BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

top
  บาดทะยัก - Tetanus

 สาเหตุ
 อาการ
 สิ่งตรวจพบ
 อาการแทรกซ้อน
 การรักษา
 การป้องกัน
 Tetanus English





Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์


 
   บาดทะยัก - Tetanus      

บาดทะยัก เป็นโรคที่มีอันตรายร้ายแรง ซึ่งยังพบได้เป็นครั้งคราวในบ้านเรา พบได้ในคนทุกวัย ส่วนมากจะมีประวัติมีบาดแผลตามร่างกาย เช่น ตะปูตำ หนามเกี่ยว หรือมีบาดแผลสกปรก
ในสมัยก่อนทารกคลอดตามบ้าน โดยใช้ไม้รวกหรือตับจากตัดสายสะดือ หรือการดูแลสายสะดือไม่ถูกต้อง (เช่น ใช้น้ำหมากน้ำลายบ้วน ) ทำให้เกิดการติดเชื้อ กลายเป็นบาดทะยักได้ เราเรียกว่า บาดทะยักในทารก (Tetanus neonatorum) ชาวบ้านบางแห่งอาจเรียกว่า สะพั้น หรือตะพั้น ซึ่งมักจะพบหลังคลอดประมาณ 4-14 วัน (ปัจจุบันเด็กคลอดตามบ้านน้อยลง จึงพบโรคนี้น้อยลง)

สาเหตุ
เกิดจากการติดเชื้อบาดทะยัก ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า คลอสตริเดียม เตตานิ (Clostridium tetani) เป็นเชื้อโรคที่พบมีอยู่ตามดินทราย และอุจจาระของสัตว์ ซึ่งมีชีวิตอยู่นานเป็นปี ๆ และเจริญเติบโตได้ดีในที่ ๆ ไม่มีออกซิเจน เมื่อคนเราเกิดบาดแผลที่แปดเปื้อนถูกเชื้อโรคชนิดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบาดแผลที่ลึกและแคบ (ซึ่งมีออกซิเจนน้อย) หรือบาดแผลที่เปื้อนถูกดินทราย เชื้อโรคก็จะเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล แล้วปล่อยสารพิษออกมาทำลายระบบประสาท ทำให้เกิดอาการชักเกร็งของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย
ระยะฟักตัว 5 วัน -15 สัปดาห์ (พบมากระหว่าง 6-15 วัน) ระยะฟักตัวยิ่งสั้น โรคยิ่งรุนแรงและอันตราย

อาการ
ในระยะแรกผู้ป่วยจะมีอาการขากรรไกรแข็ง อ้าปากไม่ได้ ทำท่าเหมือนยิ้มแสยะ กลืนลำบาก กระสับกระส่าย 
ในทารกมักมีอาการร้องกวน ไม่ยอมดูดนม อ้าปากไม่ได้ กล้ามเนื้อตามแขนขา หน้าท้อง หลัง และส่วนต่าง ๆ 
ของร่างกายจะมีอาการหดตัวเกร็งแข็งและปวด ทำให้มีอาการคอแข็ง หลังแอ่น   ต่อมาจะมีอาการชักกระตุก
ของแขนขาและกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายเป็นพัก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาสัมผัสถูก หรือถูกแสงสว่าง 
หรือได้ยินเสียงดัง ๆ 

ผู้ป่วยมักจะรู้สึกตัวดี (ต่างกับโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และสมองอักเสบ ที่ผู้ป่วยไม่ค่อยรู้สึกตัว) และทุกครั้ง
ที่ชักจะรู้สึกปวดมาก   ขณะที่มีอาการชักกระตุก ผู้ป่วยอาจหายใจลำบาก ตัวเขียว และอาจหยุดหายใจได้

สิ่งตรวจพบ
อาจมีไข้ขนาดเล็กน้อยถึงปานกลาง (ไข้มักไม่สูงมาก ยกเว้นในรายที่มีปอดอักเสบแทรก)
มักตรวจพบอาการขากรรไกรแข็ง คอแข็ง หลังแข็ง และอาการชักกระตุกเป็นพัก ๆ  รีเฟลกซ์ของข้อ 
(tendon reflex) มักจะไวกว่าปกติ ส่วนมากจะพบมีบาดแผลอักเสบ (ในทารกมักพบว่ามีสะดืออักเสบ) 
แต่ในบางรายอาจไม่พบบาดแผลชัดเจนก็ได้

อาการแทรกซ้อน
อาจพบอาการขาดออกซิเจนขณะชัก, อาการขาดอาหารเพราะกลืนไม่ได้, ถ่ายอุจจาระและปัสสาวะไม่ได้ 
เนื่องจากการแข็งตัวของกล้ามเนื้อหูรูด, ปอดอักเสบ, กระดูกหลังหักจากการชัก
ในระยะท้ายของโรค ผู้ป่วยอาจหยุดหายใจ และหัวใจวายถึงตายได้

การรักษา
หากสงสัย ให้ส่งโรงพยาบาลด่วน ก่อนส่งโรงพยาบาลอาจให้การรักษาเบื้องต้นด้วย การฉีดไดอะซีแพม เข้าหลอดเลือดดำหรือเหน็บทางทวารหนัก เพื่อลดการชักเกร็ง  ระหว่างอยู่ในโรงพยาบาลมักจะให้การรักษา
ด้วยการฉีดยาเพนนิซิลลินจี 1 ล้านยูนิตเข้าหลอดเลือดดำ ทุก 4-6 ชั่วโมง (เด็ก 1 แสนยูนิต ต่อน้ำหนักตัว 1 
กิโลกรัมต่อวัน แบ่งฉีดทุก 4-6 ชั่วโมง) หรือคลอแรมเฟนิคอล (ย4.6) ครั้งละ 1 กรัม ฉีดหรือกินทุก 6 ชั่วโมง 
(เด็ก 75-100 มก.ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน แบ่งให้ทุก 6 ชั่วโมง) นาน 10 วัน, 
ฉีดอิมมูนโกลบูลินต้านพิษบาดทะยัก (Human tetanus immune globulin) 3,000-10,000 หน่วย
เข้ากล้าม, ยากันชัก  และอาจต้องเจาะคอช่วยหายใจ
ผลการรักษา ถ้าผู้ป่วยได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มแรกที่เป็น ก็มักจะมีโอกาสหายขาดได้ แต่ถ้าปล่อยไว้จนมี
อาการรุนแรง (เช่น หลังแอ่น) แล้ว โอกาสรอดก็น้อยลงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าพบในทารกหรือคนแก่ 
ผู้ป่วยที่มีระยะฟักตัวของโรค (ระยะตั้งแต่ติดเชื้อจนกระทั่งแสดงอาการ) สั้น ก็มีโอกาสมีอันตรายมากยิ่งขึ้น
โดยเฉลี่ย ผู้ป่วยโรคนี้มีโอกาสรอดประมาณ 50%

การป้องกัน
โรคนี้เมื่อเป็นแล้ว อาจมีโอกาสรักษาได้เพียงประมาณ 50% ดังนั้นทางที่ดีควรหาทางป้องกันไว้,ตั้งแต่แรก
ซึ่งสามารถทำได้โดย
1. ฉีดวัคซีนดีพีที ป้องกันตั้งแต่อายุได้ 2 เดือน ถ้าไม่เคยฉีดตอนเด็ก ควรฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก
    หรือท็อกซอยด์ (Tetanus toxoid) จำนวน 2 ครั้ง ๆ ละ 0.5 มล.ห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน หลังจากนั้น 
    6-12 เดือน ฉีดกระตุ้นอีก 1 ครั้ง ต่อไปฉีดกระตุ้นทุก ๆ 10 ปี*
2. ในการฝากครรภ์ ควรฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก (ท็อกซอยด์) ให้หญิงมีครรภ์ ทุกราย ฉีดครั้งละ 0.5 มล. 
    ห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน โดยเริ่มฉีดเข็มแรกเมื่อฝากครรภ์ครั้งแรก และเข็มที่ 2 ควรฉีดก่อนครบกำหนด
    คลอด 1 เดือน
    หญิงตั้งครรภ์ที่เคยฉีดป้องกันบาดทะยักครบชุดมาแล้วเกิน 3 ปี ให้ฉีดกระตุ้นอีกเพียง 1 ครั้ง  
    แต่ถ้าเคยฉีดครบชุดมาแล้วไม่เกิน 3 ปี ก็ไม่ต้องฉีดกระตุ้น* 
3. ควรแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์คลอดกับบุคลากรที่รู้จักรักษาความสะอาดในการทำคลอด ไม่ใช้ไม้รวก ตับจาก 
    มีดหรือกรรไกรที่ไม่ได้ทำการฆ่าเชื้อตัดสายสะดือเด็ก นอกจากนี้ควรแนะนำให้รู้จักทำความสะอาดสะดือ
    เด็ก ไม่บ้วนน้ำหมากน้ำลายลงบนสะดือเด็ก
4. เมื่อมีบาดแผลตะปูตำ หนามตำ สัตว์กัด ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือบาดแผลสกปรก ควรชะล้างบาดแผล
    ด้วยน้ำสะอาดกับสบู่ทันที
สำหรับคนที่ยังไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักมาก่อน ถ้าบาดแผลสกปรกหรือแผลใหญ่ ควรแนะนำให้
ผู้ป่วยรับการฉีดอิมมูนโกลบูลินต้านพิษบาดทะยัก (Human tetanus immune globulin) หรือเซรุ่ม
แก้พิษบาดทะยัก (Tetanus antitoxin) ยาชนิดหลังนี้ทำจากเซรุ่มม้า อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ ทางที่ดี
ควรฉีดในสถานพยาบาลที่มีเครื่องมือช่วยชีวิตเตรียมไว้พร้อม
ส่วนคนที่เคยฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักมาก่อนควรฉีดวัคซีน หรือท็อกซอยด์ (Tetanus toxoid) กระตุ้น
ซ้ำอีก 1 เข็ม ไม่ต้องฉีดอิมมูนโกลบูลินหรือเซรุ่มแก้พิษบาดทะยัก แต่ถ้าเพิ่งได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักภายใน 5 ปี ก็ไม่ต้องฉีดวัคซีนกระตุ้น

* สมโพธิ พุกกะเวส. วัคซีน. วารสารผู้สั่งใช้ยา, 3(1) : ม.ค.-มี.ค.2527

 

   บาดทะยัก - Tetanus      

Tetanus [TET-nus] is a condition that affects the nervous system and causes painful, uncontrolled muscle spasms. 
People get tetanus when spores of the tetanus bacteria enter the body through 
an open wound and produce a powerful nerve poison. 
Tetanus spores are found throughout the environment, usually in soil, dust, and animal waste. 
Tetanus is preventable through immunization. Because of widespread use of tetanus vaccine, the condition is now rare. 


What is tetanus?
Tetanus is a condition that affects the nervous system and causes painful, uncontrolled muscle spasms. Because of widespread immunization, tetanus is now rare. Another name for tetanus is lockjaw.


What is the infectious agent that causes tetanus?
Tetanus is caused by a toxin (poison) produced by spores of the bacterium Clostridium tetani. Spores are hardy forms of the bacteria that can survive in the environment in an inactive state for a long time.


Where is tetanus found?
Tetanus occurs worldwide. Tetanus spores are found throughout the environment, usually in soil, dust, and animal waste.

How do people get tetanus?
Tetanus spores can enter the body through a wound that is contaminated with soil, dust, or animal waste. Spores can get into the body through even a tiny pinprick or scratch, but they usually enter through deep puncture wounds or cuts, like those made by nails or knives. Tetanus spores can also get into the body when skin is damaged by burns or by injecting contaminated street drugs. Once the spores enter a wound, they produce a powerful nerve poison that spreads through the body and causes painful symptoms.


Where do tetanus bacteria grow in the body?
Contaminated wounds are the sites where tetanus bacteria multiply. Deep wounds or those with devitalized (dead) tissue are particularly prone to tetanus infection. 

Puncture wounds such as those caused by nails, splinters, or insect bites are favorite locations of entry for the bacteria. The bacteria can also be introduced through burns, any break in the skin, and injection-drug sites. Tetanus can also be a hazard to both the mother and newborn child (by means of the uterus after delivery and through the umbilical cord stump). 

The potent toxin which is produced when the tetanus bacteria multiply is the cause of the harm in this disease. 

How does the tetanus toxin cause damage to the body?
The tetanus toxin affects the site of interaction between the nerve and the muscle that it stimulates. This region is called the neuromuscular junction. The tetanus toxin heightens the chemical signal from the nerve to the muscle which causes the muscles to continuously tighten up in a huge continuous ("tetanic" or "tonic") contraction or spasm. 

What is the incubation period for tetanus?
The incubation period between exposure to the bacteria in a contaminated wound and development of the initial symptoms of tetanus ranges from 2 days to 2 months, but is commonly within 14 days of injury. 

What is the course of the tetanus disease?
During a 1 to 7 day period, progressive muscle spasms caused by the tetanus toxin in the immediate wound area may progress to involve the entire body in a set of continuous muscle contractions. Restlessness, headache, and irritability are common. 

The tetanus neurotoxin causes the muscles to tighten up into a continuous ("tetanic" or "tonic") contraction or spasm. The jaw is "locked" by muscle spasms, giving the name "lockjaw" (also called "trismus"). Muscles throughout the body are affected, including the vital muscles necessary for normal breathing. When the breathing muscles lose their power, breathing becomes difficult or impossible and death can occur without life-support measures. Even with breathing support, infections of the airways within the lungs can lead to death. 


What are the signs and symptoms of tetanus?
The first signs of tetanus infection are usually a headache and spasms or cramping of the jaw muscles (lockjaw). As the poison spreads, it progressively attacks more groups of muscles, causing spasms in the neck, arms, legs, and stomach, and sometimes violent convulsions (seizures).

How soon after exposure do symptoms appear?
The time between the contamination of a wound and the first symptoms is usually less than 2 weeks but can range from 2 days to months. In general, the shorter the time between exposure and symptoms, the more severe the disease.

How is tetanus diagnosed?
Tetanus is diagnosed by its symptoms.


Who is at risk for tetanus?
In the United States, tetanus occurs mostly in newborns, children, young adults, and older adults who are either not immunized or not adequately immunized. Injecting drug users are also at risk.


What is the treatment for tetanus?
Persons with tetanus usually must spend several weeks in the hospital in intensive care to manage the complications.

How common is tetanus?
Tetanus is a major problem in developing countries where immunization of children is not required or enforced. In the United States, most states require tetanus immunization for entry to school. Cases average between 50 and 100 per year, mostly in under-immunized older adults.


Is tetanus an emerging infectious disease?
No. Cases have been decreasing since the 1940s. However, getting children immunized and guaranteeing that they get the complete series of shots is still a challenge, especially among poor children and in areas of the country where under-immunization is a problem.

How can tetanus be prevented?
The most important way to prevent tetanus is through complete immunization and proper wound care.

1. Prevent tetanus through immunization -- An effective vaccine against tetanus has been available for many years. It is usually given to children combined with diphtheria and pertussis vaccines in a shot called DTP. A child needs five DTP shots, given at specified intervals, for complete protection. Tetanus booster shots are recommended every 10 years.

2. Prevent tetanus through proper care of wounds -- Cleaning all wounds, removing dead tissue, and using antibiotics for contaminated or infected wounds can reduce the likelihood of getting tetanus.

Persons with wounds that are deep or dirty may need a tetanus booster shot if more than 5 years have passed since the last dose. An injection of tetanus immune globulin (TIG) given as soon as possible after a tetanus-prone injury can also help neutralize the poison that has not entered the nervous system


 

 


 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

 
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine |
Health Game Zone


1999-2000 Thailabonline.com. All rights reserved. 
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.