BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

สอบถามปัญหาแบบออนไลน
Live chat by BoldChat
Live chat by Boldchat

top


Healthcare Natural Supplement News  
ข่าวความก้าวหน้าของ
การ
ตรวจวินิจฉัยโรคทางแล็ป
เรื่องไวรัส HIV

โรคติดเชื้อฉวยโอกาส (Opportunistic infection)

 

 

Skin and Acne 
    ศึกษาเรื่องของสิว


Skin and Acne 
    ศึกษาเรื่องของผิวหนัง

   

1. AHA (Alpha hydroxy
    acid) 
    Glycolic acid


2. BHA (Beta hydroxy 
    acid)
    Salicylic acid

3. Derma&Skin Roller
   
ลูกกลิ้งเข็มเพื่อใช้ในการ
    กระตุ้นและปรับสภาพผิว


4. Copper peptide 
    คอปเปอร์ เปปไทด์

5. Skin needling & 
    Facial Mesotherapy
    การใช้เทคนิค ลดริ้วรอย
    หน้าหมองคล้ำ จุดด่างดำ
    ลดปัญหาแผลหลุมสิว
    ด้วยตนเองที่บ้าน


Vitamin - วิตามิน
สารอินทรีย์ที่จำเป้นต่อ
การเจริญเติบโต สุขภาพ
สมบูรณ์



L- Glutathione
แอล-กลุตาไธโอน

skin whitening
ผลิตภัณฑ์ช่วยเสริมผิวขาว
อย่างธรรมชาติ

L- Carnitine
แอล คาร์นิทีน
ผลิตภัณฑ์ช่วยลดน้ำหนัก
อย่างธรรมชาติ

  Coemzyme Q10
โคเอ็มไซม์ คิวเท็น

ช่วยระบบไหลเวียนโลหิต
หัวใจ ความดันโลหิต
ช่วยลดริ้วรอยคืนความ
อ่อนเยาวืให้กับผิวหนัง

Minerals
เกลือแร่

สารอาหารที่มีความจำเป็น
ต่อการเจริญเติบโต สุขภาพ
แข็งแรง เป็นปกติ

 

Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์

 

 
Custom Search

  
โรคติดเชื้อฉวยโอกาส (Opportunistic infection)
  From 
- Wikipedia, the free encyclopedia จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
-
Familyplaning : ภ.ก.เชิดเกียรติ  แกล้วกสิกิจ
วัตถุประสงค์ ช่วยถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับไวรัส 
HIV และโรคเอดส์ สามารถแนะนำเพิ่มเติม หรือเผยแพร่ความรู้ต่อได้
                       
วิชัย อัศวิษณุ (Med Tech)  แปล รวบรวม เรียบเรียง

  โรคติดเชื้อฉวยโอกาส (Opportunistic infection) คือการติดเชื้อที่มักไม่เกิดขึ้นในคนปกติทั่วไป  
   แต่จะเกิดในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันผิดปกติ     เช่น ผู้ป่วยโรคเอดส์ (ผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี)  
   ผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องชนิดอื่น ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เป็นต้น ตัวอย่างโรคฉวยโอกาสที่พบบ่อยๆ 
   ในผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวี เช่น โรคติดเชื้อราชนิดแคนดิดา วัณโรค โรคปอดอักเสบจากเชื้อนิวโมซิสติส  
   โรคติดเชื้อคริปโตค็อกคัส โรคติดเชื้อเพนิซิเลียม เป็นต้น 
   
   
ระยะของโรค Stages of HIV Disease 
    มีการจัดระยะของโรคเพื่อวางแผนการรักษา แต่การจัดมีได้หลายรูปแบบ แนวทางที่แสดงเป็นแบบหนึ่ง

  • Primary HIV infection: เริ่มตั้งแต่ได้รับเชื้อจนกระทั่งร่างกายได้สร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ HIV โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 12-20 สัปดาห์ เริ่มแรก CD4-Tจะลดลงหลังจากนั้นจะเพิ่มจนสู่ภาวะปกติ (500-1300 cells/mm3)
    อาจจะเกิดอาการของการติดเชื้อ
  • Early HIV infection:เริ่มตั้งแต่ตรวจพบภูมิต่อเชื้อ HIV จนกระทั่งการแบ่งตัวของเชื้อคงที่ ระดับ CD4-Tจำนวน CD4-T อยู่ในเกณฑ์ปกติ ผู้ป่วยมักจะไม่มีอาการ
  • Early-stage HIV disease:ตั้งแต่ระดับที่เชื้อไม่มีการแบ่งตัวจนกระทั่งระดับ CD4ลดต่ำกว่า 500 cells/mm3ผู้ป่วยยังไม่มีอาการ
  • Middle-stage HIV disease: ระดับCD4+ T-cell อยู่ระหว่าง 200 - 500 cells/mm3; ตั้งแต่ระยะ earlyจนกระทั่ง middleใช้เวลาประมาณ 10 ปี โดยมากไม่มีอาการ แต่จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ราในปาก งูสวัส วัณโรค
  • Advanced HIV disease: ระดับเซลล์ CD4+ T-cell ต่ำกว่า 200 cells/mm3 จัดเป็นโรคเอดส์เต็มขั้น ผู้ป่วยจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อรา เชื้อ  PCP
  • Late-stage HIV disease: ระดับเซลล์ CD4+ T-cell ต่ำกว่า 50 cells/mm3; มีปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อ MAC, CMV,เชื้อราในสมอง cryptococcal meningitis. 
  • Post-HAART stage: หมายถึงภาวะที่ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยยาต้านเอดส์ CD4-Tจะอยู่ระหว่าง 200-500 cells/mm3  แต่ระดับภูมิคุ้มกันยังอยู่ระดับต่ำ อาจจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อฉวยโอกาส

   เชื้อไวรัสเอดส์ (HIV) เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะไปจับกับเซลล์เป้าหมาย คือ เซลล์ที ลิมโฟซัยม์ชนิด T helper หรือ 
   CD4 จากนั้นเชื้อจะ เข้าสู่เซลล์ ถูกกระตุ้นจะทำให้มีการเพิ่มจำนวนเชื้อไวรัส และจะถูกปล่อยออกจากเซลล์เข้า
   สู่เซลล์เป้าหมายอื่นต่อไป ทำให้จำนวนเซลล์ CD4 ในผู้ติด เชื้อลดลงเรื่อยๆ จนถึงระดับหนึ่งทำให้ระบบ
   ภูมิคุ้มกันของผู้ติดเชื้อไม่สามารถกำจัดจุลชีพต่างๆ หรือเซลล์มะเร็งในร่างกายได้ เป็นโอกาสที่ทำให้มี การติด
   เชื้อจากจุลชีพเหล่านี้ที่รุนแรงและลุกลามเข้าสู่อวัยวะภายในทั่วร่างกาย ซึ่งเชื้อจุลชีพนี้ได้แก่ เชื้อแบคทีเรีย 
   เชื้อรา เชื้อปาราสิต และเชื้อไวรัส อื่นๆ ทำให้เกิดโรคฉวยโอกาสเข้าแทรกซ้อน โรคฉวยโอกาสที่พบในผู้
   ติดเชื้อ หรือผู้ป่วยเอดส์ที่รายงานได้แก่

   โรคติดเชื้อ (Infection)
   จาก เชื้อปาราสิต Cryptosporidiosis, Toxoplasmosis, Isosporiasis, Microspridiosis, 
                                  Pneumocystis carinii pneumonia, Strongiloidosis Giadiasis, 
                                  Entamoeba histolytica infection 
     จากเชื้อรา            Penicilosis, Cryptococcosis, Candidiasis, Tinea versicolor,   
                                  Coccidiodomycosis, Mucomycosis, Blastomycosis, 
                                  Aspergillosis, Histoplasmosis, Nocardiosis, Torulopsis infection 
     เชื้อแบคทีเรีย     Tuberculosis, Atypical mycobacterium infection, Salmonellosis 
                                   (non typhi), Encapsulated bacterial infections 
      เชื้อไวรัส            Herpes simplex infection, Varicella-zoster virus infection, 
                                  Molluscum contagiosum, Cytomegalovirus (CMV) infection, 
                                  Epstein-Barr virus infection 
    โรคมะเร็ง (Malignancies)
Kaposi's sarcoma Non-Hodgkin's lymphoma 
                                  Cervical carcinoma   
    ในประเทศไทยมีอุบัติการณ์ของโรคติดเชื้อฉวยโอกาสในผู้ป่วยติดเชื้อเอดส์ต่างกันไปตามภูมิภาคโดยพบว่า 
      วัณโรค
 เป็นโรค ติดเชื้อฉวยโอกาสที่พบมากเป็นอันดับ 1 
    รองลงมาคือ Cryptococcosis และ 
     Pneumocystis carinii pneumonia (PCP)

   หากผู้ที่ติดเชื้อ HIV ไม่ได้รักษาภูมิคุ้มกันก็จะถูกทำลายจนกระทั่งไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อฉวยโอกาส
   ซึ่งมีหลายโรค และเมื่อภูมิถูกทำลายมากพอ โอกาสที่จะเกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาสก็มีมากจำเป็นต้องให้ยา
   ป้องกันการติดเชื้อฉวยโอกาสโรคที่พบบ่อยๆได้แก่

  1. การติดเชื้อไวรัส
  1. การติดเชื้อรา
  1. การติดเชื้อแบคทีเรีย
  1. การติดเชื้อปาราสิต

   การป้องกันการติดเชื้อปอดอักเสบ
   การป้องโรคติดเชื้อท้องร่วง

  
อาการผิดปกติจากโรคแทรกซ้อน
   โรคแทรกซ้อนต่างๆ ที่มักจะเกิดขึ้นกับผู้ติดเชื้อเอดส์ บางครั้งก็เรียกว่าโรคฉวยโอกาส เนื่องจากโรคพวกนี้
   มักจะรอจังหวะแสดงอาการของโรคกับผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ
โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ติดเชื้อเอดส์ ได้แก่
      
   
อาการไข้
    คือการที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติ เป็นอาการเริ่มต้นของภาวะผิดปกติบางอย่างของร่างกาย   
   
สาเหตุอาจเกิดจากเชื้อไวรัสเอดส์เอง หรือโรคติดเชื้อฉวยโอกาส เช่น วัณโรค หรือโรคติดเชื้ออื่นๆ
    หากมีไข้สูง มีไข้เป็นเวลานาน มีไข้ร่วมกับอาการไอ น้ำหนักลด คอแข็ง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ตาเหลือง 
    ท้องเสียอย่างมาก มีอาการชัก
หรือมีอาการหอบเหนื่อย ควรรีบปรึกษาแพทย์

    การลดอุณหภูมิของร่างกายทำได้โดย
ถอดเสื้อผ้าที่ไม่จำเป็นออก ใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว ดื่มน้ำมากๆ 
    และรับประทานยาลดไข้
เช่น พาราเซตามอล ครั้งละ 1 - 2 เม็ด ทุก 4 ชั่วโมง

  
ท้องเสีย
  
คืออาการถ่ายอุจจาระเป็นน้ำบ่อยครั้งกว่าปกติ หรือถ่ายเป็นมูกเลือด อาจเป็นชนิดเฉียบพลันหรือเรื้อรังก็ได้ 
   ส่วนใหญ่ติดเชื้อโรคจากอาหารหรือน้ำดื่ม หรืออาจเกิดจากยาที่ผู้ป่วยใช้อยู่
ส่วนใหญ่จะมีอาการนาน
   สัปดาห์ขึ้นไป ถ้าผู้ป่วยขาดน้ำมาก จะสังเกตพบว่าลิ้นแห้ง
ตาลึกโบ๋ ผิวหนังเหี่ยวย่น ขาดความยืดหยุ่น 
   ควรดื่มน้ำมากๆ หรือดื่มน้ำเกลือแร่
เพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่ร่างกายสูญเสียไป

   ถ้าผู้ป่วยมีไข้สูง
ถ่ายอุจจาระเป็นจำนวนมากหรือถ่ายเหลวมากกว่าวันละ 5 ครั้ง ถ่ายมีมูกเลือดปน มีอาการ
   คลื่นไส้ อาเจียนมาก มีอาการหอบเหนื่อย รับประทานอาหารไม่ได้ เบื่ออาหาร
น้ำหนักลด ควรรีบปรึกษาแพทย์
   ผู้ป่วยที่มีอาการท้องเสียเรื้อรัง อาจเกิดริดสีดวงทวารเป็นครั้งคราว เนื่องจากผนังและหลอดเลือดที่ทวาร
   หนักเกิดรอยเปราะบางขึ้น
เมื่อมีอาการท้องเสียจึงไม่ควรเบ่งอย่างรุนแรงจะช่วยป้องกันการเกิดริดสีดวงทวาร
   ผู้ป่วยควรรับประทานอาหารที่สะอาด
ปรุงสุกใหม่ๆ ดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุก ล้างมือให้สะอาดก่อนปรุง
   อาหารและก่อนรับประทานอาหาร ควรรับประทานอาหารทีละน้อย
เน้นอาหารที่มีกากใยน้อย โปรตีนสูง เช่น    น้ำซุป

   เจ็บปาก
เจ็บคอ
  
เป็นอาการที่พบได้บ่อย อาจเป็นนานติดต่อกันหลายวันจนถึงหลายสัปดาห์ อาจเกิดขึ้นเพียงอาการเดียวหรือ
   พบร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น กลืนลำบาก
อาการอาจหายไปได้เอง อย่างไรก็ตามสาเหตุของอาการเจ็บปาก เจ็บคอ 
   สามารถตรวจพบได้ไม่ยาก
จึงควรรักษาเสียแต่เนิ่นๆ

   สาเหตุอาจไม่ได้เกี่ยวกับโรคเอดส์ เช่น
เจ็บคอจากการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน อาจเกิดจากเชื้อไวรัส 
   เช่น หวัด
หรือเชื้อแบคทีเรียบางชนิด หรืออาจเกิดจากภาวะติดเชื้อในช่องปากซึ่งพบได้บ่อยมาก จะพบ
   ฝ้าขาวบริเวณเพดานปาก ลิ้น หรือกระพุ้งแก้ม อาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น
ปวดแสบปวดร้อนในปาก
   เวลารับประทานอาหารรสจัด หรือกลืนลำบาก
การมีฝ้าขาวในช่องปากโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีเฉพาะบน
   ลิ้นอย่างเดียว
ต้องแยกให้ออกว่าเป็นเชื้อรา หรือลิ้นเป็นฝ้าอย่างที่พบในคนทั่วไป ถ้าเป็นเชื้อราจะมีลักษณะ
   เป็นดวงหรือปื้นเละๆ สีขาวคล้ายน้ำนม สามารถขูดออกได้
แต่ต้องใช้แรงมากหน่อย และเมื่อขูดออกมา
   แล้วอาจมีเลือดออกซิบๆ

   อาการเจ็บปาก เจ็บคอ ยังอาจเกิดจากแผลร้อนใน ซึ่งมักเกิดขึ้นที่ริมฝีปากด้านใน ลิ้น กระพุ้งแก้ม หรือ
   เพดานปาก เป็นแผลขอบตื้น ไม่ขรุขระ อาจเล็กหรือใหญ่
อาจมีเพียงแผลเดียวหรือมากกว่าก็ได้

   เริมในช่องปากเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้เกิดอาการเจ็บปากเจ็บคอ
เริมเกิดจากเชื้อไวรัส อาจเกิดที่ริม
   ฝีปาก หรือภายในช่องปาก เช่น ลิ้น เพดานปาก
กระพุ้งแก้ม และลำคอ เริ่มขึ้นใหม่ๆ จะเป็นจุดแดงๆ 
   ต่อมาจะแตกเป็นแผล ตรงกลางสีขาวๆ
ล้อมรอบด้วยจุดแดงๆ เจ็บมาก มักมีหลายแผลมากกว่าแผลร้อนใน 
   บางแผลอาจมีขนาดใหญ่และหายช้า บางครั้งหายแล้วก็จะเป็นแผลเป็น


   ผู้ป่วยควรดูแลสุขภาพภายในช่องปาก ด้วยการแปรงฟันให้ถูกวิธี บ้วนปากให้สะอาดด้วยน้ำเกลือ 
   (น้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว
1 ขวด ผสมกับน้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ และเกลือป่นครึ่งช้อนชา ไม่ควรใช้น้ำยา
   ฆ่าเชื้อบ้วนปาก
ระมัดระวังการกระทบกระแทกระหว่างเคี้ยวอาหาร อย่าให้เกิดแผลซึ่งอาจกลายเป็น
   แผลร้อนในได้ รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย รสไม่จัด
ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป   
   หากมีอาการเจ็บซึ่งทำให้รับประทานอาหารไม่ค่อยได้
อาจรับประทานมื้อละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง
   การหมั่นตรวจสุขภาพภายในช่องปากอยู่เสมอ หากพบความผิดปกติ จะช่วยให้สามารถบรรเทารักษา
   ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
หากอาการรุนแรงหรือเป็นนานกว่าปกติ หรือรักษาเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น 
   ควรปรึกษาแพทย์


   ยังมีโรคแทรกซ้อนที่มักเกิดขึ้นกับผู้ติดเชื้อเอดส์อีก ได้แก่
   -
ผื่นผิวหนัง เช่น กลาก เกลื้อน งูสวัด เริม ผื่นแพ้ แผลกดทับ ฝี
   -
อาการไอและหายใจลำบาก ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากปอดบวมหรือปอดอักเสบ วัณโรค และสาเหตุอื่นๆ

  
ไอและหายใจลำบาก
   อาการไอมีหลายลักษณะ เช่น ไอนานๆ ครั้ง หรือไอเป็นชุดติดต่อกัน ไอแห้งๆ หรือไอมีเสมหะ  เสมหะอาจ
   เหนียวใสไม่มีสี
หรือมีสีเหลืองเขียวคล้ายหนอง หรือมีเลือดปน บางรายไอและมีอาการเหนื่อยร่วมด้วย 
   บางรายอยู่เฉยๆ ก็เหนื่อย เดินมากๆ ก็เหนื่อย บางรายมีอาการหอบหรือหายใจเร็ว
หายใจไม่ค่อยทัน หรือ
   หายใจแล้วมีเสียงดังวี้ดๆ
ร่วมด้วย

   สาเหตุที่เกี่ยวกับโรคเอดส์ ได้แก่
   -
ปอดบวมหรือปอดอักเสบ อาจเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่พบในคนทั่วไป หรือเกิดจากเชื้อที่พบเฉพาะ
    ในคนที่ภูมิคุ้มกันเสื่อมลง เช่น เชื้อไวรัส
เชื้อโปรโตซัว อาการสำคัญได้แก่ ไอแห้งๆ หอบ เหนื่อย หายใจ
    ไม่เต็มอิ่ม
มักไม่มีไข้ร่วมด้วย ปอดบวมชนิดนี้รักษาหายได้และมียาป้องกันไม่ให้กลับเป็นซ้ำ หรือป้องกัน
    ตั้งแต่ต้นก็ได้


   -
วัณโรค เป็นสาเหตุสำคัญของอาการไอในผู้ป่วยเอดส์ อาการที่สำคัญคือ มีไข้ ไอ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด 
     มักมีไข้สูงตอนบ่ายๆ และกลางคืน สามารถวินิจฉัยได้จากการเอ็กซเรย์ปอด
ตรวจเสมหะ และการทดสอบ
     ทางผิวหนัง


   -
สาเหตุอื่นๆ ได้แก่ การติดเชื้อ เช่น เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย รักษาได้โดยการให้ยาปฏิชีวนะ

   ผู้ป่วยควรดื่มน้ำมากๆ อาจจิบน้ำมะนาวใส่เกลือเล็กน้อยเพื่อช่วยขับเสมหะ การช่วยตบหลังผู้ป่วยเบาๆ 
   ก่อนอาหาร จะช่วยให้เสมหะออกได้ดีขึ้น ถ้าต้องนอนอยู่บนเตียงนานๆ ควรพลิกตัวบ่อยๆ
พยายามลุกนั่ง
   เวลาไอ หรือใช้หมอนหนุนศีรษะให้สูงขึ้น เพื่อไม่ให้สำลักน้ำลาย
อาจใช้หมอนกอดเพื่อช่วยประคองลด
   อาการเจ็บหน้าอกขณะไอ บ้วนปากด้วยน้ำเกลือบ่อยๆ
รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย และนอนหลับพักผ่อน
   ให้เพียงพอ


   ผู้ป่วยควรปิดปากทุกครั้งที่ไอ และบ้วนเสมหะลงในภาชนะที่มีน้ำยาฆ่าเชื้อ หมั่นเททิ้ง และล้างภาชนะให้
   สะอาด
รวมทั้งรับประทานยาตามแพทย์สั่ง หากไอเรื้อรังนานกว่า 2 สัปดาห์ มีไข้สูง เจ็บหน้าอก เหนื่อย 
   หอบ มีเสมหะ มีเลือด หรือน้ำหนองปน
ควรรีบปรึกษาแพทย์

   ผื่นผิวหนัง

  
เป็นปัญหาที่พบบ่อยมากในผู้ติดเชื้อเอดส์ที่เข้าสู่ระยะเริ่มแสดงอาการ ควรดูแลผิวหนังให้แห้งและสะอาด    
   หากผิวหนังแห้งมาก ควรหลีกเลี่ยงการใช้สบู่
ทาแป้งบางๆ เพื่อความสบายตัว ใส่เสื้อผ้าหลวมๆ 
   ให้ระบายอากาศ ถ้ามีอาการคัน
ให้ประคบผิวหนังด้วยน้ำเย็น และทาโลชั่นเพื่อลดการระคายเคือง 
   ควรใช้ยาตามแพทย์สั่ง
ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นยาทา ควรทาติดต่อกันอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์

   -
กลากและเกลื้อน
    กลาก เกิดจากเชื้อรา มีลักษณะเป็นตุ่มแดงเล็กๆ แล้วขยายวงกว้าง ผิวหนังอาจแห้งและมีขุยเป็นวงรอบ
   ผิวหนังที่ปกติ มักพบตามลำตัว แขน ขา คอ หน้า ซอกขา
หรือก้น มีอาการคันมาก นานๆ ไป ผิวหนัง
   อาจเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลคล้ำ
ที่ชาวบ้านเรียกว่า สังคัง

    เกลื้อน เกิดจากเชื้อรา ผิวหนังจะเป็นผื่นสีขาว น้ำตาล และแดง ใหม่ๆ จะเป็นผื่นขนาดเล็กหลายแห่ง
   และมีขุยเล็กน้อย
ต่อมาจะรวมเป็นผื่นขนาดใหญ่ อาจมีอาการคันเล็กน้อยเวลาเหงื่อออก มักพบบริเวณหน้าอก    
  
หลัง ไหล่ คอ ต้นขา หน้าท้อง และรักแร้

   -
งูสวัด
   เกิดจากเชื้อไวรัส มีลักษณะเป็นตุ่มน้ำขนาดเล็กกระจายตามแนวเส้นประสาทซีกหนึ่งของร่างกาย 
   ระยะแรกผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ มีไข้ คลื่นไส้
ต่อมาจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนหรือคัน 
   ต่อมาตุ่มน้ำจะแตก กลายเป็นสะเก็ดและหลุดไป
รอยผื่นพบที่ลำตัว ครึ่งรอบเอว ครึ่งหน้าอก อาจมี
   อาการตาอักเสบถ้าเป็นบริเวณใบหน้า


   ผู้ป่วยควรพักผ่อนให้เพียงพอและรักษาความสะอาดของร่างกาย ใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดบริเวณตุ่มน้ำที่
   แตก เพื่อเอาสะเก็ดเหลืองออก
และลดการติดเชื้อโดยใช้ยาเบตาดีน รับประทานยาพาราเซตามอลเมื่อมี
   อาการปวด
ควรไปพบแพทย์แต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน

   -
เริม
   เกิดจากเชื้อไวรัส เป็นกลุ่มของตุ่มน้ำซึ่งจะแตกออกเป็นแผลภายใน 2-3 วัน พบได้ในปาก ริมฝีปาก 
   อวัยวะเพศ หรือรอบทวารหนัก
มักเป็นแผลเรื้อรังนานเป็นเดือนและขยายลุกลามได้

   ผู้ป่วยควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดูแลความสะอาดของเสื้อผ้า ใส่เสื้อผ้าหลวมๆ เพื่อป้องกันการเสียดสี    
  
กรณีตุ่มน้ำแตกและเป็นแผล ควรทำความสะอาดวันละ 3-4 ครั้ง และใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง

   -
ผื่นแพ้
   อาจเกิดจากการแพ้ยา ผื่นมักจะแดง นูน กระจายทั่วตัว และคันมาก หรือเกิดจากการแพ้สารเคมีต่างๆ 
   หรือแพ้แมลงสัตว์กัดต่อย
เช่น ยุงกัด จะมีตุ่มคันรุนแรงกว่าคนปกติ

   หากเกิดจากการแพ้ยาควรไปพบแพทย์เพื่อปรับเปลี่ยนยาใหม่ ไม่ควรอยู่ในที่ที่อากาศร้อน จะทำให้ร่างกาย
   เสียน้ำและคันมากขึ้น ไม่ควรอาบน้ำร้อน
ใช้สบู่อ่อนๆ ทาครีมหรือโลชั่นหลังอาบน้ำ และตัดเล็บให้สั้น 
   ถ้ามีอาการคันก็ไม่ควรเกา


   -
แผลกดทับ
   เกิดในผู้ป่วยที่นอนนานๆ ไม่สามารถพลิกตัวได้ ผิวหนังที่ถูกกดทับขาดเลือดไหลเวียน จึงกลายเป็นแผล
   เรื้อรัง
หากติดเชื้ออาจมีหนองไหลซึม ผิวหนังเปลี่ยนสี มีลักษณะบวม หรือมีไข้ ควรทำความสะอาดแผล
   วันละ
2-3 ครั้ง

   ผู้ดูแลควรจับพลิกตัวเปลี่ยนท่านอนทุก 2 ชั่วโมง คอยดูแลผิวหนังไม่ให้เปียกชื้น โดยเฉพาะข้อพับ เปลี่ยนที่
   นอนบ่อยๆ
ระวังไม่ให้เปียกชื้น ที่นอนที่มีรอยพับรอยย่น อาจเป็นอันตรายต่อผิวหนังได้ ควรใช้เบาะรองรับ
   ส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ก้นกบ กระดูกสะโพก ตาตุ่ม


   -
ฝี
   ผิวหนังที่ติดเชื้อจะมีอาการปวด บวมแดง ร้อน ต้องระวังการแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของร่างกาย 
   ฝีส่วนใหญ่มักพบบริเวณขาหนีบ ก้น
ซอกคอ รักแร้ และหลัง อาจเป็นฝีเดี่ยวๆ หรือติดกันเป็นกลุ่ม

   ในกรณีที่หัวฝียังเป็นตุ่มแดงและยังไม่แตกออก ให้ประคบน้ำอุ่นครั้งละ 20 นาที วันละ 4 ครั้ง จะช่วย
   ให้หัวฝีนุ่มและแตกเองโดยไม่จำเป็นต้องเจาะหรือผ่า
กรณีฝีแตกให้ทำความสะอาดแผลวันละ 2-3 ครั้ง   
   หากมีอาการปวดมาก หรือหัวฝีขนาดใหญ่มาก
ควรปรึกษาแพทย์

   

เทคนิคการป้องกันโรคติดเชื้อฉวยโอกาส

โรคฉวยโอกาส

เทคนิคการหลีกเลี่ยงเชื้อก่อโรคฉวยโอกาส

 ปอดอักเสบ พีซีพี

- หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่กำลังเป็นโรคปอดอักเสบจากเชื้อนี้

เนื่องจากภูมิต้านทานโรคในร่างกายของท่าน ต่ำกว่าคนอื่น ทำให้ติดเชื้อโรคได้ง่าย

  พยาธิในสมอง

-  หลีกเลี่ยงอาหารสุกๆดิบๆเนื่องจากอาจมีไข่พยาธิ

-  หลีกเลี่ยงการสัมผัสแมวและอุจจาระแมว เนื่องจากอาจมีพยาธิอยู่กับสัตว์และอุจจาระ

  วัณโรค

-  หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่กำลังเป็นวัณโรคในระยะแพร่เชื้อ เนื่องจากภูมิต้านทานโรคในร่างกายของท่านต่ำกว่าคนอื่น จะทำให้ติดเชื้อโรคได้ง่าย

  เชื้อราที่อวัยวะต่าง ๆ

-  หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องสัมผัสกับดิน โดยเฉพาะหน้าฝน

  อุจจาระร่วงเรื้องรัง

-  หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำที่ไม่สะอาด ควรดื่มน้ำต้มสุก หรือน้ำกรองที่สะอาดเท่านั้น

-  กินอาหารที่ปรุงสุกสะอาด รักษาสุขอนามัยในชีวิตประจำวัน ควรล้างมือก่อนกินอาหารทุกครั้ง

-  หลีกเลี่ยงการเลี้ยงสัตว์ในบ้าน ไม่ควรสัมผัสสัตว์เลี้ยงใดๆและไม่ควรเป็นคนไปทำความสะอาดกรง
และคอกสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงอายุน้อยกว่า 6 เดือน หรือสัตว์ที่มีอาการท้องเสียเพราะสัตว์เหล่านี้มักมีความเสี่ยงสูงที่เป็น
พาหนะ หรือตัวนำโรคมาสู่ท่าน

   

   ติดตามต่อในหน้าถัดไป Click next page

    เมื่อจะตรวจเลือดต้องเตรียมตัวอย่างไร

False Positive ผล บวกปลอม
False Negative ผล ลบปลอม
เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าร่างกายเราเริ่ม
ติดเชื้อแล้ว
 มีเซ็กซ์อย่างสะอาดและฉลาดกันเถอะ
ไม่มีใครรับผิดชอบตัวเราได้ดีเท่ากับ
ตัวเราเอง รู้จักปฎิเสธเพื่อตัวของเราเอง
ตัวอย่าง pattern การตรวจหาการ
ติดเชื้อไวรัส HIVของโรงพยาบาล
รัฐขนาดใหญ่
ผู้ที่ติดเชื้อ HIV ใหม่
สามารถมีชีวิตยืนยาวเหมือนคนป
กติ
หากดูแลสุขภาพและทานยาเป็นประจำ
การตรวจเลือดเพื่อดูค่า CD4 หรือ T Helper และ HIV Viral load
เพื่อใช้
พยากรณ์การดำเนินไปของโรค
การป้องกันการติดเชื้อ HIV
หากเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง
ะสามารถลดการเกิดอัตราติดเชื้อ
ความหมายของเอดส์ - AIDS
กลุ่มอาการภูมิคุ้มกันเสื่อม (Acquired 
Immune Deficiency Syndrome
ยารักษา โรคเอดส์ - AIDS Treatment
ผู้ป่วยให้มีสุขภาพที่ดีและมีอายุยืนนานขึ้น
การป้องกันการติดเชื้อเอดส์จากการ
มีเพศสัมพันธ์

โรคแทรกซ้อน / โรคฉวยโอกาส
Opportunistic infection

   

ผลิตภัณฑ์ชุดทดสอบการติดเชื้อ HIV สามารถตรวจได้หลังเกิดการเสี่ยงแล้ว 2-3 เดือนขึ้นไป

  
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine | Aromatherapy |
Health Game Zone


1999-2009 Thailabonline.com. All rights reserved. 
เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  e-Commerce Registration Number  7100803000130
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” and ”AromaEssence” and ”MedHealthMart” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.