| มะเร็งตับ
- Cancer of Liver |
|
|
|
ข้อมูล
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ
มะเร็งตับพบมากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ
และพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง 2 เท่าขึ้นไป
โรคมะเร็งที่พบมากในประเทศไทยมี 2 ชนิดคือ โรคมะเร็งของเซลล์ตับ
และโรคมะเร็งท่อน้ำดีตับ
โรคมะเร็งท่อน้ำดีตับ
พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือ
การรักษาโรคมะเร็งตับยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร มีอัตราการอยู่รอดต่ำมาก
สาเหตุ
1. การเป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบชนิดบี
เป็นสาเหตุที่สำคัญที่สุดในการ
เกิดโรคมะเร็งของเซลล์ตับในคนไทย
2. โรคมะเร็งท่อน้ำดีตับ
เกิดเนื่องจากพยาธิใบไม้ตับเป็นสาเหตุสำคัญร่วม
กับการรับประ ทานอาหารที่มี ดินประสิว (ไนเตรท) และไนไตรท์ เช่น
ปลาร้า ปลาจ่อม ปลาส้ม แหนม ไส้กรอก เบคอน ฯลฯ
3. การดื่มสุราเป็นประจำและการเคี้ยวหมาก
4. สารพิษอัฟลาทอกซิน ซึ่งเกิดจากเชื้อราบางชนิด พบในอาหารประเภทถั่ว
ข้าวโพด พริกแห้ง
เป็นสาเหตุสำคัญในการทำให้เกิดโรคมะเร็งตับ
ในประเทศจีนและอาฟริกา
5. ไวรัสตับอักเสบ ชนิดซี
เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการเกิดโรคมะเร็งตับ
ในประเทศญี่ปุ่น ยุโรป และ บางส่วนของประเทศไทย
อาการ
1. เริ่มต้นด้วยอาการเบื่ออาหาร แน่นท้อง ท้องผูก
2. อ่อนเพลีย น้ำหนักลด และมีไข้ต่ำๆ
3. ปวดหรือเสียดชายโครงด้านขวา อาจคลำก้อนได้
4. ตัวเหลือง ตาเหลือง ท้องโตและบวมบริเวณขาทั้ง 2 ข้าง
การวินิจฉัย
การตรวจและการรักษาโรคมะเร็งตับตั้งแต่ระยะเริ่มแรกจะได้ผลดี การวินิจฉัย ได้แก่
1. การตรวจหาระดับแอลฟาฟีโตโปรตีนในเลือด
2. การใช้เครื่องมือพิเศษ ได้แก่ เครื่องตรวจความถี่สูง
เครื่องแสดงภาพ
อวัยวะด้วยรังสีไอโซโทป และเครื่อง เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์
3. การดูลักษณะของเซลล์ด้วยการเจาะ เอาเนื้อตับมาตรวจ
เพื่อวินิจฉัย
ทางพยาธิวิทยา
การรักษา
1. โดยการผ่าตัด
2. การฉีดยาเข้าก้อนมะเร็งโดยตรงในมะเร็งระยะเริ่มแรก
3. การฉีดยาเคมี หรือสารอุดตัน เข้าเส้นเลือด แดงที่หล่อเลี้ยงก้อนมะเร็ง
4. การใช้ยาเคมีส่วนใหญ่รักษาเพื่อบรรเทาอาการ
5. การฉายแสงเพื่อบรรเทาอาการ
6. การผสมผสานวิธีการดังกล่าว
การป้องกัน
1.ให้วัคซีนไวรัสตับอักเสบ ชนิดบีในเด็กแรกเกิดทุกคน
2.ป้องกันและรักษาโรคพยาธิใบไม้ตับ
3.ปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตและพฤติกรรมสุขภาพ
4.กินอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ
5.รับประทานผัก ผลไม้สด เป็นประจำ
6.หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีสารก่อมะเร็ง ได้แก่ อาหารที่มีราขึ้น
อาหาร
ใส่ดินประสิว (ไนเตรท) และไนไตรท์ เช่นปลาร้า ปลาจ่อม ปลาส้ม แหนม
ไส้กรอก เบคอน ฯลฯ อาหารหมักดอง เค็มจัด เผ็ดจัด เนื้อสัตว์รมควัน ปิ้ง
ย่าง ทอดจนไหม้เกรียม ไม่รับประทานปลาดิบๆสุกๆ (เช่น ปลาขาว
ปลาตะเพียน ปลาแม่สะแด้ง)
7.เลิกสูบบุหรี่
8.เลิกดื่มสุรา
9.เลิกเคี้ยวหมาก
10.ลดความเครียด
11.ออกกำลังกายเป็นประจำ
สิ่งผิดปกติที่ควรปรึกษาแพทย์
1.ผู้ที่เป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบชนิดบี หรือโรคตับแข็ง
2.เป็นโรคพยาธิใบไม้ตับ
3.เบื่ออาหาร โดยไม่มีสาเหตุ
4.แน่นท้อง ท้องผูก ท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นประจำ
5.อ่อนเพลีย น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว
6.มีไข้ต่ำๆ เป็นประจำ
7.ปวดหรือเสียดชายโครงด้านขวา หรือคลำพบก้อนในช่องท้อง
|