ต่างก็ขึ้นกับพันธุกรรม ลักษณะที่ปรากฎ
ของแต่ละคนตั้งแต่หัวจรดเท้านั้น เป็นเพราะพันธุกรรม
ทั้งสิ้น
แต่สิ่งแวดล้อมก็มีผลต่อลักษณะของคนเช่นกัน เช่น 
สายตาสั้น อาจเกิดจากการใช้สายตาเพ่งมากไปก็ได้ 
และเราสามารถปิดบังลักษณะที่เกิดจากพันธุกรรมของเราได้ 
เช่นว่า เรามีตาสีดำ เราสามารถใส่ คอนแทคเลนส์ 
เปลี่ยนสีตาให้เป็นสีฟ้าใด้ หรือ ถ้าเรามีผมสีดำเรา
สามารถย้อมเป็นสีทองได้
 แต่ไม่ว่าเราจะทำอย่างไรเราก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงยีน
หรือDNAได้ เมื่อเราเกิดมามี DNA อย่างไร มันก็จะเป็น
เช่นนั้นตลอดไปและจะถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
นั้นๆ ต่อไปยังลูกหลานของเราต่อไป
 
ลักษณะผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมใน 
ออโตโซม
  • ลักษณะที่ควบคุมโดยยีนด้อย ได้แก่ ธาธาลัสซีเมีย, ผิวเผือก , เซลล์เม็ดเลือดแดงเป็นรูปเคียว
  • ลักษณะที่ควบคุมโดยยีนเด่น ได้แก่โรคท้าวแสนปม , คนแคระ , นิ้วมือสั้น

โครโมโซมเพศ
sex chromosomes

โครโมโซมของคน 23 คู่นั้น เป็น ออโตโซม 22คู่ อีก1คู่เป็น โครโมโซมเพศ
  • ในหญิงจะเป็นแบบ XX
  • ในชายจะเป็นแบบ XY
โครโมโซม Y มีขนาดเล็กมียีนอยู่เล็กน้อย ได้แก่ ยีนที่ควบคุมขนบนใบหูก็อยู่บนโครโมโซม Y ดังนั้นลักษณะการมีขนบนหูจะถูกถ่ายทอดโดยตรง จากพ่อ ไปยัง ลูกชาย สืบต่อไปยัง หลานชาย และ สืบต่อไปเรื่อยๆในทายาทที่เป็นชาย ดังนั้น การมีขนที่หูจึงไม่ปรากฎในลูกสาวหรือ หลานสาว

เมื่อเทียบกับ ออโตโซมแล้ว โครโมโซมYคือยีนเด่น(ทำให้มีเพศเป็นชาย) ส่วน โครโมโซมX คือยีนด้อย ต่างกันที่ว่าการจับคู่แบบ YY (เด่นพันธุ์แท้) ไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย เนื่องจากคนที่เป็นชายกับคนที่เป็นชายไม่สามารถ ปฎิสนธิ ให้กำเนิดชีวิตใหม่ได้

มีลักษณะทางพันธุกรรมบางอย่างที่ อยู่บนโครโมโซม X ได้แก่ ตาบอดสี เลือดใหลไม่หยุด(haemophilia) หัวล้าน ( รวมทั้ง ความเป็นเกย์ ด้วยซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ q28 ของ โครโมโซม X)

ผู้ชายมี โครโมโซม X เพียงแท่งเดียว ส่วนอีกแท่งเป็น โครโมโซม Y ดังนั้นแม้ได้รับยีนด้อยที่ผิดปกติติดมากับ โครโมโซม X เพียงตัวเดียว ก็สามารถแสดงลักษณะทางพันธุกรรมนั้นออกมาได้ ส่วนผู้หญิงมี โครโมโซม X อยู่ 2 แท่ง ถ้าได้รับยีนด้อยที่ผิดปกติติดมากับ โครโมโซม X 1 แท่ง ก็จะยังไม่แสดง อาการของโรคพันธุกรรมให้ปรากฏ ทั้งนี้เพราะยีนปกติที่เหลืออีกตัวจะข่มลักษณะด้อยเอาไว้ ดังนั้นเราจะพบอาการหัวล้าน, ตาบอดสี ในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

การที่ลูกจะเป็นชายหรือหญิงนั้นขึ้นอยู่กับ โครโมโซมเพศที่ได้รับจากพ่อ เนื่องจาก แม่ให้ได้เฉพาะ โครโมโซม X ถ้าลูกได้รับโครโมโซม Y จากพ่อก็จะเป็นลูกชาย ถ้าได้รับโครโมโซม X จากพ่อก็จะเป็นลูกสาว

ในลูกชายนั้นจะได้รับ โครโมโซม Y จากพ่อเท่านั้น ( เพราะแม่ไม่มีโครโมโซม Y ) เพราะฉะนั้น โครโมโซม X ก็จะได้รับจากแม่เท่านั้น ดังนั้น หากลูกชาย ตาบอดสี , เลือดใหลไม่หยุด , เป็นเกย์ แสดงว่าแม่มี ลักษณะนั้นๆแฝงตัวอยู่ใน โครโมโซม X อย่างน้อย1ตัว ของแม่

หากชายที่ ตาบอดสี , เป็นเกย์ , เลือดใหลไม่หยุด มีลูกสาว ลักษณะนั้นๆก็จะแฝงไปยัง โครโมโซม X 1ตัว ที่ได้ถ่ายทอดไปยังลูกสาวอย่างแน่นอน

 

 

พ.ญ.พรทิพย์ โรจนสุนันท์
หัวหน้าหน่วยนิติเวช ร.พ.รามาธิบดี


DNA fingerprint เป็นการนำเอาคำภาษาอังกฤษสองคำมาประกอบกัน DNA เป็นคำย่อของ "Deoxy
ribonucleic acid"
ซึ่งเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของสารพันธุกรรม ส่วนคำว่า fingerprint จริง ๆ
แล้ว หมายถึง ลายพิมพ์นิ้วมือ ที่ปลายนิ้วทั้งสิบ ของมนุษย์ ซึ่งต่างก็มีลักษณะเฉพาะบุคคล เมื่อนำสองคำนี้
มารวมกัน DNA fingerprint จึงหมายความว่า ลายพิมพ์ดีเอ็นเอ ที่มีลักษณะเฉพาะบุคค ลเหมือนลาย
พิมพ์นิ้วมือ

ความรู้พื้นฐานเรื่อง DNA

  1. เนื้อเยื่ออวัยวะของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด จะประกอบด้วยเซลล์มากมาย ในร่างการมนุษย์นั้น มีเซลล์รวม
    กันถึง 300 ล้านเซลล์
  2. เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายมนุษย์ ประกอบด้วยนิวเคลียสและไซโตพลาสซึม เว้นแต่เม็ด เลือดแดง 
    ที่ไม่มีนิวเคลียส
  3. ในนิวเคสียสมีโครงสร้างสำคัญซึ่งบรรจุสารพันธุกรรมเรียกว่า โครโมโซม มนุษย์จะมี โครโมโซม 
    46 อัน อยู่เป็นคู่ๆ รวม 23 คู่ แยกเป็นโครโมโซมร่างกาย 22 คู่ (Autosome) และเป็น โครโมโซม
    เพศ 1 คู่ (Sex chromosome)
  4. โครโมโซมในเซลของร่างการมนุษย์เกิดจากการผสมกัน ระหว่างไข่จากแม่ ซึ่งจะพาโครโมโซมมา 
    23 อัน เมื่อผสมกันเป็นตัวอ่อน ก็จะรวมกันเป็น โครโมโซม 23 คู่
  5. โครโมโซมมีส่วนประกอบของสารพันธุกรรม DNA ขดจับตัวกับโปรตีน โดย DNA จะมีโครงสร้าง 
    พื้นฐาน เป็นเส้นคู่ บิดเป็นเกลียว
  6. สารพันธุกรรม DNA ประกอบด้วยการจับตัวของสารประกอบทางเคมี 4 ชนิด การเรียงตัว ของเบส 
    (Base) เบสเหล่านี้ เปรียบเสมือนเป็นรหัสข้อมูลภายในเซลล์
  7. สารพันธุกรรมที่มีในโครโมโซมจะเป็นสองส่วน ส่วนแรกทำหน้าที่ควบคุม การทำงาน ในการ
    สร้างโปรตีน เพื่อนำไปใช้ในการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ ในอวัยวะของร่างกาย ส่วนนี้ เราเรียกกันว่า
     ยีน (Gene) ซึ่งจะมีอยู่เพียง 10% ของจำนวน DNA ในนิวเคลียส
    ส่วนที่สองไม่ได้ทำหน้าที่อะไรเป็นพิเศษ แต่มีมากถึง 90% เรียกว่า (Stutters) ส่วนนี้ มีความ 
    หลากหลาย ของการเรียงตัวของเบส
    นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า การเรียงตัวของเบสในร่างการของมนุษย์แต่ละคนนั้น จะเรียงตัวไม่ซ้ำกัน 
    เราจึงเอาคุณสมบัติข้อนี้มาพิสูจน์บุคคล !

    ส่วนการเรียงตัวกันของเบสในส่วนที่เป็นยีนนั้น อาจจะซ้ำกันได้ เพราะเป็นส่วนที่ควบคุม หน้าที่ต่าง ๆ 
    ของอวัยวะในร่างกาย ซึ่งมีไม่มากนัก เช่น ยีนควบคุมสีตา ทำให้ตามีสีน้ำตาล สีฟ้า เป็นต้น การเรียง
    ตัว ของเบสเหล่านี้ จึงไม่สามารถนำมาพิสูจน์บุคคลได้
  8. สารพันธุกรรม DNA ในส่วน Stutters เปรียบเสมือนลายเซ็นต์ของเรา ซึ่งต่างก็มี ลักษณะเฉพาะตัว 
    โอกาสที่เบส Stutters จะซ้ำกันได้มีเพียงหนึ่งในพันล้านคนเท่านั้น
นี้คือ ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่สร้างมนุษย์มา โดยให้มีสารพันธุกรรม DNA
ความจริงแล้วในเซลล์ของมนุษย์มี DNA อยู่สองส่วนคือ อยู่ในโครโมโซมในนิวเคลียส ซึ่งถ่ายทอด มาจาก 
พ่อและแม่ อย่างละครึ่ง อีกส่วนอยู่ในโครงสร้างที่เรียกว่า โมโตคอนเดรีย ซึ่งอยู่ในไซโตพลาสซึม DNA 
ส่วนนี้ถ่ายทอด มาจากแม่ ร้อยเปอร์เซ็นต์
เราจึงใช้ DNA ส่วนนี้ พิสูจน์บุคคลว่า มีสายพันธุ์ ทาง
มารดาเดียวกัน

ตัวอย่างเช่น ครอบครัวนาย ก กับนาง ข มีลูกสาวหนึ่ง ลูกชายหนึ่งคน มีหลานจากลูกสาว
หนึ่งคน และหลานจากลูกชายหนึ่งคน DNA ในไมโตคอนเดรีย ของนาง ข ลูกชาย ลูกสาว 
หลานชาย หญิงที่เกิดจากลูกสาว จะเหมือนกันทุกประการ ขณะที่หลานชาย หญิง ที่เกิด
จากลูกชาย จะมี DNA ในไมโตคอนเดรียเหมือนกับภรรยาของลูกชาย

สารพันธุกรรม DNA ในโครโมโซมส่วนที่เป็น Stutters นั้น เป็นคุณสมบัติเฉพาะบุคคล เราจึงใช้ส่วนนี้ในการพิสูจน์บุคคลได้แม่นยำที่สุด

ดังนั้นประโยชน์ที่จะได้จาการตรวจ DNA fingerprint ของโครโมโซม และไมโตคอนเดรีย จึงมีวัตถุประสงค์ไม่เหมือนกัน

"จากกรณีข่าวอื้อฉาวทั่วโลกของ นายบิล คลินตัน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ถูกกล่าวหา จาก น.ส.ลูวินสกี 
อดีตนักศึกษาฝึกงาน ประจำทำเนียบขาว ว่ามีความสัมพันธ์ขั้นชู้สาว และเรื่องนี้ จะมีการพิสูจน์กัน ในชั้นศาล 
โดยน.ส.ลูวินสกี ประกาศว่า จะหอบเอาผ้าปูที่นอน และปลอกหมอนข้าง ที่ครั้งหนึ่ง นายคลินตัน ทำคราบ
อสุจิเปื้อนไว้ ไปตรวจสอบ ดีเอ็นเอ เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่เธอเคยพูด เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ฉันชู้สาว ระหว่าตน 
กับนายคลินตัน ไม่ใช่เรื่องโกหกนั้น หมอคิดว่าเรื่องนี้เป็นการพิสูจน์ที่ได้ผลลัพธ์ ใกล้ความจริง มากที่สุด 
หลักการง่าย ๆ ในเรื่องนี้คือ ภายหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ หากฝ่ายหญิง เก็บคราบอสุจิฝ่ายชาย ที่หลั่งออกมา 
และติดเปื้อนอยู่ ในที่ต่าง ๆ เช่น ผ้าปูที่นอน หมอน หรือเสื้อผ้า ไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ เพื่อสกัด ดีเอ็นเอ 
หากจำนวน และสภาพของคราบอสุจิ อยู่ในลักษณะสมบูรณ์ ก็จะสามารถพิสูจน์ได้ทันที ว่าคราบอสุจิตัวนี้ 
เป็นของใคร"

. "ในการพิสูจน์เรื่องนี้ของประเทศสหรัฐอเมริกา คิดว่าเชื่อถือได้ 100% เพราะมีการตั้งคณะกรรมการ 
ดำเนินการ ทุกขั้นตอน อย่างโปร่งใส มีเครื่องมือที่ทันสมัย รวมทั้งตัวผู้ที่ทำการพิสูจน์ และเป็นคนอ่านค่า
เปรียเทียบ เรื่องนี้ ก็เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง ในกรณีของคลินตัน กับลูวินสกี หากจะพิสูจน์ไม่ได้ ก็เป็นเพราะ
องค์ประกอบของ "ของกลาง" ซึ่งอาจจะไม่มีความสมบูรณ์เพียงพอ เพราะมีปัจจัยอย่างอื่นเข้าไปปนเปื้อน เช่น 
ผ้าปูที่นอน อาจจะถูกสารเคมีกัดกร่อน เพราะผ่านการซัก จากผงซักฟอก หรือถูกปนเปื้อน ด้วยสีย้อมผ้า 
ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ ผลการพิสูจน์ จะออกมาว่า ของกลางดังกล่าวไม่สามารถพิสูจน์ได้ทันที"

"หลักการพิสูจน์ ดีเอ็นเอ จากคราบอสุจินี้ สามารถนำมาใช้ในคดีการหาตัวคนร้าย ในคดีข่มขืน กระทำชำเราได้ 
เพราะขณะนี้ คดีดังกล่าว ใช้พยานในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงเท่านั้น แต่การพิสูจน์โดยการ ตรวจ ดีเอ็นเอ จาก
คราบอสุจิ นอกจากสามารถยืนยัน ตัวคนร้ายได้ชัดเจนแล้ว โอกาสที่จะผิดพลาดเรื่องนี้ มีน้อยมาก 
แต่ในบ้านเรามักจะมีปัญหา ในเรื่องของกลางหาย จึงขอแนะนำหญิงสาว ที่โดยล่วงละเมิดทางเพศว่า ควรจะ
เก็บวัตถุ ที่เปื้อนคราบอสุจิเอาไว้ หากคราบดังกล่าว ติดอยู่บนที่นอน ก็ให้ปล่อยให้แห้ง แล้วนำไปแช่ไว้ ในตู้เย็น 
รับรองว่า หลักฐานจะออกมาอย่างสมบูรณ์มาก แต่ที่บ้านเรา ไม่นิยมพิสูจน์ด้วยวิธีนี้ เป็นเพราะ ยังไม่มีกฎหมาย
รับรอง
และกรรมวิธีนี้ใช้งบประมาณสูง เพราะการพิสูจน์ครั้งหนึ่งใช้เงินประมาณ 3,000 บาท

ขั้นตอนการทำ DNA fingerprint
มีขั้นตอนหลายอย่าง ต้องทำโดยระมัดระวังไม่ให้มีการผิดพลาด ดังนี้
1. การเก็บตัวอย่างส่งตรวจ
การรวบรวมวัตถุพยาน มีกรรมวิธีแตกต่างกันตามชนิดวัตถุพยาน โดยยึดหลักเกณฑ์ ดังนี้

  1. ตัวอย่างที่จะส่งตรวจ DNA ต้องเป็นเซลล์ที่มีนิวเคลียส
  2. ตัวอย่างที่จะส่งตรวจต้องมี DNA ที่มีคุณภาพ ปัจจัยที่จะทำให้ DNA เสื่อมสลายคือ ระยะเวลานาน 
    อุณหภูมิที่สูงเกินไป ความชื้นสูง แสงอาทิตย์หรือรังสี สารเคมี เชื้อโรค ถ้าDNA เสื่อมสลาย ก็ไม่
    สามารถหาลายพิมพ์ได้
    โดยความจริงแล้ว DNA เสื่อมสลายได้ยากกว่า Genetic market ตัวอื่นที่ใช้ในทางนิติเวช เช่น 
    กรุ๊ปเลือด เอ บี โอ DNA สามารถคงอยู่ได้เป็นเวลาหลายปี วิธีรักษา DNA ให้คงสภาพที่ดีที่สุด คือ 
    ทำให้แห้ง และเย็นจัด
นี่คือ หลักที่เจ้าหน้าที่เก็บวัตถุพยานต้องยึดเป็นหลักในการทำงาน

การเก็บตัวอย่างต้องระมัดระวังการปนเปื้อน ได้แก่การปนเปื้อนจากสิ่งไม่มีชีวิต เช่น สีย้อมผ้า สีย้อมผม สบู่ ฯลฯ
ซึ่งจะมีผลทำให้ไม่สามารถหาลายพิมพ์ DNAได้ การปนเปื้อน จากสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ เช่น มีเชื้อโรคจาก
สัตว์ พืช มาปนเปื้อน และการปนเปื้อนจาก DNA ของมนุษย์ โดยประเด็นนี้ ต้องระมัดระวังที่สุด เนื่องจาก
มีความสำคัญในการแปรผลลายพิมพ์ DNA มาก

การเก็บตัวอย่างที่ส่งตรวจ โดยทั่วไปมี 2 วิธีหลัก ๆ คือ

  1. เก็บโดยตรงเช่น ตัดเศษผ้าที่มีคราบเลือดหรือคราบอสุจิมาเลย
  2. ต้องมีการเคลื่อนย้ายวัตถุส่งตรวจ เช่น พบคราบเลือดที่ผนังห้องน้ำหรือพื้น วิธีที่ดีที่สุดคือ 
    ควรใช้มีดขูด หรือพรมน้ำลงไปแล้วใช้ผ้าพันแผลหรือสำลีที่ไม่มีสารเคมีใด ๆ ซับ Cottonbud 
    ที่ขาย ก็ไม่ควรนำมาใช้ เพราะมีสารเคมีติดอยู่ จากนั้นปล่อยให้แห้ง
2. ประเมินวัตถุส่งตรวจ
หลักการของการตรวจ คือดูว่า วัตถุพยานน่าจะเป็นเนื้อเยื่ออะไรเช่น เลือด น้ำลาย คราบ อสุจิ กระดูก หรือผม 
จะได้เลือกวิธีการสกัด DNA ให้เหมาะสมกับเนื้อเยื่อ จากนั้นก็ตรวจดูคุณภาพ DNA ของวัตถุพยาน 
ตรวจดูปริมาณของ DNA หากมีน้อย ก็ต้องมีวิธีเพิ่มจำนวน DNA ด้วยเทคนิคอื่น ๆ ดูว่า DNA ที่ได้ 
เป็นของมนุษย์หรือไม่ ดูสภาพของ DNA

3. การสกัด DNAจากเซลล์
กรรมวิธีค่อนข้างยาก เป็นเทคนิคที่ต้องอาศัยบุคลากรระดับวิจัย ผู้ทำต้องรู้ว่า เป็นเนื้อเยื่อประเภทใด จะได้ใช้ วิธีการสกัด ส่วนที่ไม่ต้องการออกได้ถูกต้อง เช่น ตรวจคราบเลือด จะง่ายกว่าตรวจชิ้นส่วนกระดูก หรือกล้ามเนื้อ

4. การตรวจลายพิมพ์ DNA
โดยทั่วไปมีสองวิธีคือ ทำด้วยมือและใช้เครื่องมืออัตโนมัติ แต่ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใด หลักการจะเหมือนกันคือ 
DNA ในส่วน Stutters จะนำมาพิสูจน์บุคคล DNA ส่วนนี้จะมาจากโครโมโซมทุกอัน นักวิจัยพบว่า 
Stutters ของแต่ละโครโมโซม จะมีบางส่วนของ DNA ที่ซ้ำกันในแต่ละคนน้อยมาก เราสามารถเลือกตัด 
เฉพาะท่อน ของ DNA เหล่านี้ได้ โดยใช้เอมไซม์ ที่มีลักษณะตัดเฉพาะ จากนั้นแยกท่อน DNA ที่ถูกตัด 
ตามความยาว แล้วเปลี่ยนถ่ายแถบของ DNA ไปอยู่บนแผ่นที่เหมาะสม ติดฉลากท่อน DNA ที่อยู่บนแผ่น 
โดยสารกัมมันตรังสี หรือสารปลอดกัมมันตภาพรังสี เปลี่ยนถ่ายแถบ DNA ที่ติดฉลากด้วยเทคนิคเฉพาะ
จากนั้นก็ตรวจหาตำแหน่งของแถบ DNA ถ้าเป็นการใช้กัมมันตภาพรังสี ก็จะผ่านเครื่องเอ๊กซเรย์ ผลจะปรากฏ
ออกมา ในลักษณะ "Bar code" แต่ถ้าหากไม่ใช้สารกัมมันตภาพรังสี ก็จะใช้วิธีการย้อมสี แล้วอ่านด้วยเครื่อง 
ปรากฏเป็นเส้นกราฟ ในตำแหน่งต่าง ๆ กัน โดยเครื่องจะอ่านตำแหน่งให้โดยอัตโนมัติ

สองวิธีนี้มีข้อดี ข้อเสียต่างกันคือ ตรวจด้วยมือต้นทุนถูกกว่า แต่ตรวจวัตถุไม่ได้มากต่อการตรวจหนึ่งครั้ง 
มีโอกาสผิดพลาดได้หลายขั้นตอน ตามหลักสากลแล้ว การตัดท่อน DNA ควรทำหลายตำแหน่ง เพื่อให้เกิด 
ความแม่นยำ โดยทั่วไปใช้สิบตำแหน่ง

การแปรผลลายพิมพ์ DNA
เมื่อการตรวจมีสองวิธี การแปรผลก็มีสองลักษณะกล่าวคือ การตรวจมือเป็นการใช้สารกัมมันตภาพรังสี ผลจะ
ออกมาเป็นลักษณะแถบบาร์โค้ด ส่วนการตรวจด้วยเครื่อง เครื่องจะรายงานผลตามตำแหน่งที่ตัดเฉพาะ โดย
เครื่องจะอ่านเลขตำแหน่งให้โดยอัตโนมัติซึ่งง่ายต่อการแปรผล เมื่อได้ผลการตรวจมาแล้ว ต้องมีการสรุป
การตรวจ

การสรุปผลมี 3 แบบคือ

  1. Exclusion หมายถึงผลการตรวจยืนยันได้ถึงความขัดแย้งร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่จำเป็นต้องทำการ
    ตรวจเพิ่มเติมยืนยันอีก
  2. Inclusion หมายถึงผลการตรวจไม่สามารถสรุปผลได้ เนื่องมาจากปัญหาที่เกิดขึ้นในขั้นตอนต่าง ๆ 
    เช่น DNA เสื่อมสภาพ มีการปนเปื้อนของ DNA ฯลฯ
  3. Conclusion เป็นการยืนยันบุคคล การสรุปผลต้องไม่มีข้อขัดแย้งตามเกณฑ์มาตราฐานสากล คือ 
    จะต้องตรงกันทั้งสิบตำแหน่ง
    เช่นในการพิสูจน์ พ่อ แม่ ลูก ผลการตรวจที่จะบอกว่า เป็นลูกแน่นอน
    นั้น ต้องตรวจพบลายพิมพ์ DNA ของลูกมาจาก พ่อ และแม่ อย่างละ 50% ทั้งสิบตำแหน่ง
การตรวจวัตถุพยานผลการตรวจลายพิมพ์ DNA ทั้งสิบตำแหน่งต้องตรงกันทุกประการ

พ.ญ.พรทิพย์ โรจนสุนันท์
หัวหน้าหน่วยนิติเวช ร.พ.รามาธิบดี


 


 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

 
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine |
Health Game Zone


1999-2000 Thailabonline.com. All rights reserved. 
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.