BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

Google
Search WWW Search thailabonline.com

to


การเตรียมตัว
  ก่อนการตรวจเลือด
 

 -
การเตรียมตัว ก่อน
    การตรวจเลือด
 -
การเตรียมตัวอย่าง
   ปัสสาวะ
 - การเตรียมตัวอย่าง
   อุจจาระ


การเก็บตัวอย่างเพื่อการ
  ส่งตรวจที่ถูกต้อง

ตัวอย่างตรวจCBC /ESR   
   HbA1C/ Hb typing / CD4  
   CD8 / G-6 PD/ Lead /
   Cyclosporin

การตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือด
 
Sugar ) / ตรวจระดับอัลกอฮอล์
  ในเลือด (Ethyl alcohol )

การตรวจการแข็งตัวของเลือด
  Coaglulogram PT / PTT 
  /TT

การส่งตรวจ Biochemistry 
  Serology / Hormones / 
  Immunology

ส่งตรวจที่เป็นของเหลว เช่น 
   หนอง/ เสมหะ / น้ำไขสันหลัง 

สำหรับสิ่งส่งตรวจที่เป็น Nasal 
   / Throat / Vaginal /
   Urethral / Cervical

สำหรับสิ่งส่งตรวจที่เป็นเลือด / 
   Blood เพาะหาเชื้อในเลือด

เพาะหาเชื้อรา สิ่งตรวจที่เป็น
   การขูดจากผิวหนัง/เส้นผม/เล็บ

การเพาะเชื้อจากชิ้นเนื้อ
   Biopsy culture
การส่งเพาะหาเชื้อวัณโรค
   TB Culture

การส่งเพาะหาเชื้อแอนแอโรบส์
   Anaerobe Culture

การส่งเพาะหาเชื้อจากปัสสาวะ
   Urine Culture

การส่งตรวจหา HLA B-27
การส่งตรวจหาโครโมโซม
   Chromosome Study

การเก็บตัวอย่างส่งตรวจ
   Viral Load
   หา HIV / HCV / HBV

การเตรียมตัวอย่างส่งตรวจ
   ทางพยาธิวิทยา / Cutology
   ชิ้นเนื้อ / PAPsmear/Cyto


การเตรียมตัวอย่างเพื่อส่ง
   ตรวจทางพิษวิทยา
   Toxicology

 






















สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้


Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์







 การเตรียมตัว ก่อนการตรวจเลือด      

ในการตรวจสุขภาพร่างกายไม่ว่าจะเป็นการตรวจเพื่อค้นหาสาเหตุของความผิดปกติของร่างกาย หรือการตรวจ
เพื่อการป้องกัน ตรวจดูความสมบูรณ์หรือตรวจดูว่าระบบอวัยวะภายในของเรายังเป็นปกติดีอยู่หรือไม่ เนื่องจาก
ระบบต่างๆของร่างกายของเรามีการทำงานอยู่ตลอดเวลา   เมื่อเราอายุมากขึ้นแน่นอนว่าบางระบบของเราอาจมี
ความเสื่อมหรือผิดปกติเกิดขึ้น ทั้งจากอายุที่มากขึ้น สภาพแวดล้อม มลภาวะ จากการทำงาน กรรมพันธุ์ หรือการ
ใช้ร่างกายอย่างไม่ดูแลเลย เช่น การดื่มเหล้า การสูบบุหรี่ การใช้ร่างกายอย่างหักโหม ย่อมทำให้ร่างกายและ
ระบบภายในทรุดโทรมมากยิ่งขึ้น การตรวจสุขภาพจะเป็นการตรวจสอบดูว่าระบบภายในของเราเริ่มมีความผิด
ปกติเกิดขึ้นแล้วหรือยัง  หรือมีความผิดปกติมากน้อยเพียงใด  หรือจะใช้ผลการตรวจสุขภาพเป็นการติดตามการ
ดูแลรักษาว่าได้ผลดีหรือไม่ เช่นเคยมีค่าน้ำตาลในเลือดสูงเล็กน้อยประมาณ 140-150 mg/dl. ( ค่าปกติเฉลี่ย
อยู่ที่ 70-110 mg/dl.) จากการตรวจสุขภาพในครั้งแรก หลังจากนั้นเราเริ่มควบคุมดูแลเกี่ยวกับอาหารการกิน
ดูแลสุขภาพ ออกกำลังกาย เป็นประจำไปสักระยะ แล้วเราอยากจะทราบว่าระดับน้ำตาลของเราจะเป็นอย่างไร
จะมีค่ากลับมาใกล้เคียงปกติ   มีค่าน้ำตาลในระดีบคงเดิม  หรือมีค่าระดับน้ำตาลที่เพิ่มสูงขึ้น ล้วนแต่ช่วยให้เรา
ทราบถึงสถานการณ์การดำเนินไปของโรค เพื่อที่เราจะได้พิจารณาว่าควรจะทำอย่างไรกันต่อไป เช่น ถ้ากลับมา
มีค่าระดับน้ำตาลเป็นปกติได้ เราจะได้ปฏิบัติตัวเช่นนี้ต่อไปเพราะเราดูแลตัวเองมาถูกต้องแล้ว หรือถ้ามีค่ายังสุง
เล็กน้อยตามเดิมหรือกลับมีค่าสูงขึ้น จะได้คิดพิจารณาว่าควรจะได้มีการพบแพทย์เพื่อรับการดูแลรักษาให้กลับ
มามีค่าใกล้เคียงบปกติดังเดิม / เพิ่มการดูแลระมัดระวังสุขภาพและอาหารการกินมากยิ่งขึ้น  ทั้งหมดนี้ล้วนแต่
เป็นประโยชน์ของการตรวจสุขภาพร่างกายของเรา   เพื่อให้ร่างกายของเรามีสุขภาพที่สมบูรณ์สามารถดำเนิน
ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุขมากเท่าที่จะเป็นได้  อย่างที่กล่าวกันว่าการปล่อยปละละเลยการดูแลตนเองจะเป็นการ
บั่นทอนสุขภาพและระยะชีวิตของเราให้ลดลงจากการที่เราอาจสามารถมีอายุได้ถึง 70-80 ปี การดูแลสุขภาพ
ร่างกายของเราอย่างดี นอกจากจะช่วยให้เรามีคุณภาพชีวิตในวัยสูงอายุที่ดีแล้วยังช่วยสามารถยืดอายุชีวิตให้
ยืนยาวออกไปได้อีก  ในทางกลีบกันการไม่ใส่ใจกับสุขภาพร่างกายของเราก็จะเพิ่มโอกาสในการเกิดปัญหาเกี่ยว
กับสุขภาพ  เจ็บไข้ได้ป่วยหนักบ้างเบาบ้าง   มีความผิดปกติเรื้อรังทำให้ต้องเป็นภาระกับผู้อื่นในการคอยดูแล
เรา จากความผิดปกติต่างๆจะบั่นทอนสุขภาพและอายุชีวิตของเราให้สั้นลง   คุณภาพในช่วงวัยสูงอายุที่ไม่ดี

เราลองมาวาดภาพชีวิตของเราดูว่า เราอยากได้คุณภาพในช่วงวัยสูงอายุแบบไหน อยากมีคุณภาพชีวิตอย่างไร
เส้นทางนี้เราทุกคนต่างสามารถเลือกได้ด้วยตนเองว่าอยากเห็นสุขภาพของเราเป็นอย่างไร  อยากมีช่วงวัยสูง
อายุของเราเป็นอย่างไร  การเริ่มต้นดูแลสุขภาพของเราเร็วเท่าใดก็เหมือนกับเราเริ่มต้นเก็บออมสุขภาพเราลง
ในกระปุกออมสุขภาพ เพื่อเก็บเอามาใช้ในตอนสูงอายุให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี

การเตรียมตัวไปตรวจสุขภาพเรามักจะได้รับการบอกกล่าวให้นำตัวอย่างเลือด ปัสสาวะ หรืออุจจาระมาด้วย
เพื่อใช้ในการสืบค้นหาความผิดปกติภายในร่างกายของเรา 
1. การเตรียมตัว ก่อนการตรวจเลือด
ก่อนการตรวจเลือด ควรเตรียมร่างกายให้อยู่ในภาวะปกติตามที่เป็นให้มากที่สุด รับประทานอาหาร และพัก
ผ่อนให้เพียงพอ งดดื่มสุราตลอดสัปดาห์ก่อนไปเจาะเลือด โดยเฉพาะในวันก่อนการตรวจเลือด ต้องงดอาหาร
 น้ำชา  กาแฟ  สุราสิ่งมึนเมาทุกชนิด อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงก่อนการเจาะเลือด   เพื่อให้อาหารและสิ่งตกค้าง
ส่วนเกินต่างๆในเลือดได้ถูกใช้หรือขับออกจากกระแสเลือด   เป็นภาวะที่จะได้ผลการตรวจที่จะสามารถชี้ถึง
สภาพสมดุลย์ต่างๆได้แม่นยำถูกต้องมากที่สุด  ดังนั้นแพทยืมักจะแน่นำให้เริ่มงดอาหารตั้งแต่ช่วง 4 ทุ่มไป
จนถึงเวลาเจาะเลือดในช่วงเช้า  (แน่นอนต้องงดอาหารเช้าจนกว่าจะได้รับการเจาะเลือดเสร็จเรียบร้อยก่อน)

2. การเตรียมตัวอย่างปัสสาวะ เพื่อการตรวจสุขภาพ
เตรียมภาชนะที่จะใส่ตัวอย่างปัสสาวะที่แห้งและสะอาด มีฝาปิดได้มิดชิด  ภาชนะอาจเป็นขวดแก้วหรือขวด
พลาสติก เตรียมล่วงหน้าไว้ 1 ใบ ในช่วงเช้าก่อนมาเจาะเลือดหลังจากตื่นนอนแล้วให้แบ่งถ่ายปัสสาวะลงใน
ภาชนะที่เตรียมไว้ โดยพยายามเก็บตัวอย่างปัสสาวะในช่วงกลางๆของการถ่ายปัสสาวะ (ถ่ายปัสสาวะไปแล้ว
เล็กน้อยจึงเริ่มเก็บปัสสาวะ เก็บตัวอย่างประมาณ 15-20 ซีซี ปิดจุกหรือฝาให้เรียบร้อย และนำติดตัวมาด้วย
ในวันมาเจาะเลือด จะเป็นวิธีที่ช่วยในการตรวจได้ผลดีที่สุด (ปัสสาวะในช่วงหลังตื่นนอนในช่วงเช้าจะดีกว่า
การมาเก็บปัสสาวะแบบปกติ)

3. การเตรียมตัวอย่างอุจจาระ เพื่อการตรวจสุขภาพ
เตรียมภาชนะที่จะใส่ตัวอย่างอุจจาระที่แห้งและสะอาด ควรเป็นขวดปากกว้าง ไม่ว่าจะเป็นภาชนะพลาสติก
หรือแก้ว เตรียมไว้ล่วงหน้า 1 ใบ หลังจากตื่นนอนในตอนเช้าก่อนวันมาเจาะเลือด     เข้าห้องน้ำถ่ายอุจจาระ
(ในกรณีที่เป็นแบบชักโครกอาจทำให้ตัวอย่างอุจจาระถูกเจือจางด้วยน้ำ ทำให้การตรวจไม่ค่อยได้ผลนักอาจ
ถ่ายลงบนที่รองที่แห้งก่อนใช้ไม้หรือช้อนพลาสติกป้ายตัวอย่างอุจจาระประมาณเท่าหัวแม่มือใส่ลงในภาชนะ
ที่เตรียมไว้ หากสังเกตุเห็นบริเวรที่ผิดปกติบนอุจจาระเช่นลักษณะคล้ายมูกสีขาว  บริเวณคล้ายสีแดงเลือด
หรือสีดำ ควรป้ายบริเวณนั้นใส่มาในภาชนะด้วย

 

 

 

 การเก็บตัวอย่างเพื่อการส่งตรวจที่ถูกต้อง      

จากกระบวนการตรวจหาความผิดปกติต่างๆของร่างกายทางห้องแล็ป จำเป็นต้องอาศัยสิ่งที่จะช่วยในการตรวจหา
ความผิดปกติในร่างกายของเราก็คือ ตัวอย่างเลือด / สารคัดหลั่งต่างๆ เช่นน้ำลาย เสมหะ /  ปัสสาวะ /  อุจจาระ
เพื่อนำมาใช้ในการตรวจเพื่อหาความผิดปกติ   ในช่วงต้นเราได้พูดถึงการเตรียมตัวของผู้ที่จะไปตรวจสุขภาพ
อย่างถูกต้องเพื่อให้ได้ผลออกมาตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด  ที่จะกล่าวต่อไปนี้ก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่มีความ
สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะการเก็บตัวอย่างที่ไม่ถูกวิธี หรือเก็บไม่ถูกต้องก็จะมีผลทำให้ผลการตรวจที่
ได้ มีความคลาดเคลื่อนไปจากความจริงที่ควรจะเป็นอาจจะเป็นไปได้ที่ค่าที่ได้อาจจะต่ำกว่าหรือสูงกว่าที่ควรจะ
เป็นก็ได้ ซึ่งจะทำให้การวินิจฉัยของแพทย์หรือตัวเราเองสับสน ทำให้การรักษา การให้ยา แม้แต่การให้คำแนะ
นำคลาดเคลื่อนไป  แน่นอนมีผลต่อตัวเราอีกมากมาย อาจทำให้เกิดความสับสนในการดูแลสุขภาพของเราเอง
การปรับระดับของยาที่เราได้รับ เป็นต้น ยกตัวอย่างเช่น การตรวจเลือดเพื่อหาระดับน้ำตาลในครั้งแรกอย่าง
ถูกวิธี ได้ผลออกมาว่าสูงเล็กน้อยที่ระดับ 140 mg/dl. (ค่าปกติ 70-110 mg/dl.) เจ้าตัวไม่แน่ใจ หรือไม่มั่นใจ จึง
ไปทำการตรวจวัดระดับน้ำตาลอีกแห่งโดยทิ้งช่วงห่างกันสัก 1 สัปดาห์     ผลที่ได้ออกมาที่ระดับ 115-120 mg/dl. 

บุคคลคนดียวกันไปทำการทดสอบในช่วงต่างกัน 1 สัปดาห์ การเตรียมตัวทุกหลักวิธี ทำการตรวจจาก 2 แห่งได้
ผลออกมาแตกต่างกันในระดับที่สร้างความปวดหัวให้กับเจ้าตัวเองหรือแพทย์ก็ได้ว่า ตกลงแล้วเรามีระดับของ
น้ำตาลในเลือดเป็นอย่างไรแน่ ปกติ หรือว่าผิดปกติ ?  ควรจะได้รับยา ?  ควรจะต้องดูแลสุขภาพของเราหรือไม่
เห็นหรือยังครับว่าจะปวดหัว เป็นกังวล สับสนแค่ไหน  เนื่องจากการหาความผิดปกติจากสิ่งส่งตรวจทางห้องแล็ป
ค่อนข้างละเอียดซับซ้อน การคลาดเคลื่อนที่ขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งจะส่งผลให้ผลลัพทืที่ได้แตกต่างกันไปด้วย
จากตัวอย่างข้างต้นสามารถเกิดขึ้นได้จากสาเหตุใดบ้าง  ในที่นี้จะแสดงให้ทราบว่าอาจเป็นไปได้ที่วิะีการเก็บ
ตัวอย่างเลือดอาจไม่ถูกต้องเช่น เจาะเลือดที่ต้องการตรวจใส่ในหลอดแก้วธรรมดา (Clotted Blood) แทนที่จะใส่
เลือดลงในหลอดพิเศษสำหรับการตรวจหาระดับน้ำตาลในเลือดโดยเฉพาะ ( ต้องมีส่วนผสมกับ NaF)  เพื่อลด
การใช้น้ำตาลของเม็ดเลือดหลังจากเจาะเลือดออกมาแล้ว เพราะขบวนการส่งตรวจเพื่อรอการทดสอบในระยะนี้
ถ้าไม่มีการรีบปั่นแยกเอาเม็ดเลือดแดงออกจากน้ำเหลือง เม็ดเลือดแดงก็จะค่อยๆใช้น้ำตาลไปเรื่อยๆ ผลก็คือ
เมื่อวัดแล้วอาจได้ค่าระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงมาจากที่ควรจะเป็น ทำให้แพทย์หรือเจ้าตัวอาจเข้าใจผิดหรือ
สับสนว่าตกลงค่าที่ถูกต้องควรจะเป็นอย่างไรแน่

เห็นแล้วว่าการที่จะได้ค่าการตรวจที่ถูกต้องแม่นยำ เพื่อให้สามารถนำผลที่ได้มาใช้ในการตรวจวินิจฉัย ทำนาย
อาการของโรค  การรักษา  การให้ปริมาณยา ล้วนต้องมาจากหลักพื้นฐานที่เราสามารถดูแลได้ก่อนก็คือ
เตรียม
ตัวของเราเองให้ถูกต้องตามคำแนะนำ
/ สังเกตุว่าการเก็บตัวอย่างถูกต้องตามหลักการหรือไม่ / ที่ควรจะเป็น
ไปได้ในกรณีที่ต้องมีการตรวจซ้ำอย่างต่อเนื่อง ควรทำการตรวจในที่เดิมที่เรามั่นใจ
เพื่อให้สามารถนำผลที่ได้
มาปะติดปะต่อกันได้ ทำให้การวินิจฉัยโรคได้อย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนที่ตรวจใหม่อาจต้องมีการปรับค่าเริ่มต้น
ใหม่เพื่อให้สอดคล้องต่อเนื่องกับการตรวจเป็นระยะในโอกาสต่อไป
 
การเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจที่ถูกต้อง ของการตรวจชนิดต่างๆมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

     
 ข้อควรระวังและสังเกตุ
 แรกสุด ในdkiเริ่มการ
 ตรวจสุขภาพร่างกาย 
 หรือการเจาะเลือดเพื่อ
 ตรวจโรค หรือตรวจ
 สุขภาพร่างกาย
  - จะต้องมีการระบุชื่อของเจ้าของสิ่งส่งตรวจติดไป
  กับภาชนะที่ใส่ตัวอย่างด้วยเสมอ
- ปกติจะต้องมีใบสั่งตรวจหรือใบส่งตรวจ จะต้อง
  ระบุชื่อผู้ที่ต้องการจะตรวจให้ตรงกับตัวอย่างที่
  ส่งตรวจด้วยเสมอ / ระบุชนิดของการตรวจ
 ถือเป็นด่านแรกที่ป้องกันการผิดพลาด / ไม่ทราบว่า
 ตัวอย่างตรวจนี้เป็นของใคร / สลับสับเปลี่ยนกับราย
 อื่น แน่นอนผลการตรวจที่ได้อาจไม่ใช่เป็นผลของเรา
 อุปกรณ์/ภาชนะ ในการ
 เก์บตัวอย่างที่จะส่ง
 ตรวจทั่วไป
 ขวด EDTA
 ขวดใส่สาร EDTA เป็น
 ผงสารเคมีสีขาว ในหลอด
 ( ปกติจะมีฉลากสีชมพู )
 จะเป็นส่งตรวจ CBC / ESR / HbA1C
 Hb typing / CD4 / CD8 / G-6 PD
 Lead / Cyclosporin
 เจาะเลือด ใส่ลงในขวดประมาณ 2 ซีซี  ปิดจุกให้
 สนิท กลับหลอดไปมาเพื่อให้เลือดผสมกับสารเคมี
 ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เลือดแข็งตัว
 ระหว่างการรอส่งตรวจ ควรแช่เย็นในช่องธรรมดา
 
หากส่งตรวจ CD4 / CD8 ให้เก็บรอส่งที่อุณหภูมิ
 ห้องปกติ ห้ามแช่เย็น

 ห้ามแช่แข็ง เพราะเม็ดเลือดแดงจะแตก ใช่ไม่ได้
   ขวดโซเดียมฟลูออไรด์
 ขวดใส่สาร NaF เป็น
 ผงสารเคมีสีขาว ในหลอด
 ( ปกติจะมีฉลากสีฟ้า )
 จะเป็นการตรวจ ระดับน้ำตาลในเลือด (Glucose/
 Sugar ) / ตรวจหาระดับอัลกอฮอล์ในเลือด 
 (Ethyl alcohol )
 เจาะเลือด ใส่ลงในขวดประมาณ 2 ซีซี  ปิดจุกให้
 สนิท กลับหลอดไปมาเพื่อให้เลือดผสมกับสารเคมี
 ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เลือดแข็งตัว
 ระหว่างการรอส่งตรวจ ควรแช่เย็นในช่องธรรมดา
   หลอด Coagulogram 
ขวดใส่สาร 3.8%Sodium
 Citrate  
 เป็นน้ำยาใสบรรจุ ในหลอด
 ( ปกติจะมีฉลากสีขาว )
 จะเป็นการตรวจการแข็งตัวของเลือด เรียกว่า
 Coaglulogram PT / PTT / TT / Fibri-
 nogen เป็นต้น
 เจาะเลือด ใส่ลงในขวดประมาณ 4 ซีซี หรือเท่ากับ
 ระดับขีดที่กำหนด ปิดจุกให้ สนิท กลับหลอดไปมา
 เพื่อให้เลือดผสมกับสารเคมี ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้
 เลือดแข็งตัว
 ระหว่างการรอส่งตรวจ ควรแช่เย็นในช่องธรรมดา
   หลอด Clotted Blood
 ขวด/หลอด แก้วหรือพลาสติก
 แห้งและสะอาด 
 ( ปกติจะมีฉลากสีขาว ไม่มี
  อะไรอยู่ในหลอดเลย )
 สำหรับการส่งตรวจหา Biochemistry / 
 Serology / Hormones / Immunology
 เจาะเลือด ใส่ลงในขวดประมาณ 4-10 ซีซี หรือ
 ประมาณตามจำนวนชนิดที่ต้องการทดสอบ ปิดจุก
 ให้สนิท ตั้งทิ้งไว้ จะสังเกตุเลือดเกิดการแข็งตัวเอง
 อาจส่งตรวจทั้งหลอดเลย หรือใช้เครื่องปั่นเลือด
 เพื่อแยกเอาแต่ซีรั่ม (น้ำเหลืองที่ผ่านการแข็งตัวไป
 แล้ว) ไว้ส่งตรวจ วิธีนี้จะได้ผลดีที่สุด
 ระหว่างการรอส่งตรวจ ควรแช่เย็นในช่องธรรมดา

 
 อุปกรณ์/ภาชนะ ในการ
 เก์บตัวอย่างที่จะส่ง
 ตรวจทางด้านการ
 เพาะเชื้อ
 ขวดแก้วที่สะอาดผ่านการนึ่ง
 เพื่อฆ่าเชื้อโรคมาแล้ว
 สำหรับตัวอย่างส่งตรวจที่เป็นของเหลว เช่น หนอง/
 เสมหะ / CSF น้ำไขสันหลัง / น้ำช่องท้อง / น้ำ
 ในช่องปอด / น้ำจากไขข้อ
 เจาะดูด/เก็บตัวอย่าง ใส่ลงในขวด ประมาณตาม
 ชนิดที่ต้องการทดสอบ ปิดจุก
 ให้สนิท ตั้งทิ้งไว้ จะสังเกตุเลือดเกิดการแข็งตัวเ

 
   หลอดบรรจุอาหารเลี้ยงเชื้อ
 Stuart's Transport  
 Medium พร้อมไม้พันสำลี
 สำหรับป้ายตัวอย่าง (Swab)
 สำหรับสิ่งส่งตรวจที่เป็น Nasal / Throat /
 Vaginal / Urethral / Cervical / Wound
 Eye / Ear / Rectal
 ใช้ไม้พันสำลีที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว ป้ายบริเวณที่
 ต้องการตรวจหาเชื้อตามแหล่งต่างๆข้างต้น เสร็จ
 แล้วนำมาจุ่มลงในหลอดอาหารเลี้ยงเชื้อ ปิดฝาให้
 สนิท รีบส่งตรวจทันทีหรือหากในระหว่างรอการส่ง
 ควรเก็บในที่เย็น เช่นตู้เย
นชั้นธรรมดา ( 2-8 C)
 เชื้อแบคทีเรียที่สงสัยจะได้อยู่รอดได้จนเข้าสู่ขบวน.
 การเพาะเลี้ยงเชื้อได้ มิฉะนั้นเชื้ออาจตายเสียก่อน
 ทำให้การเพาะเลี่ยงเพื่อหาตัวตนเหตุไม่ได้ผล
   ขวดบรรจุอาหารเลี้ยงเชื้อ เพื่อ
 ใช้เพาะหาเชื้อแบคทีเรียที่อยู่
 ในกระแสเลือด
 Hemo Culture 
 สำหรับสิ่งส่งตรวจที่เป็นเลือด / Blood
 เช็ดจุกยางปากขวดด้วย 70% อัลกอฮอล์ แล้วทิ้งให้
 แห้ง หรือเพิ่มด้วยการลนไฟประมาณ 1-3 วินาที
 เพื่อฆ่าเชื้อบริเวณปากขวดก่อน เจาะเลือดที่ต้องการ
 ตรวจประมาณ 5 ซีซี  ฉีดเลือดใส่ลงในขวดเลี้ยง
 เชื้อทันที เขย่าเบาให้ผสมกันกันดีแล้วรีบส่วตรวจ
 ในระหว่างรอการส่งให้ตั้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง 
 ห้ามแช่เย็นเป็นอันขาด
 
   ภาชนะแห้งสะอาดสำหรับใส่
 สิ่งขูดจากผิวหนังเพื่อเพาะหา
 เชื้อรา 

ขวดปากกว้างมีฝาปิด
 สำหรับสิ่งส่งตรวจที่เป็นการขูดจากผิวหนัง / เล็บ 
 เส้นผม
 ใช้ใบมิดที่สะอาด เช่นใบมีดผ่าตัด ขูดเบาๆบริเวณ
 ผิวหนังที่สงสัย ให้ร่วงลงไปในภาชนะที่เตรียมไว้
 ปิดฝาให้มิดชิด รอนำส่งเพื่อเพาะดูเชื้อรา
 
   ภาชนะแห้งสะอาดสำหรับใส่
 ชิ้นเนื้อ ( Biopsy) ที่ตัด
 ออกมาเพื่อเพาะหาเชื้อ
 สำหรับสิ่งส่งตรวจที่เป็นชิ้นเนื้อ ที่ตัดออกมาจาก
 บริเวณที่สงสัย (Biopsy) เพื่อเพาะหาเชื้อต้นเหตุ
 จะได้หายาที่ตรงและสามารถฆ่าเชื้อได้ทันท่วงที
   ภาชนะแห้งสะอาดสำหรับ
 ตรวจเพาะหาเชื้อวัณโรค 
 TB
  ขวดปากกว้างมีฝาปิด
 สำหรับสิ่งส่งตรวจที่เป็น เสมหะ/ หนอง / ชิ้นเนื้อ 
 ที่ต้องสงสัยเชื้อวัณโรค และต้องการเพาะเชื้อเพื่อ
 การยืนยันสาเหตุ
 หลังจากใส่สิ่งส่งตรวจแล้ว ควรปิดฝาให้มิดชิด
 รอส่งตรวจโดยเก็บที่อุณหภูมิห้อง
   การเพาะหาเชื้อแบคทีเรีย
 ชนิดที่ไม่ต้องอาศัยออกซิเจน
 เชื้อแอนแอโรบส์ ขวด
 ภาชนะที่มีอาหารเลี้ยงเชื้อ
 ชนิด Thioglycolate 
 ก่อนใช้ ต้องสังเกตุว่ามีเดีย
 ใสและไม่มีสี หากเป็นสีชมพู
 แสดงว่ามี ออกซิเจนเล็ดลอด
 เข้าไปแล้ว 
 สำหรับสิ่งส่งตรวจต่างๆที่เป็นของเหลว หนองที่
 เจาะออกมาจากบริเวณที่ส่งสัย / Fluid ส่วนต่าง
 ที่สงสัย
 ทำความสะอาดปากขวดให้ปราศจากเชื้อก่อน ฉีด
 สิ่งส่งตรวจลงในขวด (anaerobic transport
 bottle ) รีบส่งทำการเพาะเลี้ยงเชื้อทันที
   การเพาะเลี้ยงเชื้อจากปัสสาวะ
 ขวดภาชนะที่แห้ง สะอาด
 ผ่านการปราศจากเชื้อ มีฝา
 ปิดมิดชิด
 Urine Culture
 สำหรับสิ่งส่งตรวจที่เป็นปัสสาวะ Urine เพื่อต้อง
 การตรวจหาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
 กระเพาะปัสสาวะ / ไต
 เลือดเก็บปัสสาวะในบริเวณส่วนกลางของปัสสาวะ
 (Midstream urine) เนื่องจากในส่วนต้นอาจปน
 เปื้อนด้วยเชื้อท้องถิ่นได้ การเพาะเชื้อจะรายงาน
 ปริมาณโคโลนีของเชื้อว่ามีมากน้อยเท่าใด เป็นชนิด
 ใด และยาที่สามารถฆ่าเชื้อได้ดีที่สุด
 (เชื้อที่มีปริมาณโคโลนี > (10)5 CFU/ml. 
   การเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจ 
 HLA B-27
 หลอด Syringe เคลือบสาร
 Heparin
 เจาะเลือดประมาณ 10 ซีซ๊ โดยใช้ Syringe ที่มี
 การเคลือบสาร heparin เพื่อป้องกันการแข็งตัว
 ของเลือด กลับ syringe ไปมาให้น้ำยาผสมกันดี
 ปิดปลอกเข็มให้เรียบร้อย ให้นำส่งทั้ง syringe
 ในระหว่างรอให้เก็บที่อุณหภูมิเย็นธรรมดา 2-8 C
   การเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจ
 โครโมโซม  
 Chromosome 
 Study

 หลอด Syringe เคลือบสาร
 Heparin
 
 ตรวจจากเลือด ใช้syringe ขนาด 5 ซีซี ที่
 เคลือบ ด้วย Na heparin  ดูดเลือดประมาณ 3-5
 ซีซี กลับ syringe ไปมาให้ผสมกันดี ปิดปลอก
 เข็มรอนำส่งทั้งหมด ขณะรอให้เก็บที่ 2-8 C
 ตรวจากน้ำคร่ำ (Amniotic fluid) ใช้เข็มเจาะ
 ดูดน้ำคร่ำโดยทิ้งส่วนแรก 1-2 ซีซี ไปก่อน  เปลี่ยน
 ใช้ syringe ใหม่ดูดน้ำคร่ำใส่ลงในหลอดสะอาด
 ที่ปราศจากเชื้อ จำนวน 3 หลอด หลอดละ 10 ซีซี
   การเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจ
 Viral Load
 ตรวจ HIV-RNA   ใช้เลือดที่ผสม EDTA  
 จำนวน 10 ซีซี รีบนำส่งฝ่ายบริการตรวจภายใน 
 4 ชั่วโมง
 ตรวจ HCV-RNA  .ใช้เลือดผสม EDTA
 จำนวน 5 ซีซี หรือ Clotted blood 5 ซีซี
 รีบส่งตรวจทางห้องแลปภายใน 2 ชั่วโมง
 ตรวจ HBV-DNA Clotted blood 5 ซีซี
 รีบส่งตรวจทางห้องแลปภายใน 4 ชั่วโมง
     - หากไม่สามารถส่งเลือดได้ภายในเวลาที่กำหนด
 ให้แยกเอาส่วน ซีรั่มหรือพลาสม่า ด้วยวิธีปราศจาก
 เชื้อ แล้วเก็บรอส่งในช่องแช่แข็ง (-20 C)
 - การส่งตัวอย่างตรวจ ให้แช่ด้วยน้ำแข็งแห้ง
   การส่งตรวจทางพยาธิวิทยา
 การตรวจชิ้นเนื้อ
 ขวดน้ำยา 10% ฟอร์มาลีน
 และน้ำยา Fixative เป็น 
 95% Ethyl alcohol
 การส่งตรวจชิ้นเนื้อ  ให้นำชิ้นเนื้อแช่ในน้ำยา
 10 %Formalin (5-10 เท่าของขนาดชิ้นเนื้อ)
 การส่ง PAPsmear นำแผ่นสไลด์ก่อนที่ 
 smear จะแห้ง ลงใน 95 % Ethyl alcohol
 ประมาณ 30 นาที นำขึ้นมาผึ่งให้แห้ง แล้วจึงส่ง
 ตรวจได้ (ถ้าแช่นานกว่าได้จะยิ่งดี)
 
 การส่งตรวจ Cytology ถ้าเป็นเสมหะ ให้ทำ
 smear อย่างน้อย 4 แผ่น รีบแช่ใน 95 % Ethyl 
 alcohol ก่อนที่ smear จะแห้ง ควรแช่อย่างน้อย
 30 นาที
 อุปกรณ์/ภาชนะ ในการ
 เก์บตัวอย่างที่จะส่ง
 ตรวจทางด้านพิษวิทยา
 การส่งตรวจทางพิษวิทยา
 ที่ร่างกายได้รับ อาจจะเป็น
 ครั้งเดียวคราวละมากๆ หรือ
 ได้รับแบบสะสมที่ละน้อยไป
 เรื่อยๆ
 ใช้ตัวอย่างเลือด EDTA  เช่นการส่งตรวจ
 Lead (Pb) / Maganese / Cadmium
 Chromium / Mercury
 ใช้ตัวอย่างเลือดแบบ Clotted blood 
 เช่นการตรวจหาสาร
 Copper / Zinc / Aluminium / Nikel
 ใช้ตัวอย่างปัสสาวะ Urine เช่นการตรวจ
 Mercury / Hippuric acid (Toluene) /
 Methyl hippuric acid ( Xylen) / Phenol
 Mandelic acid (Styrene) / Acetone /
 Trichloroacetic acid ( TCA)
     



 


 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

 
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine |
Health Game Zone


1999-2000 Thailabonline.com. All rights reserved. 
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.