|

ตามสถิติโลกปรากฎว่าชาวอเมริกันเป็นโรคปวดข้อประมาณ
16 ล้านคน
ในประเทศไทยถ้าจะคำนวณอย่างคร่าวๆประมาณ
2-5%
หรือเฉลี่ยราว
3.5% จากประชากรไทย 60กว่าล้านคนจะมีคนเป็นโรคปวดข้อประมาณ
2.1 ล้าน หรือ 3
ล้านคน
นับว่ามากพอดู
ทำให้ร้านขายยาแก้ปวดขายดี
เป็นเทน้ำเทท่าข้อใหญ่ๆ ของร่างกายมีประมาณ
70 ข้อ ซึ่งไม่รวมข้อเล็กๆ
ตามนิ้วมือและนิ้วเท้า
เมื่อเด็กในครรภ์เจริญวัยจนมีอายุได้ราว 4-5
เดือน
จะเริ่มมีการเคลื่อนไหวร่างกายโดยมารดาจะสังเกตหรือรู้สึกได้ว่าเด็กใน
ครรภ์เริ่มดิ้นเมื่ออายุราว 4-5 เดือน
ซึ่งแปลว่าข้อของเด็กเริ่มทำงานและ
จะเคลื่อนไหวอยู่ตลอดจนคลอดออกจากครรภ์มารดา
และเมื่อเด็กเจริญวัยขึ้น
จากเด็กแบเบาะมาเป็นเด็กวัยรุ่นถึงวัยหนุ่มสาวและวัยชรา
ข้อทุกข้อคงทำงาน
เคลื่อนไหวอยู่ทุกวันตลอดเวลาจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต ข้อแว่นใหญ่จึงมีเวลาพักผ่อนก็เฉพาะ
เวลานอนพักหรือนอนหลับเท่านั้น
ถึงกระนั้นก็ยังมีข้ออีกหลายข้อของร่างกายที่ไม่มีเวลาพักผ่อนเหมือนข้ออื่นๆ
ข้อเหล่านี้ คือ ข้อ
ระหว่างซี่โครง สองข้างรวม 24 ซี่
และกระดูกสันหลังส่วนอก 12
ชิ้น กระดูกหน้าอก
กระดูก
สะบัก กระดูกไห ปลาร้าทั้งสองข้างรวมประมาณ
40 ข้อ
ข้อดังกล่าวมานี้ไม่มีโอกาสได้หยุดพัก
การเคลื่อนไหวเลย
แม้ร่างกายจะหลับแล้วแต่การหายใจของปอดยังคงทำงานอยู่ตลอดเวลา
เช่นเดียวกับหัวใจที่ต้องเต้นอยู่ทุกวินาทีการหายใจของร่างกาย
ขณะนอนหลับถูกควบคุมโดย
ประสาทอัติโนมัติ
ที่บังคับและควบคุมให้กำบังลมซึ่งเป็นแผ่นกล้ามเนื้อแบนๆ
อยู่ส่วนใต้ของ
ปอดทั้งสองข้างทำหน้าที่ขยายตัวและหดตัวเพื่อดูดอากาศเข้าออก
ขณะที่คนเราหายใจอยู่ตลอด
เวลาแม้หลับแล้ว
ข้อดังกล่าวที่อยู่รอบทรวงอกหรือปกคุมปอดทั้งสองข้าง
ซึ่งต้องทำงานเคลื่อน
ไหวตามการขยายตัวเข้าออก
ของปอดโดยไม่มีเวลาหยุดแต่เป็นเพียงการเคลื่อนไหวของข้อ
เพียงเล็กน้อย
พอให้ปอดทั้งสองข้างสูดอากาศนำออกซิเจนเข้าและถ่ายก๊าชคาร์บอนไดออกไซน์
ออกเท่านั้น
ตราบเท่าที่คนเรามีชีวิตอยู่

การเคลื่อนไหวของข้อต่างๆ
ดังกล่าวมาแล้วจะเห็นได้ว่า
ตั้งแต่คน
เราตื่นนอนจนถึงเข้านอน
ข้อต่างๆต้องทำงานตลอดเวลาที่เรา
เดิน
ยืน หรือ นั่ง ทำงานเบาๆ จนถึงทำงานหนักๆ
เช่น แบกกระสอบข้าว
100
กิโลกรัม เป็นต้น
ข้อต้องทำงานหนักโดยเฉพาะข้อกระดูกสัน
หลัง
ข้อสะโพก ข้อเท้าและหัวเข่า
จึงทำให้ข้อเหล่านี้เสื่อมและปวด
ได้ง่าย
เพราะได้รับแรงกระแทกจากของหนักๆ
ทุกวันนอกจากนี้ข้อ
ต่างๆ
ยังมีโอกาสเป็นโรคต่างๆ ได้อีกหลายโรค
อาจเกิดความ
พิการของข้อและข้อไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
เดินไม่ได้ ไม่สามารถ
ทำงานได้คล้ายคนเป็นอัมพาต
ในที่สุดเมื่อไม่สามารถช่วยตัวเองได้ก็
ย่อมเป็นภาระของญาติพี่น้อง
หรือคนอื่นต้องมาดูแลพยาบาลจนกว่าจะสิ้นใจเหมือนผู้ป่วยเป็น
อัมพาตทุกประการ
สาเหตุของโรคปวดข้อที่พบบ่อยคือ
โรคข้อเสื่อม
ความเสื่อมของข้อเกิดขึ้นตามวัยและสังขารเมื่อเข้าสู่วัยชราตั้งแต่อายุ
50 ปีขึ้นไป
จะช้าหรือเร็วก็ขึ้นอยู่กับอาชีพที่ทำงานหนักมาก-น้อยเพียงใด
เป็นเวลานานเท่าใด
ข้อที่รับน้ำหนัก
กดกระแทกมากคือ
ข้อกระดูกสันหลัง
ข้อเข่าและข้อเท้า
การแบกของหนักๆ
ทำให้กระดูกสันหลัง
ทรุดตัวลง
และความเสื่อมของกระดูกอ่อนทำให้เกิดปวดข้อหัวเข่า
การบำบัด
ก) การพักข้อที่ปวดโดยหยุดทำงาน
ซึ่งอาจกินเวลาเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน
ข)
ยืดการเส้นยืดสายเบาๆ
ทีละน้อยๆ
เท่าที่ทำได้โดยไม่ให้เจ็บปวดมากนัก
ค) แช่น้ำร้อนวันละ
30 นาที
ง) ใช้ผ้ายืดพันข้อที่ปวดหรือเข้าเฝือก
(ถ้าเป็นมาก)ใส่ปลอกคอสำหรับปวดกระดูก
สันหลัง ใส่เสื้อ
กั๊กเหล็ก
ข้ออักเสบจากเชื้อจุลินทรีย์
สาเหตุ
- จากเชื้อหนองธรรมดาและมีบาดแผลใกล้ข้อ
เชื้ออาจลุกลามไปที่ข้อทำให้ข้ออักเสบและปวดการบำบัดต้องให้ยาปฏิชีวนะ
และการพักผ่อนถ้าเป็นมากอาจต้องผ่าตัด
- การอักเสบจากเชื้อหนองใน
เช่น ข้อเข่า ข้อเท้า
สะโพกหรือหัวไหล่
การบำบัดด้วยยาปฏิชีวนะ
และการพักผ่อน
ข้ออักเสบจากเชื้อวัณโรค
เชื้อวัณโรคที่เข้าสู่ร่างกายแล้วอาจทำให้เกิดพยาธิในอวัยวะใดก็ได้
เช่น กระดูกสันหลังส่วนนอก
ที่พบบ่อยคือกระดูกสะโพกและหัวเข่าทำให้หลังโกง
คด ปวดหลัง
และเมื่อกระดูกสันหลังทรุดลง
จะกดเส้นประสาททำให้เป็นอัมพาตได้
ถ้าเป็นที่สะโพกและหัวเข่าจะปวดบวมจนเดินไม่ได้
การบำบัด กินยารักษาวัณโรค
ถ้าเป็นมากต้องให้แพทย์ทำการผ่าตัด
ข้ออักเสบจากการกระทบกระแทก
และจากอุบัติเหตุ
การยกของหนักๆ
ทุกวัน
การกระโดดจากที่สูงของนักกีฬาที่กระโดดโลดเต้นมากๆ
จะทำให้เยื่อบุข้ออักเสบบวมแดงและมีน้ำภายในข้อมากขึ้น
ถ้าการกระแทกรุนแรงมากจนมี
การฉีกขาดของเอ็นหุ้มข้อ
และเยื่อหุ้มข้อฉีกขาดที่จะปวดมากจนเดินไม่ได้
ที่พบบ่อยคือ ข้อเข่า
ข้อเท้า และสะโพกการบำบัด
ในการที่มีการฉีกขาดของเอ็นต้องทำการผ่าตัดและเข้าเฝือก
ถ้า
เป็นน้อยๆ ก็ใช้ยาทานวด
แช่น้ำร้อน ใช้ผ้ายืดพัน
เพื่อให้การเคลื่อนไหวน้อยลงหยุดพักผ่อนจน
กว่าจะหายปวด
โรคเก๊าท์ (GOUT)
โรคเก๊าท์เป็นโรคทางพันธุกรรม
เนื่องจากความบกพร่องในการแปรธาตุของกรดยูริคในร่างกาย
ทำให้ผลึกของสารโซเดียมยูเรทเข้าไปเกาะตามเนื้อเยื่อของข้อ
ใต้ผิวหนังใกล้เคียงทำให้ข้ออัก
เสบบวมและปวดมากเวลาเคลื่อนไหว
ผู้ชายเป็นมากกว่าผู้หญิงในอัตรา
90: 10 ข้อที่เป็น
โรคเก๊าท์ คือ
ข้อเข่า ข้อเท้า ข้อมือ
อาการปวดจะกินเวลา 4-8 สัปดาห์
การตรวจเลือดหายูริค
จะพบว่าสูง 8-14 ม.ก/ด.ล
การบำบัด ใช้ยา (Rheumatic
Arthritis)
ข้ออักเสบรูมาติค
(Rheumatic Arthritis)
สาเหตุ ที่แท้จริงชองโรคยังไม่ทราบแน่นอน
แต่สาเหตุที่น่าเชื่อที่สุดข้อหนึ่ง
คือมีเชื้อจุลินทรีย์
สเตรปโตคอคคัส
ไปทำให้มีการอักเสบที่คอหอยและบริเวณต่อมทอนซิล
และเชื้อจุลินทรีย์นี้จะ
กระจายไปตามกระแสเลือดไปสู่ตามข้อ
และที่ลิ้นของหัวใจข้างซ้ายทำให้ข้อใหญ่ๆ
และลิ้นหัวใจ
ข้างซ้ายอักเสบ
จนลิ้นหัวใจขาดเล็กลงปิดไม่สนิทกลายเป็นโรคหัวใจรั่ว
โรคข้อรูมาติคนี้พบได้ใน
เด็กตั้งแต่อายุน้อยๆ
จนถึงวัยหนุ่มสาว
อาการ ผู้ป่วยเริ่มเป็นไข้ปวดหัว
และปวดที่ข้อใหญ่ๆ เช่น
หัวเข่า ข้อเท้า ข้อศอก
ข้อจะบวมแดง
และปวด
โดยจะเป็นทีละข้อ แล้วค่อยๆ
ลุกลามต่อๆ ไป
อาจจะเป็นเพียง 1-2 ข้อก็ได้
การอักเสบ
จะเป็นอยู่ประมาณ
5 ถึง 10 วัน
หรือนานกว่านี้ประมาณร้อยละ
30
ของผู้ป่วยข้ออักเสบรูมาติคจะ
มีความพิการที่หัวใจด้วย
การบำบัด
ยาโซเดียมซาลิซิเลต
และสเตอรอยฮอร์โมน
จะทำให้อาการปวดข้อหายดีในระยะอันสั้น
การพักผ่อนช่วยให้การปวดข้อบรรเทาลงโดยเร็ว
ข้ออักเสบรูมาตอยด์
(Rheuma-tioid
Arthritis)
สาเหตุ ที่แท้จริงของโรคยังไม่ทราบ
แต่สาเหตุที่ช่วยให้เกิดข้ออักเสบ
คือ เชื้อจุลินทรีย์สเตรปโต
คอคคัส
ซึ่งอาจเพาะได้จากข้อและมีโรคภูมิแพ้
ซึ่งมักเกิดร่วมกับโรคภูมิแพ้อื่นๆ
ด้วยอาการปวด
มักเกิดตามข้อเล็กๆ
เช่น ที่นิ้วมือและนิ้วเท้า
พร้อมมีไข้อ่อนเพลีย
ต่อมาจะมีอาการบวมตามข้อ
เล็กๆ ตามโคนนิ้วมือทั้งสองข้าง
แม้กินยาแก้ปวดอาการปวดก็ไม่ทุเลา
การบำบัด
ให้ยาแก้ปวดและสเตอรอยด์ฮอร์โมน
รวมทั้งการพักผ่อน
ขณะนี้ยังไม่มียาบำบัดโดย
เฉพาะเพียงรักษาตามอาการเท่านั้น
โรคถุงน้ำเบเคอร์
(Bakkers Cyst)
โรคถุงน้ำเบเคอร์
จะเกิดที่หัวเข่าโดยมีอาการปวดและนั่งยองๆ
ไม่ได้
เมื่อคลำจะพบก้อนนิ่มๆหลัง
ข้อเข่าที่ขาพับ
ซึ่งเป็นถุงน้ำของข้อเข่า
สาเหตุ
1) การวิ่ง
การกระโดดมากๆ เป็นเวลานานๆ
2)
การยกของหนักๆ ทุกวัน
ทำให้ถุงน้ำของข้อถูกกระแทกทุกวัน
จนเยื่อบุข้อซินโนเวียมบางลง
และถูกดันยื่นไปด้านหลังของข้อเข่ากลายเป็นถุงน้ำเรียกว่า
ถุงเบเกอร์ขนาด 3-5 ซ.ม.
การบำบัด
โดยการผ่าตัดเอาถุงน้ำเบเกอร์ออก
โรคปวดข้อระหว่างกระดูกสันหลังส่วนเอว
ข้อระหว่างกระดูกสันหลังมีลักษณะคล้ายหมอน
เรียกว่า ดิสค์ (DISC)
แต่ต่างจากข้อธรรมดาของ
ข้อทั่วๆไป
หมอนนี้ประกอบด้วยกระดูกอ่อนโดยมีเยื่อพังผืดแทรกอยู่ภายใน
ทำให้หมอนเหนียวและ
แข็งแรงมาก
เพื่อรับน้ำหนักจากการกระแทกแรงๆ
เวลายกของหนักหรืออหกล้วยน้อยก้นกระแทก
พื้น
สาเหตุ
1) การแบกของหนักทุกวัน
เช่น แบกกระสอบข้าวสารหนัก 100
กิโลกรัม
ทำให้หมอนทรุดตัวลง
ทำให้ปวดหลังมากขึ้น
2)
การหกล้มก้นกระแทกพื้นทำให้กระดูกสันหลังกดลงบนหมอนโดยตรง
ถ้าผู้ป่วยอายุมากกระดูก
สันหลังอาจเปราะร้าว
และทรุดตัวไปกดประสาทกระดูกได้
ทำให้ปวดหลังมากขึ้น
3)
การทำงานอยู่ท่าเดียวนานๆ
เช่น ช่างเย็บรองเท้า,
ช่างเย็บเสื้อ,
คนขับรถแท็กซี่นั่งในท่านั้นๆ
นานกว่า 3-4
ชั่วโมงติดต่อกันจนทำให้มีอาการปวดหลังได้
4)
การเสื่อมตามธรรมชาติของร่างกาย
ถ้าออกแรงหนักๆ
ในท่าที่ไม่เคยทำมาก่อนจะทำให้ปวด
หลังทันที
5) การร่วมเพศครั้งแรก
โดยเฉพาะ สตรีบางคน
เพราะเป็นการปฏิบัติที่ไม่เคยทำมาก่อน
การบำบัด
1)
ควรปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับสุขภาพและความสามารถของแต่ละคน
ว่าควรทำงานหนักมาก
น้อยเพียงใด
ถ้าปวดหลังมากก็ให้รีบหยุดทำงานทันที
และกินยาระงับความปวด
2)
เมื่อหกล้มก้นกระแทก
ถ้ามีอาการปวดมากต้องรีบพบแพทย์
3)
การทำงานในท่าเดียวนานๆ
ควรมีการบริหารร่างกายและยืดเส้นยืดสายตามสมควรทุกวัน
4)
ผู้ที่มีความเสื่อมของข้อตามสังขารควรระวังการทำงาน
การเล่นกีฬา
ให้พอเหมาะกับสุขภาพ
ของตัวเอง
5)
สำหรับคู่สมรสในวันแรกผู้ชายไม่ควรปฏิบัติรุนแรงเกินไป
เพราะฝ่ายหญิงถ้าไม่เคยร่วมเพศ
มาก่อนจะมีอาการปวดหลังบริเวณเอวในคืนแรกของการแต่งงานได้
หากอาการปวดมากขึ้นในวัน
รุ่งขึ้นต้องแจ้งให้ฝ่ายชายทราบทันที
การปวดกระดูกสันหลังส่วนคอ
สาเหตุ
1)
เด็กที่ได้รับการบิดรัดคอระหว่างการคลอด
เนื่องจากแพทย์ใช้คีมช่วยดึงศรีษะ
2)
การเสื่อมของหมอนรองข้อตามสังขาร
3)
อุบัติเหตุทำให้หมอนรองข้อไปกดเส้นประสาทคอ
4)
วัณโรคของกระดูกสันหลังที่คอ
5)
มะเร็งหรือเนื้องอกของกระดูกคอหรือหมอนรองข้อ
การบำบัด
การพักผ่อน
การใช้ยาแก้ปวด
การใส่เฝือกที่คอ
การดึงคอ 20-30
ครั้ง
กายภาพบำบัด
เมื่อการรักษาดังกล่าวไม่ได้ผล
ต้องให้แพทย์ทำการผ่าตัดต่อไป
เนื้องอกธรรมดา
และมะเร็งของกระดูกแข็ง
กระดูกอ่อน
เยื่อหุ้มซินโนเวียม
เอ็นหุ้มข้อ
สาเหตุ
1)
เนื้องอกธรรมดาอาจเกิดขึ้นในกระดูกแข็งกระดูกอ่อน
และเซลล์ต่างๆ
ของข้อได้ทุกข้อ
แต่มัก
ไม่รุนแรงและการบำบัดรักษาก็ง่ายมาก
2)
มะเร็งที่เกิดขึ้นที่กระดูกแข็ง
กระดูกอ่อน
เยื่อหุ้มซินโนเวียม
เอ็นหุ้มข้อ
3)
มะเร็งที่กระจายตามกระแสดลหิต
แล้วมาเกิดที่กระดูกหรือส่วนใดของข้อในร่างกายได้ทุกข้อ
เมื่อพบเป็นที่กระดูกหรือข้อใดแล้วจะต้องหามะเร็งต้นเหตุให้ได้
โดยฉายภาพรังสีหรือการตัดเอา
ชิ้นมะเร็งมาตรวจดูว่าเป็นเซลล์ของอวัยวะใด
จึงจะทราบต้นตอของมะเร็งได้
อาการ
เนื้องอกธรรมดา
ถ้าเกิดที่ข้อและมีขนาดเล็กอาการเจ็บปวดก็จะไม่มากนัก
แต่เมื่อโตขึ้นจนทำ
ให้ปวดและเคลื่อนไหวลำบากก็ควรให้แพทย์ตัดออก
มะเร็งของข้อหรือกระดูกจะทำลายข้อและ
กระดูกจนพิการหรือมีอาการปวดมากควรรีบพบแพทย์
เพื่อตรวจและการบำบัดโดยเร็วก่อนที่จะ
สายเกินไป
และเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นมะเร็งเริ่มแรกหรือเป็นมะเร็งที่กระจายมาจากอวัยวะอื่น
การบำบัด
เมื่อผู้ป่วยมีก้อนหรืออาการเจ็บปวดที่กระดูกหรือข้อจะต้องรีบพบแพทย์เพื่อการตรวจ
การฉายรังสี
และการตัดเอาเนื้อออกมาดูว่าเป็นเนื้องอก
หรือมะเร็งชนิดไหนซึ่งแพทย์ได้แนะนำการรักษาที่ถูก
ต้องต่อไป
ยิ่งไปหาแพทย์เร็วเท่าใดยิ่งเป็นผลดีในการรักษา
ก่อนที่มะเร็งจะกระจายไปยังอวัยวะ
อื่นจนทำให้การบำบัดยุ่งยากขึ้นมาก
ข้อคิดเห็น
มนุษย์ทุกคนที่เกิดมาต้องต่อสู้กับการดำรงชีวิตดังคำพังเพยที่ว่า
หลังสู้ฟ้า
หน้าสู้ดิน จากผลของการต่อสู้เพื่อดำรงชีวิตนี่เองเป็นสาเหตุของโรคปวด
ข้อปวดหลังมาสู่ตัวเรา
นอกจากนี้ยังมีโรคร้ายต่างๆ
มาทับถมอีก เช่น
เนื้องอกธรรมดา มะเร็ง
วัณโรค โรคเก๊าท์
โรครูมาติสซึ่ม
และโรคข้อ
รูมาตอยด์ดังกล่าวมาแล้ว
ปัญหาของชีวิตจึงอยู่ที่ว่า
เราควรปฏิบัติตน
อย่างไรที่จะหลีกพ้นโรคปวดข้อ
จึงเป็นหน้าที่ของท่านเองที่จะสำนึก
เสมอว่าร่างกายของท่านมีความสามารถแค่ไหน
แข็งแรงแค่ไหนทำงาน
หนักมากน้อยเพียงใด
ทำไหวหรือไม่
เกินกำลังหรือไม่
จึงอยู่ที่ตัวของท่านเองที่จะต้องประมาณตน
ในการทำงานการเคลื่อนไหวของร่างกายการออกกำลังกาย
การเล่นกีฬาทุกชนิด
ท่านไม่ควร
ประมาทหรือทะนงตัวว่าฉันทำได้
ท่านผู้อ่านคงเคยได้ยินข่าวนักวิ่งเร็วทำสถิติโลกชาวอเมริกัน-
นิโกรที่วิ่งจนเอ็นน่องขาดต้องเย็บนอนเจ็บอยู่ในโรงพยาบาลนับเดือนและนักเทนนิสระดับโลกมี
ข้อศอกเคล็ดและเอ็นหุ้มข้อฉีกขาดจนงอข้อศอกเข้า-ออกไม่ได้
ซึ่งตำราแพทย์เรียกข้อศอกนี้ว่า
ข้อศอกนักเทนนิส
หรือ Tennis Elbow เป็นต้น
โรคปวดข้อศอกนี้อาจเกิดในคนที่ต้องใช้กำลัง
แขนทำงานหนักมากๆ เช่นช่างไม้ ช่างตีเหล็ก
นักพุ่งแหลน
นักทุ่มน้ำหนักฯลฯ เช่นกัน


|