BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

สอบถามปัญหาแบบออนไลน
Live chat by BoldChat
Live chat by Boldchat

top

Healthcare Natural Supplement News  
ข่าวความก้าวหน้าของ
การ
ตรวจวินิจฉัยโรคทางแล็ป
เรื่องไวรัส HIV

การตรวจเลือดเพื่อดูว่า
มีการติดเชื้อไวรัส HIV มีกี่รูปแบบอะไรบ้าง

 

Skin and Acne 
    ศึกษาเรื่องของสิว


Skin and Acne 
    ศึกษาเรื่องของผิวหนัง

   

1. AHA (Alpha hydroxy
    acid) 
    Glycolic acid


2. BHA (Beta hydroxy 
    acid)
    Salicylic acid

3. Derma&Skin Roller
   
ลูกกลิ้งเข็มเพื่อใช้ในการ
    กระตุ้นและปรับสภาพผิว


4. Copper peptide 
    คอปเปอร์ เปปไทด์

5. Skin needling & 
    Facial Mesotherapy
    การใช้เทคนิค ลดริ้วรอย
    หน้าหมองคล้ำ จุดด่างดำ
    ลดปัญหาแผลหลุมสิว
    ด้วยตนเองที่บ้าน


Vitamin - วิตามิน
สารอินทรีย์ที่จำเป้นต่อ
การเจริญเติบโต สุขภาพ
สมบูรณ์



L- Glutathione
แอล-กลุตาไธโอน

skin whitening
ผลิตภัณฑ์ช่วยเสริมผิวขาว
อย่างธรรมชาติ

L- Carnitine
แอล คาร์นิทีน
ผลิตภัณฑ์ช่วยลดน้ำหนัก
อย่างธรรมชาติ

  Coemzyme Q10
โคเอ็มไซม์ คิวเท็น

ช่วยระบบไหลเวียนโลหิต
หัวใจ ความดันโลหิต
ช่วยลดริ้วรอยคืนความ
อ่อนเยาวืให้กับผิวหนัง

Minerals
เกลือแร่

สารอาหารที่มีความจำเป็น
ต่อการเจริญเติบโต สุขภาพ
แข็งแรง เป็นปกติ
  

 

 

 

Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์

 

 
Custom Search

 
การตรวจเลือดเพื่อดูว่ามีการติดเชื้อไวรัส HIV มีกี่รูปแบบอะไรบ้าง
From Wikipedia, the free encyclopedia
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

วัตถุประสงค์ ช่วยถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับไวรัส 
HIV และโรคเอดส์ สามารถแนะนำเพิ่มเติม หรือเผยแพร่ความรู้ต่อได้
                       
วิชัย อัศวิษณุ (Med Tech)  แปล รวบรวม เรียบเรียง

   ความสำคัญของการวินิจฉัย

    หลายคนที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV   
    ไม่กล้าเจาะเลือดเพราะเข้าใจผิดว่าไม่สามารถรักษาหรือป้องกันได้ 
    หากท่านรอจนกระทั้งเกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกาสจึงรู้ว่าเป็นโรค
aids โอกาสที่จะรักษาและป้องกันก็จะน้อย
    ลง ดังนั้นท่านที่สงสัยว่าจะได้รับเชื้อ
HIV เช่นใช้ยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้น มีเพศสัมพันธ์กับคู่ขาหลายคน
    โดยที่ไม่ได้ป้องกัน รักร่วมเพศ จะต้องรีบตรวจหาเชื้อ 
    หากผลเลือดให้ผลบวกจะได้รับยาที่ชลอการเกิดโรค
AIDS  และยาที่ลดการติดเชื้อฉวยโอกาส
   หากท่านไม่เจาะรอจนกระทั้งเป็น
AIDS ภูมิคุ้มกันของท่านรวมทั้งระบบ อวัยวะภายในจะถูกทำลาย 

   ใครควรที่จะต้องเจาะเลือดหาเชื้อHIV

  • ผู้ที่ได้รับเลือดและหรือน้ำเหลืองก่อนปี คศ.1970-1980
  •  รักร่วมเพศ
  • ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นโดยไม่ได้ป้องกัน
  • ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับคนที่มีเชื้อ HIV
  • มีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ฉีดยาเสพติดเข้าเส้น
  • ผู้ที่มีคู่ขาหลายคน
  • ผู้ที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เข่นซิฟิลิส หนองใน
  • ผู้ติดยาเสพติดเข้าเส้น
  • คนท้อง


   การตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอดส์ทำได้ 2 วิธี
           1. ตรวจจากแอนติเจน วิธีนี้สามารถทำได้ช่วง 7 - 14 วัน หลังจากมีความเสี่ยง ว่าจะให้ผลบวกหรือลบ   
   เช่น
  วิธี  PCR  แต่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างจะสูง
           2. ตรวจจากแอนติบอดี้ วิธีนี้สามารถทำได้ช่วง 8 สัปดาห์ขึ้นไป หลังจากมีความเสี่ยง ว่าจะให้
   ผลบวกหรือลบ ค่าใช่จ่ายจะถูกกว่า แต่ถ้าจะให้แน่นอน หลัง 3
 เดือนขึ้นไปจะเชื่อถือได้ดีสุด

   รูปแบบการตรวจ
          1.     การตรวจขั้นต้น เป็นการตรวจหาภูมิต้านทานโรคต่อเชื้อนั้นซึ่งราคาถูก สะดวก รวดเร็ว   
   มีความไวสูง และให้ผลที่น่าเชื่อถือได้มากกว่า 99.5 ถ้าผลเลือดเป็นบวกจะต้องได้รับการตรวจยืนยันอีก
   ครั้งหนึ่ง
           2.     การตรวจยืนยัน  
   เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการวินิจฉัยโรคจากการตรวจขั้นต้นว่ามีการติดเชื้อเอชไอวีจริงหรือไม่
       

 

   การตรวจภูมิคุ้มกันชนิด CD4

   เม็ดเลือดขาวก็จะประกอบไปด้วยเซลล์ชนิดต่างๆ ซึ่งอาจแบ่งได้เป็นสามชนิดใหญ่ๆคือ ลิมโฟไซต์ 
   (Lymphocyte) โมโนไซต์ (Monocyte) และ แกรนูโลไซต์ (Granulocyte)
   ลิมโฟไซต์ (Lymphocytes ) แบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆได้อีก คือ 
     ทีลิมโฟไซต์ (T lymphocyte) 
    บีลิมโฟไซต์ (B lymphocyte) และ 
    เอนเคเซลล์  (NK cell)

               
   ทีลิมโฟไซต์ ซึ่งแบ่งออกได้เป็นสามชนิดย่อยคือ 
     แกมม่าเดลต้าทีลิมโฟไซต์ (gamma-delta T lymphocyte) 
     ซีดีแปด ทีลิมโฟไซต์ (CD8 T lymphocyte หรือเรียกอีกชื้อได้ว่า Suppresor T 
                                lymphocyte) 

     ซีดีสี่ ทีลิมโฟไซต์ (CD4 T lymphocyte หรือเรียกอีกชื้อได้ว่า Helper T    
                             lymphocyte) 


   ซึ่งตัวซีดีสี่ (CD4 หรือ T Helper ) นี่ล่ะเป็นตัวที่เราต้องให้ความสนใจมากที่สุดเพราะเป็นเซลล์ที่เชี้อ
   เอชไอวีเข้าไปโจมตีทำลาย เซลล์ตัวนี้มีความสำคัญตรงที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนตัวควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน
   ทั้งหมด พอเซลล์นี้ถูกทำลายไป ระบบภูมิคุ้มกันก็ทำงานผิดปกติ ทำให้ไม่สามารถป้องกันร่างกายจาก
   เชื้อโรคต่างๆได้ เมื่อร่างก่ายติดเชื้อโรคเหล่านี้เข้าพร้อมๆกันก็จะเกิดเป็นโรคเอดส์ในที่สุด

   ารตรวจหาจำนวนของซีดีสี่ จึงเป็นตัวช่วยบ่งชี้ว่าระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายยังทำงานดี
  อยู่ไหม และเชื้อเอชไอวีทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแย่ไปจนถึงเวลาที่ต้องรับยาต้านไวรัสหรือยัง


   CD 4 คือเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่เป็นตัวหลักในการกำจัดและควบคุมเชื้อโรคนานาชนิด อีกทั้งมีบทบาท
   ในการสร้างสารภูมิคุ้มกันในร่างกายใช้เป็นอาวุธต่อสู่กับเชื้อโรคด้วย การตรวจ CD 4 คือการตรวจเลือด
   เพื่อนับจำนวนเม็ดเลือดขาวชนิด CD 4 ในเลือด 1 ไมโครลิตร ( ประมาณ 1 หยด ) โดยทั่วไปคนที่มี
   ภูมิคุ้มกันปกติจำนวน CD 4 ประมาณ 700 cells/mm3 ขึ้นไป ถ้าหากผลการตรวจ CD 4 มีค่าน้อย
   กว่า 200 cells/mm3  ก็ถือว่าภูมิคุ้มกันบกพร่อง          

    ปัจจุบันเราใช้ปริมาณเซลล์ CD4-T lymphocyte และปริมาณเชื้อ viral load หรือ 
   HIV RNA
มาเป็นตัวบอกระยะและพยากรณ์ของโรค

   ผู้ที่มีปริมาณเซลล์ CD4-T lymphocyte มากว่า 500 cells/mm3 จะมีโอกาสเสี่ยงต่ำในการเกิด
   โรคเอดส์และโรคแทรกซ้อนอื่นใน 3 ปี
   ผู้ที่มีปริมาณเซลล์ CD4-T lymphocyte 200-500 cells/mm3 จะมีความเสี่ยงปานกลาง
   ผู้ที่มีปริมาณเซลล์ CD4-T lymphocyte <200 cells/mm3  จะมีความเสี่ยงสูง          
   การเจาะตรวจ CD4-T lymphocyte ควรจะเจาะทุก 3-6 เดือนขึ้นกับสภาพของผู้ป่วย ผู้ที่เจาะได้เซลล์
   ปริมาณน้อยก็ต้องเจาะถี่ ส่วนผุ้ที่มีเซลล์มากก็เจาะทุก 6 เดือน

 

   การตรวจ  HIV Viral load

   การตรวจหาปริมาณเชื้อ Viral Load (HIV RNA) Assays

   HIV viral load  คือ ปริมาณ HIV – RNA    
   ที่มีในกระแสเลือดของผู้ติดเชื้อเอชไอวีซึ่งมีความสำคัญในการพยากรณ์โรค   
   นอกจากนั้นเป็นเครื่องบ่งชี้ในการตัดสินใจให้ยารักษาก่อนแสดงอาการ  
   และติดตามผลการรักษาด้วยยาต้านไวรัสเอดส์ งานชันสูตรโรค  สำนักงานป้องกันควบคุมโรค  ได้เปิด
   บริการตรวจหาปริมาณ HIV – 1 viral load ด้วยวิธี Real – time PCR เทคนิค Nucleic acid   
   sequence-based amplification (NASBA) ให้แก่ ผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์           
   ข้อบ่งชี้  ในการพิจารณาส่งตรวจ HIV viral load 

   สำหรับผู้ป่วยเอดส์ในโครงการเข้าถึงบริการยาต้านไวรัสเอดส์ สปสช.คือ  สิทธิการตรวจปีละ 1 ครั้ง

   อัตราค่าบริการตรวจ HIV viral load 

   * ผู้ป่วยเอดส์ในโครงการ UC ไม่คิดค่าบริการ  เนื่องจากได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สปสช.
   * สำหรับผู้ป่วยเอดส์ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ UC หรือผู้ป่วยที่ต้องการตรวจหาปริมาณไวรัสเอดส์    
      สามารถมารับบริการตรวจได้  โดยคิดค่าบริการตรวจ  2,000  บาท ต่อครั้ง 

   การดำเนินการกับสิ่งส่งตรวจ HIV viral load

   *  อุปกรณ์ที่ใช้ในการเก็บและส่งสิ่งส่งตรวจ                  
      1.      K2 หรือ K3 EDTA tube
      2.      กล่องโฟม หรือกระติกน้ำแข็ง
      3.     ice pack * 
     อุปกรณ์ที่ใช้ในการปั่นแยกสิ่งส่งตรวจ                  
      1.     microcentrifuge tube หรือ eppendorf tube ที่ปราศจากเชื้อ
      2.     plasteur pipette 

   ขั้นตอนแรก : การเก็บสิ่งส่งตรวจ
    1.    เก็บเลือดครบส่วน (Whole blood) ในหลอดแบบปราศจากเชื้อชนิดที่ใช้ EDTA เป็นสารป้องกัน
           เลือดแข็งตัวของเลือด สำหรับในการเก็บสิ่งส่งตรวจของ โครงการ NAPHA ให้เก็บเลือดครบส่วนลง
           ใน EDTA tube ขนาด 3 ml. จำนวน 2 หลอดแล้วเขียนชื่อหมายเลข รหัสที่หลอดเก็บเลือดและใน
           ใบนำส่งเลือด
    2.    ระบุวันที่ เวลา และครั้งที่ของการเจาะเก็บเลือด นำส่งห้องปฏิบัติการภายใน 6 ชม. โดยต้องแช่เย็น และ
           ควรจัดสิ่งส่งตรวจให้อยู่ในสภาพที่ป้องกันการแตกหรือเปื้อนซึมของเลือดครบส่วนหรือพลาสมาด้วย
    3.    สำหรับการส่งสิ่งตรวจจากโรงพยาบาลที่อยู่ไกลต้องปั่นแยกพลาสมาภายใน 6 ชม. ดูดเก็บพลาสมาโดย
           ใช้อุปกรณ์ที่ปราศจากเชื้อแล้วนำส่งห้องปฏิบัติการ โดยการแช่เย็น (ห้ามแช่แข็ง) ภายใน 24 – 48 ชม. 

   ขั้นตอนที่สอง : การปั่นแยกพลาสมา และเก็บรักษา
   นำหลอดเลือด K2 หรือ K3 EDTA ของผู้ป่วยเอดส์ไปปั่นเหวี่ยงที่ 800 – 1,600 x g เป็นเวลา 20 นาที 
   เมื่อครบ เวลาใช้ Pasteur pipette ที่สะอาดถ้าเป็นไปได้ควรผ่านการฆ่าเชื้อดูดพลาสมาที่ปั่นแยกลงใน 
   microcentrifuge tube หรือ eppendorf tube ที่ปราศจาก เชื้อ จำนวน 2 หลอด หลอดละ 1-2 ml. 


   ติดตามต่อในหน้าถัดไป Click next page

   เมื่อจะตรวจเลือดต้องเตรียมตัวอย่างไร

False Positive ผล บวกปลอม
False Negative ผล ลบปลอม
เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าร่างกายเราเริ่ม
ติดเชื้อแล้ว
 มีเซ็กซ์อย่างสะอาดและฉลาดกันเถอะ
ไม่มีใครรับผิดชอบตัวเราได้ดีเท่ากับ
ตัวเราเอง รู้จักปฎิเสธเพื่อตัวของเราเอง
ตัวอย่าง pattern การตรวจหาการ
ติดเชื้อไวรัส HIVของโรงพยาบาล
รัฐขนาดใหญ่
ผู้ที่ติดเชื้อ HIV ใหม่
สามารถมีชีวิตยืนยาวเหมือนคนป
กติ
หากดูแลสุขภาพและทานยาเป็นประจำ
การตรวจเลือดเพื่อดูค่า CD4 หรือ T Helper และ HIV Viral load
เพื่อใช้
พยากรณ์การดำเนินไปของโรค
การป้องกันการติดเชื้อ HIV
หากเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง
ะสามารถลดการเกิดอัตราติดเชื้อ
ความหมายของเอดส์ - AIDS
กลุ่มอาการภูมิคุ้มกันเสื่อม (Acquired 
Immune Deficiency Syndrome
ยารักษา โรคเอดส์ - AIDS Treatment
ผู้ป่วยให้มีสุขภาพที่ดีและมีอายุยืนนานขึ้น
การป้องกันการติดเชื้อเอดส์จากการ
มีเพศสัมพันธ์

โรคแทรกซ้อน
โรคฉวยโอกาส

   

ผลิตภัณฑ์ชุดทดสอบการติดเชื้อ HIV สามารถตรวจได้หลังเกิดการเสี่ยงแล้ว 2-3 เดือนขึ้นไป

  
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine | Aromatherapy |
Health Game Zone


1999-2009 Thailabonline.com. All rights reserved. 
เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  e-Commerce Registration Number  7100803000130
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” and ”AromaEssence” and ”MedHealthMart” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.