top
มะเร็งปากมดลูก
Cancer of Cervix
โครงการป้องกันควบคุม
โรคมะเร็งปากมดลูก
การตรวจภายใน
Pelvic Examination
Colposcopy:
The next
diagnostic step
ตกขาวคืออะไร/
Leukorhea




สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้

Contact :
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ
ไทยแล็ปออนไลน์



|
|
| มะเร็งปากมดลูก
- Cancer of Cervix |
|
|
|
ข้อมูล
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ
เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในหญิงไทย
พบมากใน ช่วงอายุ 35 - 50 ปี
มะเร็งปากมดลูก เป็นโรคที่ป้องกันได้
สามารถตรวจหา ระยะก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูก
ได้ทั้งๆที่ยังไม่มีอาการ
และสามารถป้องกันได้
ภาวะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก
1. สตรีที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย ( ต่ำกว่า 18 ปี )
2. มีคู่นอนหลายคน สำส่อนทางเพศ
3. มีประวัติเป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
4. มีโรคเรื้อรังหรือโรคที่ทำให้ภูมิต้านทานต่ำ เช่น โรคเอดส์
5. เคยมีความผิดปกติของปากมดลูก จากการตรวจภายในและทำ Pap
Smear วิธีการที่ใช้ตรวจหา ระยะก่อนเป็นมะเร็งปากมดลูก
เรียกว่า
การตรวจ Pap Smear Pap Smear
คือการเก็บเอาเซลล์เยื่อบุปาก
มดลูก ที่ลอกหลุด ออกมาแล้วนำไปตรวจหา เซลล์มะเร็ง
สัญญาณเตือนภัย
* ในระยะเริ่มแรกอาจไม่มีอาการเลยหรืออาจมีเลือดออกจาก
ช่องคลอดเวลา
มีเพศสัมพันธ์
* ประจำเดือนมาผิดปกติ
* ตกขาวมีกลิ่น ปริมาณมาก สีผิดปกติ หรืออาจปนเลือด
การป้องกัน
1. ตรวจภายในทุก 1 - 3 ปี
2. ไม่สูบบุหรี่
3. ใช้ถุงยางอนามัยเวลามีเพศสัมพันธ์เพื่อหลีกเลี่ยงโรคติดเชื้อทาง
เพศ
สัมพันธ์
4. ไปพบแพทย์ หากมีตกขาวผิดปกติหรือมีเลือดออกผิดปกติจาก ช่องคลอด
5. สตรีที่มีเพศสัมพันธ์ทุกคน ควรได้รับการตรวจ Pap Smearเพื่อเช็คหา
มะเร็งปากมดลูก อย่างน้อย ปีละครั้ง
ปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งปากมดลูก
เซลล์บุผิวของปากมดลูกที่ผิดปกติแต่ยังไม่ถึงกับเป็นมะเร็ง
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเซลล์เหล่านี้จะเปลี่ยนเป็น
มะเร็งภายหลังเราเรียกว่า precancerous บางครั้งแพทย์อาจจะใช้คำ squamous intraepithelial
lesion [SIL] ซึ่งพบได้ 2 แบบ
1. Low-grade SIL หมายถึงการเปลี่ยนแปลงเริ่มแรกของ รูปร่าง ขนาด และจำนวน
บางครั้งอาจหายไปเอง
แต่ก็มีจำนวนหนึ่งเปลี่ยนไปเป็น High-grade SIL บางครั้งเรียก mild dysplasia
2. High-grade SILหมายถึงการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เยื่อบุมดลูกที่เปลี่ยนไปจากเดิมชัดเจน
ถ้าเซลล์อยู่
เฉพาะปาดมดลูกเรียก moderate or severe dysplasia
การตรวจมะเร็งแรกเริ่ม
การวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูกแรกเริ่มโดยมากมาจากการตรวจปากมดลูกประจำปี ในการตรวจภายในแพทย์
จะตรวจ มดลูก ช่องคลอด ท่อรังไข่ รังไข่ หลังจากนั้นแพทย์จะใช้อุปกรณืถ่างช่องคลอดเพื่อทำ pap smear
ช่วงที่เหมาะสมในการตรวจภายในคือ10-20 วันหลังประจำเดือนวันแรก และก่อนการตรวจ 2
วันไม่ควร
สวนล้าง ยาฆ่า sperm หรือยาสอด ปัจจุบันการรายผลจะใช้ Low หรื High grade SIL มากกว่า
class1-5 แต่อย่างไรก็ตามควรให้แพทย์อธิบายผลให้ฟังอย่างละเอียด ผู้หญิงวัยเจริญพันธ์ตั้งแต่อายุ 18
ปี
ขึ้นไปควรตรวจภายในประจำปี
อาการของมะเร็งปากมดลูก
มะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มแรกจะไม่มีอาการอะไร
แต่เมื่อเป็นมะเร็งแล้วจะมีอาการเลือดออก
หลังจากการตรวจภายในหรือหลังร่วมเพศ
การวินิจฉัย
จากการทำ pap test ทำให้ทราบว่ามีเซลล์ผิดปกติที่ปากมดลูกแพทย์จะทำการตรวจ Colposcopy
โดยการส่องกล้องแล้วเอา iodine ป้ายบริเวณปากมดลูก เซลล์ปกติจะเป็นสีน้ำตาล
ส่วนเซลล์ผิดปกติจะ
เป็นสีขาวหลังจากนั้นแพทย์จะเอาชิ้นเนื้อปากมดลูกไปตรวจซึ่งมีวิธีตรวจต่างๆตามแต่แพทย์จะเห็นสมควร
การรักษา precancerous
การรักษาขึ้นกับปัจจัยหลายประการได้แก่ ลักษณะ precancerous ว่าเป็น low หรือ high-SIL
ผู้ป่วย
มีบุตรพอหรือยัง สุขภาพผู้ป่วย ความต้องการของผู้ป่วยและแพทย์ โดยทั่วไม่ low-grade SIL
ไม่จำเป็น
ต้องรักษาโดยเฉพาะรายที่ได้รับการตัดชิ้นเนื้อจนหมดผู้ป่วยควรได้รับการตรวจประจำปี ถ้าจำเป็นต้องรักษาแพทย์อาจเลือกวิธีรักษาได้หลายวิธีคือ การใช้ความเย็น (cryosurgery)ใช้ไฟจี้
( cauterization) ใช้ laser
การรักษามะเร็งปากมดลูก
หลังจากทราบว่าเป็นมะเร็งแพทย์จะตรวจต่อเพื่อตรวจว่าโรคมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นหรือยัง
โดยแพทย์จะตรวจ
เจาะเลือดตรวจเลือดทั่วไป( CBC )เพื่อดูว่าซีดหรือไม่ เกร็ดเลือดปกติหรือไม่ ตรวจการทำงานของไต
(BUN ,CREATININ) เนื่องจากมะเร็งปากมดลูกอาจแพร่กระจายอุดทางเดินของปัสสาวะทำให้ไตวาย
ตรวจตับ (LFT)เนื่องจากมะเร็งมักจะแพร่กระจายไปยังตับ
แพทย์จะส่องตรวจกระเพาะปัสสาวะ cystoscopy ,ตรวจลำไส้ใหญ่ (proctosigmoidoscopy)
โดยใช้อุปกรณ์ส่องเข้าไปตรวจ
แพทย์จะตรวจสวนสีตรวจลำไส้ใหญ่ barium enema เพื่อตรวจว่ามะเร็งแพร่ไปลำไส้ใหญ่หรือยัง
แพทย์จะฉีดสีเพื่อตรวจไต {intravenous pyelogram,IVP }เพื่อตรวจว่ามะเณ้งแพร่กระจายไปยัง
ต่อไตหรือยัง
ตรวจ computer x-ray,ultrasound เพื่อตรวจอวัยวะอื่นดูการแพร่กระจายของมะเร็ง
ก่อนการรักษาใดๆผู้ป่วยควรได้รับข้อมูลเพื่อปรกอบการตัดสินใจดังตัวอย่างมะเร็งที่เป็นอยู่นี้แพร่กระจาย
หรือยัง
วิธีการรักษาที่ดีทีสุด แพทย์เลือกวิธีไหน ทำไมจึงเลือกดวิธีนี้
- โอกาสจะประสบผลสำเร็จมีมากน้อยเพียงใด
- มีโอกาสเสี่ยงอะไรบ้าง ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง
- ใช้เวลารักษานานเท่าใด
- ใช้ค่าใช้จ่ายแค่ไหน
- ถ้าไม่รักษาจะเป็นเช่นใด
- จะมีคุณภาพชีวิตเหมือนคนปกติหรือไม่
- ต้องตรวจซ้ำบ่อยแค่ไหน
วิธีการรักษา
การผ่าตัด ถ้ามะเร็งอยู่เฉพาะปากมดลูกอาจจะตัดแค่บริเวณปากมดลูก
แต่ถ้ามะเร็งแพร่กระจายมากแพทย์
อาจจะตัดมดลูก ท่อรังไข่ รังไข่ รวมทั้งต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง
การให้รังสีรักษาทำได้ 2 วิธี
- โดยการให้รังสีรักษาจากเครื่องแพทย์จะให้รังสีเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง 5วัน/สัปดาห์เป็นเวลา 5-6 สัปดาห์
- โดยการฝังแร่อาบรังสีบริเวณปากมดลูกฝังแต่ละครั้งนาน 1-3 วันต้องอยู่โรงพยาบาลใช้เวลารักษา
1-2 สัปดาห์
การให้เคมีบำบัด โดยการให้เคมีเข้าในเลือดเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง
การสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อให้ภูมิคุ้มกันทำลายมะเร็ง ยาที่ใช้บ่อยคือ interferon
ผลข้างเคียงของการรักษา
การผ่าตัด หลังการผ่าตัดมักจะมีอาการปวด เลือดออก
ถ้าต้องตัดมดลูกผู้ป่วยอาจจะปัสสาวะและอุจาระลำบากต้องคาสายสวนปัสสาวะไว้ระยะหนึ่ง
ผู้ป่วยควรพักระยะหนึ่งเพื่อให้แผลหาย จะมีเพศสัมพันธ์หลังผ่า 4-8 สัปดาห์
ผู้ป่วยที่ตัดมดลูกยังคงมีอารมณ์ทางเพศปกติแต่อาจมีปัญหาทางจิตใจกังวลว่าไม่สามารถมีบุตร
ได้คู่ครองควรที่จะช่วยกันปลอบใจและให้กำลังใจ
การให้รังสีรักษา ระหว่างการให้รังสีรักษาผู้ป่วยจะเพลีย ไม่มีแรง เบื่ออาหาร ผมร่วง
ผิวบริเวณที่สัมผัส
รังสีจะมีสีน้ำตาล ห้ามทาโลชั่น อาการต่างๆจะหายไปหลังหยุดการรักษา
การร่วมเพศอาจจะลำบากเนื่องจากช่องคลอดจะแคบและแห้งต้องใช้ครีมหล่อลื่นช่วย
นอกจากนี้อาจมีปัญหาเรื่องปัสสาวะและถ่ายเหลว
การให้เคมีบำบัด จะฆ่าเซลล์ที่แบ่งตัวเร็ว
ซีด เม็ดเลือดขาวต่ำ เกร็ดเลือดต่ำทำให้เหนื่อยง่าย ติดเชื้อง่าย และเลือดออกง่าย
ผมร่วง
เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน
เป็นหมัน
การสร้างภูมิคุ้มกัน ผลข้างเคียงมีไม่มาก มีอาการคล้ายไข้หวัด ปวดตามตัว คลื่นไส้อาเจียน ท้องร่วง
การป้องกัน
สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัดแต่พบว่ามีหลายปัจจัยเป็นความเสี่ยง
- การมีเพศสัมพันธ์ก่อนอายุ 18 ปีและการมีสำส่อนทางเพศ เชื่อว่าเกิดจากเชื้อไวรัส human
papillomaviruses
- การสูบบุหรี่
- การได้รับยาคุมกำเนิด diethylstilbestrol ระหว่างตั้งครรภ์
- ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
-การได้รับวิตามิน A ป้องกันมะเร็งได้แต่ต้องศึกษาเพิ่มเติม
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะมีส่วนช่วยให้ท่านเข้าใจและสามารถสอบถามข้อมูลที่จำเป็นในการตัด
สินใจรักษา
ลองมาติดตามปัญหาที่มักพบได้บ่อยจากเหตุการณ์จากผู้ป่วยรายหนึ่งในรายๆหลายที่คล้ายๆกัน
เธออายุเพียง 30 ปีมีบุตรมาแล้ว 1 คน กับสามีคนก่อน ซึ่งเลิกรากันไป และแต่งงานใหม่เมื่อ 5 ปีมานี้เอง
และมีบุตรกับสามีใหม่ อายุเพียง 2 ปี
5 ปีมานี้เองเธอทำงานหนักทั้งงานในหน้าที่ และแม่บ้าน
จนลืมดูแล
ตัวเอง ในปีแรกที่แต่งงานและหลังมีการคลอดบุตร เธอไปตรวจร่างกายรวมทั้งตรวจภายในตามที่แนะนำ
แพทย์ก็พบเพียงแต่ว่า เธอมีการอักเสบที่ปากมดลูกและแนะนำให้มาตรวจมะเร็งซ้ำในอีก 2 เดือน
แต่เธอ
เฉยไม่ทำตามเพราะไม่มีอาการอะไร เธอคิดว่าจะต้องเสียเงิน ทองเสียเวลาทำไมกับการตรวจเช็กอัพมะเร็ง
เพราะเธอ ตรวจมาหลายปีไม่เห็นจะมีอะไรผิดปกติ
อาการหรือก็ไม่มี
จนเมื่อครึ่งปีมานี้เธอเริ่มรู้สึกมีตกขาวมากผิดปกติ เป็นๆ หายๆ
ก็คิดว่าสามีนำโรคมาให้
เธอก็ซื้อยามาทาน
เองบ้าง ใช้ยาสอดบ้าง ยาสวนล้างบ้างแล้วแต่ว่าเธอจะไปปรึกษาผู้ใด อาการผิดปกติก็ดูจะเป็นๆ หายๆ
ช่วงระยะหลังๆ นี้ดูจะเป็นมากกว่าหายไป และเริ่มมีเลือดออกผิดปกติ โดยเฉพาะหลังมีเพศสัมพันธ์
เธอลังเลอยู่นาน จนเธอตัดสินใจได้ในวันที่เธอเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ที่เธอนั่งเกิดชน
และศีรษะเธอกระแทก
อย่างรุนแรง เธอต้องเข้ามารับการตรวจที่โรงพยาบาล เลยถือเป็นโอกาสได้ตรวจภายในก็พบว่า
เธอมีติ่งเนื้อ
ผิดปกติที่รูปากมดลูก ยื่นออกมาขนาดไม่ใหญ่มากนัก แพทย์ได้ตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจทางพยาธิ
ซึ่งในกรณีเช่นเธอผู้นี้ ถ้ามีความผิดปกติให้เห็นแล้ว การตรวจค้นหามะเร็งปากมดลูกที่เรียกว่า "แป๊ปสเมียร์"
ก็ไม่จำเป็น ติ่งเนื้อที่ยื่นออกมาผิดปกตินั้นแพทย์เฉพาะทางที่ตรวจภายในพบว่า
มีลักษณะของเนื้อร้ายหรือ
มะเร็งเพศแตะต้องเส้นเลือดฉีกขาดง่าย และพื้นผิวก้อนเนื้องอกค่อนข้างขรุขระทำให้เธอมีตกขาวเป็นๆ
หายๆ มาตลอด และการที่เส้นเลือดฉีกขาดง่ายทำให้มีเลือดออกผิดปกติเป็นระยะ
โดยเฉพาะเมื่อถูกกระทบ
กระเทือนจากการมีเพศสัมพันธ์
แม้จะเห็นชัดเจนถึงลักษณะของเนื้อร้ายหรือมะเร็งก็ตาม แต่แพทย์ก็ต้องตัดชิ้นเนื้อไปพิสูจน์ทางพยาธิวิทยา
คือ ไปทำให้แห้ง ตามขบวนการพิเศษแล้วย้อมสีพิเศษ เพื่อนำไปส่องด้วยกล้องขยาย 400 เท่า
หรือมากกว่า
เพื่อหาเซลล์มะเร็งและให้ทราบชนิดของมะเร็ง
บางครั้ง ซึ่งน่าจะเป็นบ่อยครั้งที่ต้องย้อมพิเศษเพื่อแยกแยะประเภท
เพราะต้องศึกษาถึงรายละเอียดของ
เซลล์มะเร็งว่า น่าจะมีความร้ายแรงอย่างไร
มะเร็งก็เหมือนมนุษย์เกรดมีหลายระดับ ตั้งแต่ระดับอันธพาลชี้นกระจอก ที่ชาวบ้านเรียก
พวกตีหัวหมา
ด่าแม่เจ๊ก พวกลักเล็กขโมยน้อย จนพวกจี้ปล้นชิงทรัพย์ชั้นอันธพาลพวกฆาตกร
แต่ทางพยาธิวิทยา ก็จะแบ่งเป็นเกรดได้ 3 เกรดกว้างๆ ด้วยสายตา แต่ทางการแพทย์ยังมีการแยกแยะพวก
เนื้อร้าย หรือมะเร็งตามเกณฑ์อื่นๆ อีกหลายระบบ สลับซับซ้อนอีกหลายระบบ ของเธอผู้นี้ผลชิ้นเนื้อในอีก
1 สัปดาห์ต่อมา ปรากฏว่าเป็นชนิดฆาตกร คือ เกรดสุดท้าย
เธอมาพบแพทย์ตามนัดด้วยหน้าตาที่ซึมเศร้า เมื่อได้พบแพทย์ เธอถามก่อนว่า เป็นมะเร็งใช้ไหม ?
ซึ่งเมื่อรับทราบ เธอถึงกับร้องไห้น่าสงสาร ซึ่งเป็นภาพที่แพทย์โดยเฉพาะแพทย์ในหน่วยงาน
ซึ่งดูแล
มะเร็งนรีเวชพบได้ประจำ ซึ่งเป็นกลไกทางจิตใจของผู้ป่วยมะเร็ง
ซึ่งทางแพทย์เรามีขั้นตอนในการดูแล
อาการดังกล่าวอยู่แล้ว โดยทีมปรึกษาแนะนำหรือ คาน์เซลลิง (Counseling Team)
ซึ่งนับว่าสำคัญ
มาก เพราะมิฉะนั้นผู้ป่วยจะหนีการรักษา ซึ่งมีขั้นตอนมาก
และต้องการการร่วมมือระหว่างแพทย์
และ
ผู้ป่วยรวมทั้งญาติสูงมาก
ที่การรักษามะเร็งในประเทศไทยมีปัญหาคนไข้หนีการรักษา ขาดการรักษา
เพราะขาดทีมงานดังกล่าวที่จะ
คอยให้กำลังใจ ให้ข้อมูลความถูกต้องแก่ผู้ป่วย
ทำให้ผู้ป่วยถูกขบวนการต่างๆ
ทั้งที่มุ่งร้ายหรือบางขบวน
การบางองค์กร บางกลุ่มคนที่รู้เท่าไม่ถึงการ ชักจูงให้ไขว้เขวในการรักษา เช่น พวกน้ำปั่นน้ำพืชผักก็ดี
พวกเลือดสัตว์ น้ำหมาก น้ำมนต์สารพัดที่จะแอบอ้าง ทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาส
ในการที่จะได้รับการรักษา
มาตรฐานทำให้กระทบต่อผลการรักษาที่จะได้รับ
พลาดโอกาสที่จะหายจากโรคหรือมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ต่อไป คำถามที่จะได้ ้จากผู้ป่วยมะเร็งร้ายก็คือ เป็นโรคนี้ได้อย่างไร ? ไม่เห็นมีอาการผิดปกติของอาการ
โรคมะเร็งที่ต้องผอมแห้งแรงน้อย หน้าตาซูบซีดและคำถามว่าเป็นนานเท่าไร ?
มะเร็งไม่ใช่โรคติดเชื้อแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โรคติดเชื้อจะมีระยะฟักตัวสั้นหากได้เชื้อจุลินทรีย์เช่น
ไวรัสหวัด เพียง 24 ชั่วโมงหรือสั้นกว่าก็ออกอาการมีไข้น้ำมูกไหล
หรือโรคท้องร่วงหลังรับเชื้อโรค
เข้าสู่ร่างกายอาจจะ 6 ชั่วโมง ก็มีอาการถ่ายเหลวได้ แต่มะเร็งนั้นต้องอาศัยระยะเวลานาน
โดยเฉพาะ
ปากมดลูก อาจจะ 5-7 ปีกว่าจะกลายเป็นมะเร็ง
แต่ในรายของเธอผู้นี้เป็นมะเร็งของปากมดลูกที่พบได้
ประมาณ 5% ซึ่งเป็นชนิดที่กลายมาจากต่อมเมือกในโพรงของมดลูก
ซึ่งอยู่ในโพรง ค่อนข้างลึก
จึงทำให้การตรวจคัดกรองต้องกระทำให้ถูกต้อง และครอบคลุมถึงกรอบกับเป็นมะเร็งที่มีการกลายได้เร็ว
ทำให้การตรวจครั้งสุดท้าย เพียง 3 ปี ก็สามารถจะกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกไป
และมะเร็งชนิดนี้ความรุนแรงเปรียบได้กับพวกระดับอาชญากร กล่าวคือจะลุกลามแทรกซึมได้รวดเร็ว
เพียงสามปีที่ไม่ได้ตรวจค้นหามะเร็ง ก็พบว่าเริ่มลุกลามออกจากคอมดลูก
มะเร็งที่กลายมาจากต่อมเมือกของปากมดลูก เป็นมะเร็งที่ตรวจค้นหาค่อนข้างยุ่งยากและมักจะเป็นในกลุ่ม
สตรีที่อายุค่อนข้างน้อย โดยเฉลี่ยมะเร็งปากมดลูก
จะพบในช่วงอายุ 50-55 ปี
แต่ในกลุ่มมะเร็งจากต่อม
เมือกนี้ จะพบในอายุสามสิบและพบในสตรีที่ไม่ได้แต่งงาน สาเหตุของการเกิดมะเร็งชนิดนี้ยังไม่ทราบ
ซึ่งต่างจากมะเร็งปากมดลูกที่กลายมาจากเซลล์บุพื้นผิว ที่มีความเกี่ยวพันกับการติดเชื้อไวรัสหูดหงอนไก่
จนปัจจุบันเชื่อว่า มะเร็งปากมดลูกชนิดผื่นผิวเป็นโรคทางเพศสัมพันธ์
ด้วยความที่ไม่ทราบถึงมะเร็งที่เกิดจากที่มาของการเกิดมะเร็งชนิดต่อมเมือก ทำให้ไม่สามารถระบุถึง
กลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดมะเร็งดังกล่าว จึงมีข้อแนะนำว่า สตรีอายุเกิน 18 ปี
หรือเมื่อมีเพศสัมพันธ์ควรจะได้รับ
การตรวจภายใน กับสูติ-นรีแพทย์
เพื่อจะได้หลีกหนีจากโรคร้ายดังเธอผู้นี้
ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่าง
เข้ารับการรักษาด้วยรังสีรักษา ขอให้เธอจงต่อสู้กับโรคนี้อย่างเชื่อมั่นโดยมีทีมแพทย์และพยาบาล
ยืนเคียงข้างเธอ แล้วชัยชนะจะเป็นของเธอ
มะเร็งปากมดลูกพบมากที่สุดในหญิงไทย พบอัตราการเกิดโรคสูงในช่วงอายุ
30-50 ปี ก่อให้ ้เกิดความสูญเสียทั้งด้านร่างกาย จิตใจ
และทางด้าน
เศรษฐกิจ แต่ก็สามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้ถ้าพบในระยะเริ่มแรก
ดังนั้น
ถ้าสามารถกระตุ้นให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้มีความรู้และเข้าใจ
เกี่ยวกับโรคดังกล่าว พร้อมทั้งตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของการตรวจ
ค้นหามะเร็งปากมดลูก ระยะเริ่มแรก
ก็จะทำให้อัตราการเกิดโรคและอัตรา
การตาย
จากโรคมะเร็งปากมดลูกลดลง
วัตถุประสงค์
เพื่อให้สตรีอายุ 35-54 ปี ได้รับการตรวจหามะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มแรก
ครอบคลุมใน 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี อุบลราชธานี อุดรธานี
สุราษฎร์ธานี ลำปาง และนครพนม
เพื่อลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูก
ระยะลุกลาม
กลุ่มเป้าหมาย
สตรีอายุ 35-54 ปี ใน จังหวัดลพบุรี ชลบุรี อุบลราชธานี อุดรธานี สุราษฎร์ธานี
ลำปาง และนครพนม
สถานที่ดำเนินงาน
สาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลชุมชน สถานีอนามัยอำเภอ
สถานีอนามัยตำบล
และศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคมะเร็งส่วนภูมิภาคใน
จังหวัดเป้าหมาย
กิจกรรมที่ดำเนินการ
- ประชุมผู้บริหารระดับจังหวัด
เพื่อรับทราบนโยบายและแนวทางดำเนินงาน
- อบรมเชิงปฏิบัติการให้กับพยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับอำเภอ ตำบล
ให้สามารถทำ Pap smear ได้อย่างถูกต้อง
-
มีความรู้เกี่ยวกับการรายงานผลแบบ TBS.(The Bethesda System)
- อาการของโรคและประโยชน์จากการ
ทำการตรวจหาโรคมะเร็งปากมดลูก
ระยะเริ่มแรก และระบบส่งต่อผู้ป่วย
- อบรมฟื้นฟูเจ้าหน้าที่เซลล์วิทยา เกี่ยวกับการอ่าน การแปรผล
การลงราย
งาน ตามระบบ TBS.
- จัดทำCentral Cytology Register และระบบการรายงานผลการตรวจ
การส่งผลตรวจ
- จัดหาห้องทำ Colposcopy/LEEP
- จัดทำ QA และ QC ของการทำ Pap smear
และการอ่านรายงานผลการ
ตรวจ
ประชากรกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ สตรีอายุ 35-54 ปี ใน 7 จังหวัด
ได้รับการลง
ทะเบียน ชื่อ วัน เดือน ปี เกิด ที่อยู่ ทุกราย ปีละ 20% และครบ 100%
ในระยะ
เวลา 5 ปี
- แจ้งผลการตรวจภายใน 2-3 สัปดาห์
และติดตามผู้ป่วยที่มีผลผิดปกติมา
รับการดูแลรักษา
- ให้การรักษาผู้ป่วยภายใน 1-2 สัปดาห์
หลังจากได้แจ้งให้ผู้ป่วยมารับการ
รักษาตามระบบ Referral System
โดยมีแผนงานการให้บริการส่งต่อและ
ติดตามผลการรักษา โดยการทำ Colposcopy เพื่อตรวจดู lesion
- จัดทำ Cancer Registry
- รวบรวมข้อมูลทั้งหมดและประเมินผลพร้อมทั้งจัดประชุมผู้ร่วมงาน ทุก 3
เดือน
- นิเทศติดตามประเมินผล
ระยะเวลาดำเนินการ
ตุลาคม 2541 ตุลาคม 2546
งบประมาณ
จากเงินงบประมาณและเงินบำรุงรวม 16,707,280 บาท
การประเมินผล
จังหวัดนิเทศติดตามหลังการอบรมให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับอำเภอ
ตำบล สถาบันมะเร็งแห่งชาตินิเทศติดตาม
พร้อมประสานกับศูนย์ป้องกันและ
ควบคุมโรคมะเร็งส่วนภูมิภาคแต่ละศูนย์
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
บุคลากรเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับอำเภอ ตำบล
ได้รับการพัฒนาให้สามารถ
ตรวจภายใน และทำ Pap smear ได้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพขึ้น
เจ้าหน้าที่เซลล์วิทยาสามารถแปรผลและลงรายงานแบบ TBS.
ได้ถูกต้องยิ่ง
ขึ้น
สตรีกลุ่มเป้าหมายอายุ 35-54 ปี
ได้รับการตรวจหามะเร็งปากมดลูกได้อย่าง
ถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อุบัติการของโรคมะเร็ง (Incidence of Cancer Stage Distribution)
พบว่า
มะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มแรกเพิ่มขึ้น
อัตราการเกิดมะเร็งปากมดลูกลดลง
อัตราการตายจากมะเร็งปากมดลูกลดลง

 |
|
|