สมัครสมาชิก

 

Healthcare and Lab
Diagnostic Newsletter

สาระข่าวสารความรู้เรื่องสุขภาพ
การตรวจวินิจฉัยโรคทางแล็ป

ไขมันในอาหาร และ กรดไขมัน
Cholesterol and Fatty Acid

ไขมันในเลือด Cholesterol ,
   Triglyceride , HDL , LDL
 

What Do My Cholesterol 
   Levels Mean?
   การแปรผลของระดับไขมันเรา
How Does Cholesterol
  Cause Heart Disease?


ชนิดของไขมันในร่างกาย
ชนิดของไลโปโปรตีน
โคเลสเตอรอลในเลือดมีกี่ชนิด
ไขมันในเลือดผิดปกติมีผล
  อย่างไรต่อสุขภาพของเรา
ภาวะไขมันในเลือดสูงกว่าปกติ 
  (Hyperilipidemia) กับโรค
  ที่พบได้บ่อย

การรักษาไขมันในเลือดผิดปกติ

ภาวะระดับไขมันในเลือดผิดปกติ   
  (dyslipidemia)
Test strip แถบตรวจ กลูโคส 
  / โคเลสเตอรอล/ ไตรกลีเซอไรด์ 
  จากเลือดปลายนิ้ว
Cholesterol management

Understanding Cholesterol
ความรู้และเข้าใจเรื่องโคเลสเตอรอล

  
 
 วิธีทดสอบ/วินิจฉัยทางแล็ป
 
     ( ห้องปฏิบัติการชันสูตร ) 
   
Reference test procedure
 
โรคและกลุ่มอาการที่สนใจ
     และสอบถามรายละเอียดมาก

    - โรคของนักธุรกิจ
    - โรคที่ไม่ติดต่อ
    - โรคของผู้สูงอายุ
    - การดูแลเมื่อเข้าสู่วัยทอง
ิ    - ปัญหาและการเปลี่ยนไต
   อื่นๆอีกมากมาย ที่น่าติดตาม    
  


 

ข่าวสาร /เทคโนโลยี่ใหม่ๆ
ด้านสุขภาพจากต่างประเทศ
ยาใหม่ๆ  รายงานการค้นคว้า

 

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้


 Contact : ติดต่อ
 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 


We subscribe to the
HONcode principle of 
the Health on the
Net Foundation

  ไขมันในเลือด Cholesterol , triglyceride , HDL , LDL       

ไขมันในอาหาร ประกอบด้วย ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) เป็ยส่วนใหญ และ โคเลสเตอรอล (Cholesterol) เป็นส่วนน้อย โคเลสเตอรอลเป็นไขมันที่ไม่จัดเป็นสารอาหาร เนื่องจากในร่างกายสร้าง ได้เองและเพียงพอ ไม่มีในพืช มีแต่ในสัตว์ ได้แก่ สมอง ไข่แดง หอย กุ้ง ปู เนย เครื่องในสัตว์ ปกติร่างกาย ควรได้รับไม่เกินวันละ 300 mg ไตรกลีเซอไรด์เป็นไขมันที่ประกอบด้วยกรดไขมัน (Fatty acid) และ glycerol เป็นส่วนใหญ่ของไขมันที่อยู่ในอาหาร และเป็นองค์ประกอบถึง 99% ในน้ำมันพืช เป็นแหล่งพลังงาน ที่สำคัญ

กรดไขมัน เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของไตรกลีเซอไรด์ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

1) กรดไขมันที่จำเป็น เนื่องจากร่างกายสร้างเองไม่ได้ เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง (Polyunsaturated fatty acid, PUFA) เป็นไขมันที่ช่วยลดโคเลสเตอรอลในเลือดได้ดี ป้องกันการสะสมไขมันบนผนังหลอดเลือด ป้องกันภาวะหลอดเลือดแข็ง และตีบ กรดไขมันในกลุ่มนี้ที่สำคัญ คือ 1.1 ไลโนเลอิก (Linoleic acid) มีในน้ำมันพืชหลายชนิด เช่น ดอกคำฝอย ถั่วเหลือง เมล็ดทานตะวัน ข้าวโพด มีฤทธิ์ในการลดโคเลสเตอรอล และ LDL-C อย่างเด่นชัด สิ่งควรระวังคือ กรดไขมันชนิดนี้ไม่คงตัว มีโอกาสเกิดปฏิกริยากับ ออกซิเจนในอากาศ เกิดสารอนุมูลอิสระ (Free radical) ซึ่งก่อให้เกิดโรคหัวใจ มะเร็ง และต้อกระจกได้ น้ำมันพืชแต่ละ ประเภท มีปริมาณไลโนเลอิกมากน้อยไม่เท่ากัน เช่น 70-80% ในน้ำมันดอกคำฝอย 60-65% ในน้ำมันเมล็ดทานตะวัน 50-55% ในน้ำมันถั่วเหลือง และเพียง 10% ในน้ำมันปาล์มโอเลอิน 1.2แอลฟ่าไลโนเลนนิก (alpha-Linolenic acid) มีในน้ำมันพืชบางชนิด จะถูกร่างกายนำไปสร้า กรดไขมันอะแรคคิโดนิก (Arachidonic acid) มีฤทธิ์ส่งเสริมการเกิดลิ่มเลือด เป็นกรดไขมัน ไม่อิ่มตัว กลุ่มโอเมกา 6 นอกจากนี้ยังพบไลโนเลนนิกในปลาทะเล ซึ่งจะนำไปสร้างกรดไขมันไม่อิ่มตัว ในกลุ่มโอเมกา 3 คือ อีพีเอ (Eicosapentaenoic acid, EPA) และ ดีเอชเอ (Docosahexaenoic acid, DHA) มีฤทธิ์ทำให้โพรสตาแกรนดิน (Prostaglandin) กลุ่มที่ทำให้เลือดไม่แข็งตัวออกมาจากเนื้อเยื่อ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือด

2) กรดไขมันที่ไม่จำเป็น (ร่างกายสร้างเองได้) แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

2.1 กรดไขมันอิ่มตัว (Saturated fatty acid) มีมากในน้ำมันสัตว์และน้ำมันมะพร้าว ซึ่งจะเพิ่มโคเลสเตอรอล และ LDL-C ก่อให้เกิดเส้นเลือดตีบ 2.2 กรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (Monounsaturated fatty acid, MUFA) มีความคงตัวสูง ทำปฏิกริยากับออกซิเจนในอากาศน้อย เกิดสารอนุมูลอิสระไม่มาก ไม่ใคร่เหม็นหืน ทนความร้อนได้สูง เหมาะใช้ปรุงอาหารประเภททอดหรือผัดที่ใช้เวลานาน ๆ ตัวอย่าง MUFA เช่น โอเลอิก (Oleic acid ) ซึ่งพบมากในน้ำมันพืชต่อไปนี้ คือ มะกอก, คาโนลา, ถั่วลิสง, งา ปาล์มโอเลอิน (สกัดจากเนื้อปาล์ม มิใช่เมล็ดปาล์ม), ดอกคำฝอยแปลง และเมล็ดทานตะวัน-แปลง MUFA นี้ ช่วยลดโคเลสเตอรอล ลด LDL-C และเพิ่ม HDL-C ป้องกันเส้นเลือดตีบได้ เช่นเดียวกับกรดไขมันไลโนเลอิก

ตารางที่ 1 แสดงสัดส่วนของกรดไขมันชนิดต่าง ๆ ในน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันปาล์ม

ชนิดของกรดไขมัน

น้ำมันถั่วเหลือง (%)

น้ำมันปาล์ม (%)

กรดไขมันอิ่มตัว

12

43.7

กรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (MUFA)

- Oleic acid

 

27

 

43

กรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง (PUFA)

- Linoleic acid

- alpha-Linolenic acid

 

53

7

 

12

0.4

ตารางที่ 2 แสดงปริมาณกรดไขมันอิ่มตัวและไม่อิ่มตัวในน้ำมันชนิดต่าง ๆ

ชนิดของน้ำมัน

ไขมันอิ่มตัว (%)

ไขมันไม่อิ่มตัว (%)

น้ำมันดอกคำฝอย
8
72
น้ำมันดอกทานตะวัน
12
63
น้ำมันข้าวโพด
10
55
น้ำมันถั่วเหลือง
15
52
น้ำมันเมล็ดฝ้าย
25
50
น้ำมันถั่วลิสง
20
26
น้ำมันมะพร้าว
86
0
น้ำมันไก่
23
24
น้ำมันหมู
40
12
เนยเหลว
45
3
ไขมันวัว
48
2
ไข่แดง
32
7

 

ไขมันสัตว์ นอกจากมีกรดไขมันอิ่มตัวในปริมาณสูงแล้ว ยังมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวในกลุ่มโอเมกา 6 คือ กรดไขมันอะแรคคิโดนิก (Arachidonic acid) ด้วย ซึ่งมีฤทธิ์ส่งเสริมการเกิดลิ่มเลือด (Thrombogenesis) ทำให้หลอดเลือดที่ตีบแล้วอุดตันง่ายขึ้น น้ำมันพืชเรปสีด (Rapeseed) ธรรมชาติ จะมีกรดไขมันอิรูสิค (Erucic acid) ทำให้มีการสะสมไขมัน ในเลือด แต่น้ำมันพืชเรปสีด ชนิดตัดต่อพันธุกรรม (GMO) จะมีโอเลอิกสูง ในขณะที่อิรูสิคเกือบหมดไป กลายเป็นน้ำมันพืชชนิดใหม่ คือ คานาเดียนโอเลอิก (Canadian Oleic acid) หรือคาโนลา ( CANOLA)

วิตามินอี (Vitamin E) ในน้ำมันพืช
กรดไขมันในน้ำมันพืชทั้งชนิดไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง (ไลโนเลอิก) และไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (โอเลอิก) สามารถลดระดับโคเลสเตอรอล และ LDL-C และเพิ่ม HDL-C ได้ด้วยตนเองแล้ว ภายในน้ำมันพืชบางชนิด ยังมีวิตามินอีในปริมาณสูง ซึ่งจะช่วยกดการสังเคราะห์โคเลสเตอรอลในร่างกายอีกทางหนึ่งด้วย จึงช่วยลดระดับ โคเลสเตอรอลได้ดีกว่าน้ำมันที่ไม่มีวิตามินอี

 

ตารางที่ 3 ปริมาณวิตามินอี ในน้ำมันบางชนิด (คำนวณโดยเปลี่ยนวิตามินอีทุกชนิด ให้เป็นวิตามินอีในรูปของ d-µ -tocopherol ตามฤทธิ์ของวิตามินอีแต่ละชนิด )

ประเภทน้ำมัน

ปริมาณวิตามินอี

ppm

1u/15 ml (ช้อนโต๊ะ)

ปาล์มโอเลอิน

409.2

8.66

รำข้าว

262.3

5.57

ข้าวโพด

197.7

4.21

ถั่วเหลือง

168.2

3.57

มะกอก

51.0

1.09

หมู

14.8

0.31

แนวทางการเลือกใช้น้ำมันพืช

  1. ไม่ควรใช้น้ำมันพืชที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันมะพร้าว
  2. ไม่ควรใช้น้ำมันพืชที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง ในปริมาณที่สูงมาก เช่น น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันเมล็ดทานตะวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องปรุงอาหารด้วยความร้อนสูงเป็นเวลานาน เนื่องจาก จะเกิดอนุมูลอิสระได้ง่าย เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  3. ไม่ควรใช้น้ำมันพืชทอดอาหารซ้ำ ๆ หลายครั้ง น้ำมันพืชที่ใช้แล้ว หากต้องการใช้ซ้ำ ต้องกรอง/ขจัดเศษ ตะกอน หรือเศษอาหารออกให้หมดเพื่อลดการเกิดอนุมูลอิสระ
  4. น้ำมันปาล์มโอเลอิน น้ำมันรำข้าว น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง มีวิตามินอีสูง ช่วยลดการสังเคราะห์ โคเลสเตอรอลของร่างกายได้
  5. น้ำมันพืชที่ใสมาก อาจมีการฟอกสี ซึ่งเป็นสารแคโรทีนอยด์ ทำให้เสียคุณค่าทางโภชนาการไป
  6. น้ำมันพืชแต่ละชนิดมีข้อดีข้อเสียต่างกัน จึงควรใช้น้ำมันพืชหลาย ๆ ชนิด หมุนเวียนสลับกันไป
  7. น้ำมันละหุ่งและน้ำมันสน เป็นน้ำมันที่เป็นพิษ ห้ามนำมาปรุงอาหารโดยเด็ดขาด
  8. การปรุงอาหารแต่ละประเภทมีดังนี้
    1. ประเภทสลัด ต้องใช้น้ำมันที่ไม่แข็งตัวในอุณหภูมิต่ำ (5-10 … C) ต้องเลือกน้ำมันพืชที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว หลายตำแหน่ง เช่น น้ำมันมะกอกธรรมชาติ น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด
    2. ประเภททอดน้ำมันน้อย ๆ หรือ ทอดขลุกขลิก (Saute` ) ใช้น้ำมันพืชอะไรก็ได้
    3. ประเภททอดน้ำมันมากความร้อนสูง (Deep frying) เช่น ทอดไก่ กล้วยแขก ปลาท่องโก๋ โดนัท ให้ใช้น้ำมันพืชที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ตำแหน่งเดียว เช่น ปาล์มโอเลอิน
  9. น้ำมันพืชบางชนิดเติมไนโตรเจน แทนสารกันหืน ควรเลือกซื้อเฉพาะที่ผลิตใหม่ ๆ และเมื่อเปิดใช้แล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 1-2 ครั้ง ถ้าใช้ไม่หมดให้เก็บในตู้เย็น
  10. น้ำมันพืชที่ผ่านการกลั่นทางเคมี เช่น น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง ฯลฯ มีโอกาสพบสารเคมี ตกค้างได้มากกว่า น้ำมันพืชที่สกัดด้วยวิธีทางกายภาพ คือ คั้นเอาน้ำมันออกมา เช่น น้ำมันปาล์ม และน้ำมันมะพร้าว

ตารางที่ 4 ปริมาณโคเลสเตอรอลในอาหาร 100 กรัม

 

ชื่ออาหาร

มิลลิกรัม

เนื้อวัวดิบ

มันสมอง

เนย

ไข่ปลา

เนื้อไก่

เนื้อหมู

เนื้อเป็ด

ตับอ่อน

เนื้อปู

ไข่ทั้งฟอง

ไข่แดง

ไข่ขาว

ปลา

หัวใจ

ลำไส้

ไต

น้ำมันหมู

ตับ

ตับวัว

กุ้งทะเล

นมสด

นมผง

หอยนางรม

น้ำมันตับปลา

เนยแข็งชนิดครีม

มาการีน-จากน้ำมันพืช

มาการีน-จากมันสัตว์

เนยแข็ง

ไอศครีม

เนยเทียม

น้ำมันพืช

น้ำมันสัตว์ชนิดต่าง ๆ

70

2000

250

300

60

70

70

250

125

550

1500

ไม่มี

70

150

150

375

95

300

600

200

11

85

200

500-7,500

120

ไม่มี

65

120

45

ไม่มี

ไม่มี

95

สรุป

ไขมันในอาหารส่วนใหญ่จะเป็นไตรกลีเซอไรด์และกรดไขมัน ควรเลือกใช้ไขมันจากพืชในการ ปรุงอาหาร โดยเฉพาะกรดไขมันไลโนเลอิกและโอเลอิก ซึ่งจะสามารถลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือดและป้องกันภาวะ เส้นเลือดตีบได้ นอกจากนี้พึงหลีกเลี่ยงอาหารที่มีโคเลสเตอรอลสูงไปพร้อมกันด้วย จะเป็นผลให้ลดความ เสี่ยงต่อการ มีระดับไขมันในเลือดสูงได้

บรรณานุกรม
1. ผศ.นพ.ประกิจ รอดประเสริฐ อันตรายที่เกิดจากไขมันในเลือดสูง อัมรินทร์การพิมพ์ กทม. 2521
2. รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน โภชนาการเพื่อชีวิตที่ดีกว่า (ฉบับผู้บริโภค) พิมพ์ครั้งที่ 1 บริษัท วิทยพัฒน์ จำกัด กทม. เม.ย. 2 หน้า 116–147



 

  

 
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine |
Health Game Zone


1999-2000 Thailabonline.com. All rights reserved. 
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.