BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

top
  โรคเอ๋อ 
  ภาวะพร่องธัยรอยด์ฮอร์โมน
  จากการขาดสารไอโอดีนเป็น
  เวลานานในวัยเด็กเล็ก




Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์




   โรคเอ๋อ       

โรคเอ๋อคือ โรคร้ายที่ทำให้อนาคตของชาติกลายเป็นเด็กปัญญาอ่อนสร้างความสูญเสียเศร้าโศกให้กับ
ครอบครัวไปตลอดชีวิต...

ต้นเหตุแห่งโรคเอ๋อเกิดจากภาวะบกพร่องธัยรอยด์ฮอร์โมน และไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
"เอ๋อ" เป็นปัญหาใหญ่ ที่ประเทศไทยกำลังประสบ โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรภาคเหนือ ที่มีปัญหาสูง
กว่าพื้นที่อื่นๆ เนื่องจากขาดสารไอโอดีนที่ป้องกันโรคเอ๋อ จากสถิติพบว่าทารกคลอด 4,000 คน จะพบภาวะ
พร่องธัยรอยด์ฮอร์โมน 1 คนคาดว่าภายใน 1 ปี จะเกิดขึ้นประมาณ 250-400 คน หรือคิดง่ายๆ ถ้าเรามี
เยาวชนรุ่นใหม่ 40 ล้านคน จะเป็นโรคเอ๋อไปแล้ว 4-6 แสนคน !!! ปัญหาที่สำคัญคือความผิดปกติเหล่านี้ไม่มี
อาการแสดงให้เห็น จนกว่าเด็กทารกจะมีอายุ 1 เดือนขึ้นไป การป้อง กันที่ดีที่สุดคือ "การเจาะเลือด" หรือ 
"คัดกรองสุขภาพทารกแรกเกิด (Neonatal Screening)"โดยทันที 
ซึ่งวิธีการนี้เป็นวิธีรักษาและป้องกันเบื้องต้น ทราบผลรวดเร็ว ราคาถูกและเป็นที่ยอมรับ
ขณะนี้มีความจำเป็นในการคัดกรองสุขภาพเด็กทารกแรกเกิด เพื่อป้องกันการเกิดโรคเอ๋อ โดยเฉพาะที่
จังหวัดน่าน ที่อยู่ภาคเหนือของประเทศ ประชากรส่วนใหญ่ยังขาดสารไอโอดีน ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญช่วย
ทำให้ต่อมธัยรอยด์ในร่างกายทำงานปกติ เมื่อร่างกายขาดสารไอโอดีน ซึ่งได้จากการรับประทานอาหารสด
จากทะเลหรือเกลือไอโอดีนที่กระทรวงสาธารณสุขผลิตขึ้น จะทำให้ต่อมธัยรอยด์ทำงานผิดปกติ เกิดภาวะ
บกพร่องธัยรอยด์ฮอร์โมนหรือที่รู้จักดีในชื่อของโรคเอ๋อ ซึ่งจะมีอาการคล้ายกับปัญญาอ่อน ทั้งที่ในความ
เป็นจริง โรคเอ๋อสามารถรักษาให้หายได้ หากผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีและทันท่วงที

สำหรับสาเหตุของการเป็นโรคเอ๋อในเด็กทารกแรกเกิด เป็นเพราะมีความผิดปกติของต่อมฮอร์โมนและการ
ขาดสารไอโอดีนของมารดา ในระยะตั้งครรภ์ ซึ่งภาวะผิดปกตินี้เด็กทารกได้รับการรักษา ก่อนอายุ 3เดือน
เด็กจะมีสติปัญญาปกติ หากได้รับการรักษาช้ากว่านั้น ร้อยละ 80 ของเด็กจะปัญญาอ่อน มีความพิการทาง
ระบบประสาท

วิธีการรักษาและป้องกันเบื้องต้นในขณะนี้คือ การเจาะเลือดเด็กแรกเกิดไปตรวจเพื่อหาความผิดปกติ ของต่อม
ธัยรอยด์ ซึ่งเรียกว่า "การคัดกรอง" โดยทำกันมาทั่วโลก มีระยะเวลายาวนานกว่า 30 ปี ส่วนประเทศทาง
เอเชียเพิ่งเริ่มดำเนินการจัดทำเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ส่วนของประเทศไทยเริ่มทำการคัดกรอง มาตั้งแต่ปี 
พ.ศ. 2535 เรื่อยมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน การคัดกรองนี้เป็นสิ่งสำคัญในการวินิจฉัยเบื้องต้น เพราะสามารถ
ทราบผลได้เร็วประหยัดค่าใช้จ่าย โดย 4กรมหลักในกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ กรมการแพทย์ กรมอนามัย 
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกรมสุขภาพจิต ได้ร่วมกันจัดโครงการเฉลิมพระเกียรติคัดกรองภาวะพร่อง
ธัยรอยด์ฮอร์โมน ในทารกแรกเกิด เพื่อป้องกันปัญญาอ่อนขึ้น โดยมีเป้าหมายเร่งรณรงค์เชิญชวนให้พ่อแม่
ผู้ปกครอง และสถานพยาบาลทั่วประเทศตื่นตัวในภาวะปัญหาดังกล่าวโครงการนี้ตั้งเป้าลดจำนวนผู้ป่วย
ให้ได้ 50% เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8 
สำหรับหญิงที่กำลังตั้งครรภ์และไม่ต้องการให้ลูกน้อย ต้องเสี่ยงกับภาวะบกพร่องธัยรอยด์ฮอร์โมน อันจะนำ
ไปสู่การเป็นโรคเอ๋อนั้น แพทย์หญิงวิไล แนะนำเพิ่มเติมว่า คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ควรฝากครรภ์กับคุณหมอ
ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะจะแนะนำวิธีดูแลตัวเอง ดังนั้น เมื่อคลอดแล้วคุณแม่ควรถามโรงพยาบาลที่คลอดว่ามีบริการ
การคัดกรองตรวจหาโรคเอ๋อหรือไม่ ถ้าไม่มี คุณแม่สามารถมาขอตรวจที่โรงพยาบาลเด็กได้ โดยไม่ต้องกังวล
เรื่องค่าใช้จ่าย เนื่องจากการเจาะเลือด ตรวจหาโรคนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจให้ฟรี ที่สำคัญทราบผล
รวดเร็วและสามารถรักษาให้หายขาดได้

สถานพยาบาลจะแนะนำให้ผู้ปกครองนำเด็กมาตรวจเจาะเลือด (คัดกรอง) ซึ่งจะเจาะเลือดที่ส้นเท้าเด็ก หยดลง
ในกระดาษซับ ทิ้งไว้ให้แห้งจากนั้นจะส่งผลเลือด ไปตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ รอฟังผลประมาณ 
1 สัปดาห์ก็จะทราบผลการตรวจ ในกรณีที่พบว่ามีภาวะพร่องธัยรอยด์ฮอร์โมนเกิดขึ้น แพทย์จะเริ่มรักษา
ด้วยยาแต่เนิ่นๆ เพื่อว่า เด็กจะได้มีระดับสติปัญญาปกติเหมือนเดิมโดยหลังจากที่เด็กคลอดภายในระยะเวลา 
2 อาทิตย์ จะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการป้องกันภาวะปัญญาอ่อนในเด็กแรกเกิด

จากสถิติของโรงพยาบาลเด็กพบว่า ทารกที่ทำการรักษา ภาวะบกพร่องธัยรอยด์ฮอร์โมนก่อน 3 อาทิตย์หลัง
คลอด จะไม่พบอาการผิดปกติและเด็กจะมีพัฒนาการดี ส่วนทารกที่พบความผิดปกติหลังคลอด 3 อาทิตย์ 
จะเริ่มมีอาการให้เห็นโดยเฉพาะเวลาที่รักษาเด็ก อาจมีอาการชักเกร็งซึ่งแพทย์ พยาบาลจะควบคุมอาการ
ชักเกร็ง ยากลำบากมาก เมื่อเด็กโตขึ้นจะมีพัฒนาการช้ากว่าเด็กในวัยเดียวกัน  ส่วนการติดตามอาการของทารก
ที่ป่วยนั้น แพทย์จะนัดมาตรวจเป็นระยะเพื่อปรับขนาดยา และติดตามอาการของโรค ทารกที่ได้รับการรักษา 
ภายในระยะเวลาที่กำหนด อาการที่เคยผิดปกติจะดีขึ้น และไม่ปรากฏให้เห็นอีก ซึ่งผู้ปกครองควรดูแลการ
เจริญเติบโต ของร่ายกายโดยเฉพาะน้ำหนัก ส่วนสูงและเส้นรอบศีรษะของเด็กรวมไปถึงพัฒนาการของเด็ก
ด้วย
นอกจากนี้ถ้าผู้ปกครองใช้สมุดคู่มือตรวจสุขภาพ เป็นคู่มือในการคัดกรองสุขภาพเด็กระยะหลังคลอดร่วมด้วย 
ก็จะช่วยให้แพทย์ทำงานได้สะดวกขึ้นและช่วยให้พ่อแม่ได้ไหวตัวทันต่อภัยร้ายนี้ด้วย 

อาการของ "เอ๋อ"
ธัยรอยด์ฮอร์โมนมีความสำคัญต่อการทำงานของทุกระบบของร่างกาย ดังนั้นถ้าร่างกายขาดฮอร์โมนประเภท
นี้จะมีความผิดปกติในส่วนต่างๆ ดังนี้ 
ทางด้านการเจริญเติบโต - เด็กจะเติบโตช้า ดั้งจมูกแบน ขาสั้นมากกว่าอายุจริง 
ทางด้านระบบประสาท - เด็กจะมีอาการซึม เชื่องช้า 
กล้ามเนื้อ - เด็กจะมีกล้ามเนื้ออ่อนแรง ลิ้นโต ท้องผูก สะดือจุ่น 
ระบบหายใจ - เด็กจะเสียงแหบเป็นหวัดบ่อยๆ 
หัวใจและหลอดเลือด - เด็กจะตัวเย็นผิวเป็นวงลาย ตัวเขียว หัวใจอาจจะโต 
ผิวหนัง - ผิวแห้ง ผมแห้งเปราะ ขนคิ้วบาง ฟันขึ้นช้า 
ระบบเลือด - ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็ก, วิตามิน B12 ลดลง 
ระบบต่อมไร้ท่อ - ในอนาคตส่งผลต่อความผิดปกติของประจำเดือน เช่น มีระดูมากกว่าปกติ 

ส่วนอาการและการแสดงออกของโรคเอ๋อในช่วงอายุ 3 เดือน จะไม่ปรากฏอาการเด่นชัดจะมีอาการทั่วๆ ไป
ที่พอสังเกต อาการของโรคได้เบื้องต้นคือ ทารกจะท้องผูกบ่อย, ตัวเหลืองนาน, สะดือจุ่น, ผิวแห้ง, ร้องไห้
งอแงและหลับบ่อยไม่สดใสร่าเริง ฯลฯ ถ้ารักษาทันเด็กจะไม่มีอาการปัญญาอ่อนหรือประสาทสมองพิการ 
แต่ถ้า 3 เดือนผ่านไป เด็กยังไม่ได้รับการรักษาอาการของโรคเอ๋อ จะชัดเจนขึ้น คือ เด็กจะมีเสียงแหบ, ลิ้นโต, 
หน้าบวม, ผมและขนคิ้วบาง, สะดือจุ่น, ผิวเย็นแห้ง, ตัวสั้น มีพัฒนาการช้า 

วิธีการตรวจหาความผิดปกติได้ดีที่สุดคือการนำทารกไปตรวจเลือด "คัดกรอง" ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายน้อย ไม่ต้อง
รอผลนาน ที่สำคัญสามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงที