BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

 
top   


สุขภาพจิต - จิตอนามัย
   - จะอยู่อย่างไรให้มีความสุข
  - ผู้ที่มีสุขภาพจิตดีควรมี
    ลักษณะจิตอนามัยอย่างไร

10 ประการในการสร้าง
    จิตอนามัยให้ได้อยู่อย่างมี
    ความสุข

  อยู่อย่างไรให้มีจิตเป็นสุขใน
    วัยสูงอายุ 
  - การเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ
    ของผู้สูงอายุ

  - ปัญหาที่พบได้บ่อยในวัยนี้
  - การปรับตัวให้มีความสุข
    ในวัยสูงอายุ 

สภาพจิตใจของเด็ก ผู้ใหญ่  
    และผู้สูงอายุ
    การเรียนรู้จักตนเองในแต่ละ
    ช่วงวัยว่า ตนเป็นตนอย่างไร

   - วัยของการสร้างความสำเร็จ
  - ความต้องการพื้นฐานไปสู่
    ความต้องการอันสูงสุด

  - กลไกการปรับตัว 
    (Defense mechanism)

  - วิธีสร้างความนับถือตนเองนั้น
  - คุณสมบัติที่แสดงถึงการบรรลุ
    วุฒิภาวะทางอารมณ์

  - วัยกลางคน (Generativity 
    VS Self Absorption) 

  - การเปลี่ยนแปลงจากวัย
    กลางคนสู่วัยสูงอายุ 



Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้




Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์

  สุขภาพจิต - จิตอนามัย      

ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
นางจิรา เติมจิตรอารีย์ พยาบาลจิตเวช

สุขภาพจิตเป็นสภาวะทางจิตใจของบุคคล ซึ่งโดยธรรมชาติภาวะทางจิตใจมีการปรับเปลี่ยนแปลง 
ตามสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวของผู้นั้น ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านเศรษฐกิจ 
สังคม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ซึ่งมีการพัฒนาการไปอย่างไม่หยุดยั้ง สุขภาพจิตของคนเรา จึง
ต้องมีการปรับเปลี่ยนแปลงตาม นับเป็นความยากลำบากพอควรของมนุษย์ที่จะต้องปรับตัว ปรับใจ
ไปกับการเปลี่ยนแปลง ที่เปลี่ยนแปลงไป 

มนุษย์ปุถุชนยังติดใจรสชาติของการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ชีวิตสมัยใหม่ไม่ต้องทน กับความยากลำบาก
ในการเดินทางนานๆเพราะมีเครื่องบินให้ความสะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องทนร้อนเพราะมีเครื่องปรับอากาศ
ใช้ มีเครื่องอำนวยความสะดวกมากมาย ให้เลือกใช้อย่างเสรี แสนจะสนุก และแสน จะสบายเป็นยิ่งนัก 
มนุษย์จึงต้องลงทุนปรับตัว ปรับใจให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เราหยุด การเปลี่ยนแปลงไม่ได้
ก็จริง แต่เราสามารถที่จะปรับเปลี่ยนแปลงตามได้ ซึ่งการปรับเปลี่ยนเป็นไปได้หลายรูปแบบ เช่น อาจจะ
เปลี่ยนเป็นใหม่ทั้งหมด หรือคงเก่าที่ดีไว้ หรือปรับรับแต่สิ่งใหม่ๆที่ดีๆทั้งหมด เป็นต้น ซึ่งการที่จะ
ปรุงแต่งหรือผสมผสานอย่างไรนั้น ย่อมแล้วแต่ความพึงพอใจของแต่ละคนไป 

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าชีวิตนี้หนีไม่พ้นการปรับตัว ปรับใจ บุคคลผู้สามารถปรับตัวได้ในสังคม
และสิ่งแวดล้อมโดยตนเองมีความสุข สามารถในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงตนเองได้ตามสถานการณ์ 
ด้วยเหตุด้วยผลอันเหมาะสม มีความยืดหยุ่น ก็คือผู้ที่มีสุขภาพจิตดี ซึ่งสุขภาพจิตที่ดีเปรียบได้กับต้นไม้
ของสุขภาพจิตดีดังต่อไปนี้ 

สุขภาพจิตดีเปรียบได้กับต้นไม้ที่รากเต็มไปด้วยความเป็นมิตร ความมีเมตตา การให้อภัย 
มีความอดทน และ สำนึกในบุญคุณผู้อื่น มีความรับผิดชอบ มีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต 
จิตใจมั่นคง มีความอบอุ่น และมีความรัก   ก่อให้เกิดความไว้วางใจ   กลายเป็นลำต้นที่
แข็งแรง เกิดการแตกแผ่กิ่งก้านสาขาเป็นความคิดริเริ่มสร้างสรร ได้รับการยอมรับในสังคม 
เป็นผู้ที่คำนึงถึงบุคคลอื่น มีแรงจูงใจ พอใจและรู้จักตนเองอย่างแท้จริง  ชีวิตมีเป้าหมาย 
พบความเจริญงอกงาม รู้รับผิดชอบและมีความสามารถใช้ศักยภาพของตนได้อย่างดี  ทำ
ประโยชน์และอุทิศตนเพื่อสังคม มีความสุขในชีวิต 


แต่ชีวิตคนเรามีขึ้น มีลง และมนุษย์ปุถุชน ก็ยังคงมีความอยาก ความต้องการ ดังนั้นชีวิตย่อมจะต้องเผชิญต่อ
ความสมหวัง และความผิดหวังเป็นธรรมดา เมื่อคนเราพบความยุ่งยากใจ ย่อมทำให้ เกิดความตึงเครียด และ
ถ้ามีอะไรมาซ้ำเติม
ใจที่เป็นสุข หรือคนอารมณ์ดี (Healthy mind)
เป็นผู้ที่ยิ้มแย้ม แจ่มใส ดูมั่นคง ใบหน้ายิ้ม นัยตาแจ่มใส ไม่หงุดหงิด ขุ่นมัว ทั้งในยามปกติ และเมื่อมีปัญหา แม้ในภาวะวิกฤติ มีความเมตตา กรุณา เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ มองโลกในแง่ดี มีความรักซึ่งกันและกัน เกิดความสามัคคี มีธรรมะในใจ นำมาปฏิบัติอยู่เสมอ

ทำอย่างไร ของดี อย่างนี้จะเกิดกับตัวเราเอง?
1. สำรวจตัวเอง (Self awareness)
แทนที่จะคอยโทษคนอื่น ต้องสำรวจหาข้อบกพร่องของตัวเอง ปรับปรุงทั้งเวลาปกติและเมื่อมีปัญหา
2. เห็นอกเห็นใจคนอื่น (Empathy)
- คนเรามีทั้งดีและเสีย
- ฝึกมองคนด้านดี ส่งเสริมความดีของเขา ยกย่อง
- ลูกอาจจะทำบางอย่างไม่ได้อย่างใจเรา ควรคิดว่า ลูกเองก็คงเสียใจมากอยู่เหมือนกัน
- อีกฝ่ายก้าวร้าว คาดว่าเขาคงผิดหวัง หรือมีเรื่องเครียดมาก
3. ความภาคภูมิใจในตัวเอง (Self esteem)
- เราเป็นคนมีความสามารถ เราทำประโยชน์ให้สังคมได้มาก มิใช่ไปฝากไว้กับสิ่งอื่นๆ นอกตัวเรา เช่น อยากได้ 2 ขั้น ถึงจะภูมิใจ มีเงินทอง ทรัพย์สมบัติมากๆ มีเกียรติ มียศ มีรูปร่างหน้าตาดี มีคนยกย่อง
- เรามีคุณค่าภายในตัวเราเอง
- เรามีคุณค่าต่อผู้อื่น เช่น เป็นพ่อแม่ที่ดี เป็นสามี ภรรยาที่ดี เป็นผู้ร่วมงานที่ดี

มนุษย์เราไม่ว่าจะเป็นชนชาติหรือศาสนาใด ย่อมมีหลักคำสอนทางศาสนา เป็นแนวทางในการยึด ถือปฏิบัติมา สำหรับเมืองไทยเราเป็นเมืองพุทธ พุทธศาสนาสอนให้เราประพฤติแต่ในสิ่งที่ดี ละเว้นความชั่ว กระทำจิตใจ
ให้ ผ่องใสอยู่เสมอ ผู้ที่สามารถประพฤติปฏิบัติตามหลักศาสนาได้ ย่อมนำมาซึ่ง ความสุขกาย-สุขใจ และรอดพ้น
จากสิ่งที่จะ มาบั่นทอนต่อชีวิตและสุขภาพ ของตนเองได้
              สั่งสอนอบรมให้บุตรหลาน ได้ซึมซับเอาหลักธรรม คำสอนนี้ไปเป็นหลักปฏิบัติในชีวิต ตั้งแต่เริ่มรู้ความ จะเป็นการสร้างเสริมนิสัยอันดี และทำให้เด็กเติบโตเป็น ผู้ใหญ่ที่ดีต่อไปด้วย
              ในโลกปัจจุบัน การนำเอาหลักคำสอนทางศาสนา มาสั่งสอนให้บุคคลยึดถือปฏิบัติ มิใช่ว่าจะโน้มน้าว
จิตใจ ของบุคคลนั้นได้โดยง่าย ผู้รู้ด้านศาสนาหลาย ๆ ท่านได้กล่าวไว้ว่า การจะให้บุคคลใดสร้างสมความดี ต้อง
เริ่มต้นปลูกฝังตั้งแต่วัยเยาว์ รวมทั้งจะต้องมีแบบอย่างอันดีจากพ่อ แม่ ญาติพี่น้อง จึงจะช่วยให้เด็กเจริญเติบโต
เป็น ผู้ใหญ่ที่มีความสมบูรณ์ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
              อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงความคิดของมนุษย์จะเป็นสิ่งยาก แต่เราก็สามารถโน้มน้าวจิตใจ
ของบุคคล ได้ด้วยการใช้หลักฆราวาสธรรม 4 ประการ สัจจะ ธรรมะ ขันติ จาคะ ที่ประกอบด้วยความจริงใจ ต่อทุกคนและตนเอง การรู้จักข่มใจ ข่มความโกรธ และความไม่พอใจต่าง ๆ ความอดทนและการรู้จักทำ ตนให้
เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น
              มนุษย์เรานั้นจะยืนหยัดอยู่ในโลกได้อย่างเป็นสุข ย่อมต้องมีสภาพร่างกายและ จิตใจ เป็นพื้นฐานสำคัญ อาศัยเพียงทรัพย์สินเงินทอง ความสะดวกสบายจากสิ่งประดิษฐ์คิดค้น ไม่อาจสร้างคนให้เป็นคนที่สมบูรณ์ได้ ถ้าบุคคลนั้นไม่มีจิตใจที่ดีงาม ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ ต้องอาศัยการขัดเกลาจิตใจ จงเชื่อในเรื่อง กรรม อันเป็นผล
มาจากการ กระทำ ของเราเอง การมีจิตใจดี คิดและกระทำในสิ่งที่ดี ย่อมให้ผล อย่าปล่อยให้ชีวิตล่องลอยไป ตาม
ยถากรรม จงใช้การกระทำของตนเอง ลิขิตชีวิตให้ก้าวไปบนเส้นทางที่ดีงาม เพื่อนำชีวิตไปสู่ความสุขที่แท้จริง
            
             หลักศาสนา เป็นมรดกทางปัญหา ที่หาซื้อไม่ได้ แต่สามารถสะสมได้ และเป็นหลักสำคัญที่เมื่อปฏิบัติแล้ว
ทำให้เราก้าวไปสู่ความสุข ความเจริญได้อย่างแท้จริง ลองใช้ช่วงเวลาของชีวิตที่เหลืออยู่ หันมาปฏิบัติตามหลัก
ธรรมทางพุทธศาสนา แล้วท่านจะรู้ว่าความสุขกายสุขใจ ที่แท้จริงนั้นเป็นฉันใด
ถ้าจะนำพุทธศาสนามาเทียบเคียง
1. ถือศีล ทำให้เกิดจิตใจที่สะอาด เป็นการสร้างพื้นฐานของจิตใจ ในการอยู่ร่วมกัน มีความรัก ทำให้มองโลกใน
    แง่ดี มีความอบอุ่น ทำให้มีความมั่นคง กล้าทำ กล้าตัดสินใจ
2. สมาธิ ทำให้เกิดความสงบ สร้างสมรรถภาพทางใจ ในการปรับตัวปรับใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิต ไม่
    เป็นทุกข์มาก
3. ปัญญา ทำให้เกิดความสว่าง สร้างคุณภาพจิตใจ เป็นคนเก่ง มีความคิดก้าวหน้า รู้จักพัฒนาตัวเอง เป็นคนดี 
    มีคุณธรรม ไม่ต้องให้คนอื่นมายกย่อง เป็นคนมีความสุข

 การสร้าง Healthy mind เป็นหน้าที่ของทุกคน ทุกสถาบัน
พ่อแม่       ช่วยพัฒนาลูก
โรงเรียน   สร้างกิจกรรมและการเรียนรู้ที่ทำให้เด็ก คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้ถูกต้อง
สื่อมวลชน ช่วยสร้างสังคมที่สงบ ร่มเย็น เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เห็นแก่ส่วนรวม 
               ทุกคนจะมีจิตใจที่เป็นสุข


อยู่อย่างไรให้มีความสุข 
เดือนเมษายนนี้ จัดว่าเป็นเดือนที่ร้อนสุดสุดในประเทศไทยก็ว่าได้  ซึ่งนอกจากอากาศ  จะทำให้ร้อนกายแล้ว 
บางท่านก็อาจจะร้อนอกร้อนใจกัน เพราะสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันทำให้เราต้องแข่งขัน ชิงดี ชิงเด่นกันตลอดเวลา 
ซึ่งสภาพแบบนี้มักจะทำให้เกิดความเครียด ความวิตกกังวลตามมา ถ้าครอบครัวไทยอบอุ่นก็คงจะกอดคอกัน
ฝ่าวิกฤตไปได้ 
แต่ถ้าบางครอบครัวไม่มีสายใยที่เข้มแข็งแล้วละก็อาจจะทำให้สมาชิกในครอบครัวบางคนเกิดทั้งความเครียด 
ความวิตกกังวล ไม่สบายใจได้ ซึ่งอาจทำให้กลายเป็นคนสุขภาพจิตไม่ดี มองโลกในแง่ร้าย หรือเกิดภาวะที่
ผิดปกติทางจิต ดังนั้นเราควรปรับตัวเองให้เป็นคนที่มีสุขภาพจิตดี เพราะเมื่อมีปัญหารุมเร้าเข้ามาในชีวิต
แล้วเราจะได้จัดการกับปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ผู้ที่มีสุขภาพจิตดีควรมีลักษณะดังนี้ 
1. มีความรู้สึกในคุณค่าของตนเอง : โดยคิดว่าตนเองเป็นที่ยอมรับของบุคคลอื่น ๆ แต่ถ้าเมื่อใดเขารู้สึก
    เป็นคนไม่มีคุณค่าต่อใครเลย นั่นคือภาวะที่ผิดปกติซึ่งอาจนำไปสู่โรคประสาทซึมเศร้า หรือโรคจิตซึมเศร้าได้ 
2. มีความรู้สึกมั่นคงทั้งร่างกายและจิตใจ : โดยเชื่อมั่นในครอบครัวว่าเมื่อมีปัญหา เกิดขึ้น ครอบครัวจะช่วย
    เหลือแก้ไขปัญหาและฝ่าวิกฤตต่าง ๆ ได้ 
3. เป็นคนมองโลกในแง่ดี มีความรักให้กับเพื่อนร่วมโลกและผู้อื่น 
4. เป็นคนไม่ตึงเครียดและหวั่นไหวง่าย สามารถเผชิญกับสถานการณ์ที่กดดัน ตึงเครียดได้ 
5. มีความยืดหยุ่นในตัวเอง เมื่อเผชิญกับปัญหาหรือสถานการณ์ที่รุนแรง เขาจะสามารถปรับตัวให้
    อยู่ได้อย่างเหมาะสม 
6. มองโลกตามความเป็นจริงว่า โลกนี้มีทั้งดีและไม่ดีปะปนกัน คนเราก็มีทั้งดีและไม่ดีในตัวเอง 
7. ไม่ใฝ่ฝันเกินจริง โดยอาจตั้งความหวังที่สามารถทำให้สำเร็จได้ ถ้าทุกท่านสามารถเป็นผู้ที่มีสุขภาพจิตดีแล้ว 
   ท่านก็จะอยู่ในสังคมปัจจุบันได้อย่าง มีความสุข 

แหล่งที่มา
ไชยรัตน์ พฤกษชาติคณากร. จิตเวชศาสตร์สำหรับประชาชน. พิมพ์ครั้งที่ 1. เชียงใหม่ : โรงพิมพ์นันทพันธ์ ; 2542.
อัมพร โอตระกูล. สุขภาพจิต. พิมพ์รั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : บริษัทพิมพ์ดี ; 2540. 
กรรณิกา ดาวไธสง
ฝ่ายอบรมอนามัยในบ้าน สำนักบริหาร สภากาชาดไทย 


 


 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

 
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine |
Health Game Zone


1999-2000 Thailabonline.com. All rights reserved. 
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.