BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

 

Top


Google
Search WWW Search thailabonline.com
108 คำถามเกี่ยวกับการ
เปลี่ยนปลูกถ่ายไต

Kidney Transplantation QA
 จะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเอง
เป็นโรคไตหรือไม่ 
ไต โรงงานขจัดขยะ
ร่างกายที่มีประสิทธิภาพที่สุด
กระเพาะปัสสาวะอักเสบแบบเรื้อรัง
Interstitail Cystitis
  ภาวะผิดปกติในการ
ควบคุมการขับถ่าย

    Urinary Incontinence
ภาวะไตวาย
Renal failure
  การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
สำหรับผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย
Hemodialysis
 

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
Cystitis

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
Vesicular stone

นิ่วในไต
Renal stone

หน่วยไตอักเสบเฉียบพลัน
Acute Glomerulonephritis

กรวยไตอักเสบ 
Pyolonephritis

โรคไตเนโฟรติก 
Nephrotic Syndrome
  ดูอัลบัมภาพเกี่ยวกับไต/โรคไต
อัลบัมมินีซีรีส์ เรื่องราวชีวิตมนุษย์
 

VDO : What Is a Urinary Tract
Infection?
 
If it burns when you urinate, you may have a urinary tract infection, or UTI. A urinary tract infection occurs when bacteria enters the urinary system through the urethra. Find out more about UTIs.
                  What Is a Urinary Tract Infection?

Anatomy of a Kidney
Anatomy of a Kidney This cross section of   a kidney, almost three times life-size, shows its blood supply and one of the filter tubules, a nephron,

 VDO : Kidney Disease:
            Hemodialysis
Hemodialysis is a method of 
treating kidney disease

VDO : Kidney stone removal

Endotrainer ADAM developed for stone removal, uretheroscopy and nefroscopy with endoscopes, baskets, lithotriptor or laser

VDO : Peritoneal Dialysis & 
Kidney Disease
treatment that utilizes the peritoneum membrane to filter out the blood of individuals who have renal disease. 

 VDO : Kidney Transplant 
- MY LIFE YOUR LIFE
First in a set of 3 videos about my kidney transplant with my dad. 

Learn Human Body - 
Urinary System

Click http://www.rajshri.com to watch more of the learn series 

Kidney and Urinary Tract Infection
what is Urinary Tract infection, 
how its happening 

โรคกรวยไตอักเสบ
โรคกรวยไตอักเสบ (pyelonephritis) คือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อในร ะบบทางเดินปัสสาวะ คือที่กรวยไต ซึ่งเป็นท่อที่รวบรวมน้ำและของเสีย
ที่ไตกรองออกมาและส่งต่อให้ั กับท่อไต
เพื่อส่งไปยังกระเพาะปัสสาวะ Pye...

โรคไตวาย
รายการ ตะลุยโรงหมอ อวัยวะของไตจะอยู่เป็น
คู่
บริเวณด้านหลังของเรา ซึ่งหน้าที่ของมันคือ กรองเลือด

Urinary Tract Infection
urinary tract infection or UTI 

 

bar5.jpg (6486 bytes)

 

 

 

 

 

 

 

  ไต โรงงานขจัดขยะของร่างกายที่ทรงประสิทธิภาพ คุณรู้บ้างหรือไม่

ไต  เป็นอวัยวะหลักในการคุมสมดุลย์น้ำและเกลือแร่ และการขับถ่ายของเสีย โดยจะกรองของเสีย
จากเลือดเป็นน้ำปัสสาวะ จริง ๆ แล้วตัวขับของเสียและทำลายของเสีย หรือทำลายพิษก็คือตับและไต
ไม่ใช่อุจจาระ อุจจาระเป็นเพียงกากอาหาร  โดยอาหารที่เรารับประทานเมื่อถูกย่อยแล้วจะถูกดูดซึม
เข้าเลือดจนหมด กากที่เหลือจะถูกเปลี่ยนโดยแบคทีเรียที่ร่างกายเลี้ยงไว้ในลำไส้ใหญ่ และขับมา
เป็นอุจจาระ ส่วนที่ดูดซึมไปนั้น ถ้าเป็นของดี ร่างกายจะนำไปใช้ในการเผาผลาญและซ่อมแซม
เซลล์ร่างกาย ของเสียจากเซลล์หรือสารพิษปนเปื้อนทั้งหลายหรือยาต่าง ๆ ที่เราทาน จะถูกเปลี่ยน
ถูกทำลาย หรือถูกลดความเป็นพิษโดยตับแล้วสารนั้นอาจถูกขับเป็นน้ำดี ทิ้งทางลำไส้ออกมามากับ
อุจจาระ หรือสารนั้นจะกลับเข้าเลือด และถูกกรองออกโดยไต ส่วนใหญ่ของเสียและยาที่เราทานจะ
ถูกขับโดยการลดความเป็นพิษที่ตับและกรองออกทางไต หรือบางตัวจะกรองออกทางไตโดยตรง

ไตของคนเรามี 2 ข้าง รูปร่างเหมือนถั่วแดง และเห็ดหลินจือ ในผู้ใหญ่ไตจะยาวประมาณ 10-13 ซม.
หนักข้างละ 120-170 กรัม ไตอยู่ตรงชายโครงทางด้านหลัง ไตซ้ายอยู่หลังกระเพาะอาหาร ไตขวาอยู่
ข้างหลังตับ ไตจะมีเลือดผ่านประมาณ 20% ของเลือดที่ออกจากหัวใจ ใน 1 นาที หัวใจเราบีบตัวตั้ง
ประมาณ 60-100 ครั้ง ดังนั้น เลือดในตัวคนเราซึ่งมีไม่ถึง 10 ลิตร ก็วนเวียนแล้ววนเวียนเล่าจนต้อง
ผ่านไตถึงประมาณ 1.2 ลิตร ต่อนาที หรือประมาณ 1,728 ลิตร/วัน จากเลือด 1728 ลิตร ไตจะกรอง
และคั้นออกมาเป็นของเสียคือปัสสาวะ วันละประมาณ 1-2 ลิตรนั่นเอง เมื่อเส้นเลือดแดงใหญ่ 1 เส้น
เข้าไปเลี้ยงไต 1 ข้าง เราก็จะเห็นว่า มีเส้นเลือดดำใหญ่ 1 เส้นพาเลือดดีกลับออกมาและมีท่อปัสสาวะ
พาน้ำปัสสาวะออกจากไต ลงไปสู่กระเพาะปัสสาวะที่ท้องน้อย เหนือกระดูกหัวเหน่า เมื่อปัสสาวะใน
กระเพาะมากพอ อาจจะประมาณ 300-400 มล. เราก็จะปวดปัสสาวะและถ่ายปัสสาวะออกมานั่นเอง

มาถึงปัญหายอดนิยม คือ โรคไตเป็นอย่างไร ป้องกันอย่างไร รักษาอย่างไร ควรกินอาหารอะไร และ
ห้ามกินอะไร จริงๆแล้ว โรคไตมีหลายชนิด ก่อนอื่นต้องงอแยกความหมายกับคำว่า ไตวาย โรคไตนั้น
อาจจะ มีไตวายด้วยหรือไม่ก็ได้ ไตวาย คือ ความสามารถในการขับของเสียในเลือดลดลง จนมีของ
เสียคั่งในเลือด โดยตรวจวัดง่าย ๆ จากการสูงขึ้นของบียูเอ็น (BUN) และ ครีอาตินีน (CREATINIE 
: Cr) ในเลือดโดยสามารถตรวจค่านี้ได้ง่าย ๆ โดยการเจาะเลือดตรวจในโรงพยาบาลทั่วไป

โรคไตที่พบบ่อยในคนไทย ได้แก่ ไตอักเสบ (ซึ่งยังแบ่งย่อยได้อีกหลายชนิด) โรคไตเสื่อมและไตวาย
จากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง โรคไตวายจากยาและสารพิษ โรคนิ่วในไตและท่อไต จะเห็น
ได้ครับว่าไตอักเสบและนิ่วนั้นจะมีไตวายด้วยหรือไม่ก็ได้ ถ้ารุนแรงก็อาจจะมีไตวายด้วย ถ้าไม่รุนแรง
ก็ไม่มีไตวาย ถ้าไตวายฉับพลันช่วงแรกแล้วรีบรักษาก็จะกลับปกติได้ แต่ถ้ารักษาข้าก็จะไม่หาย และ
จำดำเนินไปเรื่อยๆ จนเป็นไตวายเรื้อรัง ถ้าเป็นไตวายเรื้อรังแล้วโรคจะดำเนินไปช้าบ้างเร็วบ้าง จนถึง
ไตวายเรื้อระยะสุดท้าย ซึ่งต้องรักษาด้วยการล้างไต ซึ่งการรักษาก็แพงมาก

สาเหตุของไตวายจากบ้านเรา ยังมีสาเหตุจากพืชและสัตว์ เช่น ลูกเนียง ซึ่งถ้าทานดิบ ๆ ในปริมาณ
มากเกิน 5 ลูก รวมกับดื่มน้ำน้อย จะมีอาการเป็นพิษใน 2-6 ชั่วโมง อาการจะคล้ายเป็นนิ่ว คือ ปวด
ท้อง ปวดกระเบนเหน็บ ปัสสาวะขัด ปัสสาวะเป็นเลือด เห็ดบางชนิดก็มีพิษเช่น เห็ดตระกูล AMANITA
ถ้ารับประทานจะมีไข้ไตวาย เห็ดพิษนี้นักวิทยาศาสตร์บางท่านเชื่อว่าอาจจะเป็น สูกรมัททวะ ที่นาย
จุนทะ ถวายพระพุทธเจ้าเมื่อพระองค์ทรงรับก็ทรง ประชวรลงพระโลหิตมีเวทนากล้า จากนั้นไม่นาน
ก็ปรินิพพาน พืชบางชนิดก็ถูกนำมาใช้เป็นยาแผนโบราณ เช่น Securidaca Longipedunculata,
Euphorbia Matabenlensis Crotalaria Laburniforia ต้องขอโทษที่หมดหาชื่อไทยยังไม่ได้
นอกจากนี้ ก็มีรายงานสมุนไพรจีน เป็นสาเหตุของภาวะไตวายเรื้อรัง เรื่องสมุนไพรกับไตวาย หมอ
อยากเน้นว่าไม่ใช่ทุกตัว ที่ดี ๆ ก็มีมาก แต่ถ้าทานประจำควรเช็คการทำงานของตับและไตด้วย
การเจาะเลือดตรวจ การทานน้ำดีของปลาคาร์พน้ำจืดก็เป็นพิษต่อไต นอกนั้นก็มาจากงูกัด คือ 
งูทะเล งูแมวเซา งูหางกระดิ่ง งูเขียวหางไหม้ งูเสือ งู SAW-SCALE VIPER, งู PUFF ADDER,
งู BOTHROPS JARARACA, งู ANDISTRODON HYPNALE งู BOOMSLANG, 
งู DUGITIE, งู GWADAR, งู CRYPTOPHIS NEGRESCENS โดนต่อ แตน ผึ้ง แมงป่อง 
แมงมุม แมงกะพรุน ตะขาบ ก็มีรายงานไตวาย

อาการของโรคไตที่ชัดเจนคือบวม ปัสสาวะเป็นเลือดหรือเป็นนิ่วหรือเป็นน้ำลางเนื้อ อาการปวดหลัง
แต่เพียงอย่างเดียวมักไม่ใช่โรคไต มีโอกาสจะเป็นโรคไตไม่ถึง 1% ถ้าเป็นโรคไตจะต้องปวดหลัง
บวกอาหารไข้ หนาวสั่น หรือปวดหลังและมีลักษณะของโรคนิ่ว คือ ปัสสาวะมีนิ่วออกมา หรือปัสสาวะ
เป็นเลือดและน้ำล้างเนื้อ สำหรับโรคไตวายเรื้อรังแรก ๆ ไม่มีอาการ ต่อมาจะเหนื่อยง่าย ซีด เพลีย
อาจมีคลื่นไส้อาเจียนหรือคันตามตัว และอาจจะบวมหรือไม่บวมก็ได้

สำหรับการรักษาและการปฏิบัติตัว ขึ้นกับโรคแต่ละชนิดและความรุนแรง บางทีก็ต้องนอนโรงพยาบาล
และต้องเช็คเกลือแร่ และบียูเอ็น ครีอาตินินกันเกือบทุกวันด้วยการเจาะเลือด และทานยาและถ้า
ไตวายมาก ก็ต้องล้างไตอีกด้วย บางโรคก็ทานยาอยู่ที่บ้านก็ได้ การปฏิบัติตัวก็ขึ้นกับชนิดของโรค
และไม่แน่นอน โรคไตบางชนิดต้องจำกัดไม่ทานเค็มและไม่ทานเกลือโซเดียมสูง แต่บางชนิดกลับ
ให้ทานได้ตามปกติก็มี อาหารที่มีโซเดียมสูงได้แก่ ปลาเค็ม เนื้อเค็ม และของเค็มทุกชนิด คอร์นเฟลก
เส้นหมี่ซั่ว โปเตโตชิบ เบคอน เนยเค็ม เนยแข็ง มายองเนา ซอสมะเขือเทศ ปลากระป๋อง

โรคไตบางชนิดห้ามทานอาหารที่มีโปตัสเซียมสูง ถ้าทานอาจถึงตายได้แบบปุบปับจากหัวใจหยุด
เต้นฉับพลัน บางชนิดก็ทานได้ตามปกติ อาหารที่มีโปตัสเซียมสูง พวกนี้จะมีเกลือโปตัสเซียมเกิน 15 
mEq ต่อ 100 กรัม ได้แก่ ถั่วลิสงแห้ง ถั่วเขียว ลูกเกดแห้ง ถั่วแระ ปลาทูน่า ปลากอินทรีย์ เนยถั่ว 
ลูกพรุนแห้ง ลดลงมาคือ มีเกลือโปตัสเซียมระหว่าง 10-15 mEq ต่อ 100 กรัม ได้แก่ งา มะขามสุก 
ปลาทู ปลาซาดีนกระป๋อง กุ้งแม่น้ำ ปลาสวาย ปลากระพงขาว ลูกเกด ลูกพรุน มะขาม กล้วย มีเกลือ
โปตัสเซียมระหว่าง 5-10 mEq ต่อ 100 กรัม ได้แก่ ฝรั่ง กระท้อน อโวกาโด้ น้อยหน่า แคนตาลูป 
ส้มโอ มะละกอ แอบเปิ้ล ที่มีเกลือโปตัสเซียมน้อยกว่า 5 mEq ต่อ 100 กรัม ได้แก่ น้ำส้ม มะม่วง 
มะม่วงดอง ส้ม สับปะรด องุ่น แตงโม หรับโรคไตวายเรื้อรัง มีเพิ่มเติม คือ ไม่ควรทานอาหารที่มี
ฟอสฟอรัสสูง คือ นม ถั่ว ดังนั้นการจะได้โปรตีนคุณภาพสูง ก็คือ ทานเนื้อสัตว์นั้นเอง

การป้องกันโรคไต มีทางทำได้ในบางชนิด คือ ถ้าเป็นเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง ก็ควรจะรักษา
และไม่ละเลยเมื่อแพทย์นัดไปตรวจ การควบคุมเบาหวานและความดันโลหิตสูงให้ดี จะชะลอเวลา
ไตวายไปได้ การไม่ทานเค็มหรือทานเค็มมาก ไม่มีผลต่อการจะเป็นโรคไต การทานยาพร่ำเพรื่อ
หรือทานยาสมุนไพร หรือยาหม้อเป็นประจำ ก็ควรจะเช็คสมรรถภาพของตับและไตเป็นระยะ เพราะ
อย่างที่หมอได้บอกแล้ว ยาทุกชนิดมักจะทำลายที่ตับและขับที่ไต แม้ยาของแพทย์แผนปัจจุบันหลาย
ชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านการอักเสบของข้อ ก็อาจะเป็นพิษต่อไต ทำให้ไตวายได้ ถ้ารับ
ประทานไปนาน ๆ หรือในขนาดที่มากจนเกินไป เพราะยาทุกชนิดมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

สำหรับโรคนิ่วในไต ที่เคยมีความเชื่อว่า การทานแคลเซียมมาก หรือทานน้ำกระด้างที่มีแร่ธาตุสูง
จะเป็นสาเหตุของนิ่วนั้น เป็นวามเข้าใจที่ผิด ปัจจุบันนี้ มีการศึกษามากมายในประเทศไทย ในหมู่
บ้านและชุมชนที่มีอุบัติการของนิ่วในไตสูง เช่น ที่จังหวัดอุบลราชธานี พบว่า นิ่วจะเกิดได้มาก
ถ้าดื่มน้ำปริมาณน้อย บริโภคอาหารที่สารอาหารไม่เพียงพอ ทำให้ขาดสารอาหาร ไขมัน โปรตีน
แคลเซียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียม และยังมีการศึกษาเพิ่มเติมที่หมู่บ้านหนองจาน ทุ่งขุนน้อย
จ.อุบลราชธานี ซึ่งที่นั่นมีโรคนิ่วในไตสูง ก็พบว่าน้ำที่ใช้ดื่มในหมู่บ้านนั้นเป็นน้ำอ่อน ไม่ใช่น้ำ
กระด้าง มีแคลเซียม แมกนีเซียมน้อยกว่าที่กรุงเทพชัดเจน แม้มีปริมาณฟอสฟอรัส สังกะสีสูงกว่า
ที่กรุงเทพ แต่ก็ยังมีในปริมาณที่ต่ำมาก จึงสรุปได้ว่าน้ำกระด้างไม่ใช่สาเหตุของนิ่วในไต แต่กลับมา
จากการขาดสารอาหาร ดังนั้น การป้องกันที่เหมาะสม คือ ทานน้ำให้พอเพียง และทานอาหารที่มี
ประโยชน์ ไม่ให้มีการขาดสารอาหารและแร่ธาตุ ซึ่งกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนด
ไว้สำหรับคนไทยไว้ดังนี้ เด็ก 7-9 ปี ควรได้แคลเซียม ฟอสฟอรัส 800 มก. ต่อวัน ผู้ใหญ่ควรได้
แคลเซียมและฟอสฟอรัส 800 มก. แมกนีเซียม 300 มก. ต่อวัน และสังกะสี 15 มก. ต่อวัน สำหรับ
การทานยาต่าง ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นโรคไตนั้น ยังไม่มีรายงานทางการแพทย์รองรับอย่างชัดเจน

สมุนไพรที่ป้องกันและรักษาโรคไตวาย ยังไม่มี มีแต่ที่เขียนไว้ว่ารักษาขัดเบา คือ กระเจี๊ยบแดง ชา
ตะไคร้ สับปะรด หญ้าคา อ้อยแดง เท่าที่หมอทราบก็มีหญ้าหนวดแมวอีก 1 ตัว ที่ขับปัสสาวะ ในตำรา
แพทย์แผนโบราณ ยังมีเพิ่มอีก คือ รากหญ้าคา รากลำเจียก โคกกระสุน รากมะละกอ รากไม้รวก
รากหญ้าพันงู รากบานไม่รู้โรยดอกขาว สารส้ม อ้อยแดง รากหญ้าขันกาด รากไทรย้อย จะเห็นได้ว่า
โรคไต มีมากมายจริง ๆ ถ้าเราไม่สบาย และไปตรวจและคุณหมอเพียงแต่แจ้งให้ทราบว่าเราเป็น
โรคไต เพียงแค่นี้ไปขอคำแนะนำจากคุณหมอท่านอื่น ๆ ท่านจะแนะนำอะไรไม่ได้เลย เพราะไม่
รู้ละเอียดว่าเป็นโรคไตชนิดใดนั่นเอง จึงควรถามคุณหมอให้ละเอียดไปเลยว่า เป็นโรคไตชนิดไหน
มีไตวายด้วยหรือไม่ และต้องปฏิบัติตัวอย่างไร อาหารอะไรห้ามทาน อาหารอะไรทานได้ และอาหาร
อะไรควรเสาะหามาทาน

bar5.jpg (6486 bytes)

 

 

 

 

 

 

ลักษณะทั่วไป
ภาวะไตวาย (ไตล้ม ไตไม่ทำงาน ก็เรียก) หมายถึง ภาวะที่ไตทำงานไม่ได้ หรือ ทำงานได้น้อยกว่า
ปกติ ทำให้มีการคั่งของน้ำและของเสียในร่างกาย สามารถแบ่งเป็น ชนิดเฉียบพลัน และ ชนิดเรื้อรัง

สาเหตุ
1. ไตวายเฉียบพลัน มักเกิดจากภาวะช็อก , การติดเชื้อรุนแรง (เช่น มาลาเรีย เล็ปโตสไปโรซิส),
โลหิตเป็นพิษ, กรวยไตอักเสบเฉียบพลัน, หน่วยไตอักเสบเฉียบพลัน, การอุดกั้นของทางเดินปัสสาวะ
(เช่น นิ่ว,ท่อไตถูกผูกโดยความเผอเรอ จากการผ่าตัดในช่องท้อง) หรือจากพิษของยา (เช่น ซัลฟา,
คาน่าไมซิน), พิษงูแมวเซาหรืองูทะเล , ภาวะเม็ดเลือดแดงแตก
2. ไตวายเรื้อรัง มักเป็นผลแทรกซ้อนของโรคความดันโลหิตสูง , เบาหวาน , โรคเกาต์ , เอสเอลอี ,
ตับแข็ง ,ภาวะหัวใจวาย , กรวยไตอักเสบเรื้อรัง , โรคไตเนโฟรติก , นิ่วในไต , พิษของยา (เช่น
เฟนาซีติน) เป็นต้น

อาการ
1. ไตวายเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะมีปัสสาวะออกน้อยกว่า 400 มิลลิลิตรใน 24 ชั่วโมง หรือไม่มีปัสสาวะ
ออกเลย (สวนปัสสาวะดูก็ไม่มีปัสสาวะออกมากกว่านี้) ต่อมาผู้ป่วยจะมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้
อาเจียน ถ้าปล่อยทิ้งไว้จะมีอาการซึม สับสน ความดันโลหิตสูง ชัก และหมดสติในที่สุด   ผู้ป่วยอาจ
มีอาการแสดงต่าง ๆ ของโรคที่เป็นสาเหตุ
2. ไตวายเรื้อรัง เริ่มแรกจะสังเกตว่ามีปัสสาวะออกมาก และปัสสาวะบ่อยขึ้นตอนกลางคืน ต่อมาจะ
มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ ตามัว
ผิวหนังแห้งและมีสีคล้ำ คันตามผิวหนัง บางคนอาจมีอาการบวม หอบเหนื่อย สะอึก เป็นตะคริว
ใจหวิว ใจสั่น อาจมีเลือดออกตามผิวหนังเห็นเป็นจุดแดงพรายย้ำ หรืออาเจียนเป็นเลือด ถ่ายเป็น
เลือด ในที่สุด ผู้ป่วยจะมีอาการซึม ชัก หมดสติและตาย
การตรวจร่างกายอาจพบภาวะซีด (โลหิตจาง) ความดันโลหิตสูง ใช้เครื่องฟังปอดมีเสียงกรอบแกรบ
(crepitation) ชีพจรเต้นไม่สม่ำเสมอ

อาการแทรกซ้อน
ผู้ป่วยอาจมีความดันโลหิตสูง , อัมพาต , โรคหัวใจขาดเลือด , ภาวะหัวใจวาย , โลหิตจาง

การรักษา
หากสงสัย ควรส่งโรงพยาบาล เพื่อตรวจเลือด (ดูระดับ BUN, Creatinine, Electrolyte เป็นต้น)
เอกซเรย์ หรือตรวจพิเศษอื่น ๆ และให้การรักษาตามอาการและตามสาเหตุที่พบ เช่น ให้ยารักษา
ความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, ภาวะหัวใจวาย, ซีด เป็นต้น
บางครั้งอาจต้องทำการฟอกล้างของเสียออกทางช่องท้อง เรียกว่า ไดอะไลซิสทางช่องท้อง
(peritoneal dialysis)
ถ้าจำเป็นอาจทำการฟอกล้างของเสียทางเลือด เรียกว่า ไดอะไลซิสทางเลือด (hemodialysis) ซึ่ง
ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และมักจะเลือกทำในรายที่เป็นไตวายเฉียบพลันที่มีสาเหตุที่แก้ไขให้หายขาด
ได้ ผลการรักษาขึ้นกับสาเหตุที่พบ ในรายที่เป็นเฉียบพลันบางรายอาจหายขาดได้ ในรายที่เป็น
เรื้อรังมักจะไม่หายขาด แต่อาจให้การดูแลรักษาประคับประคองให้มีชิวิตอยู่ได้หลายปี และบางราย
แพทย์อาจพิจารณาทำการผ่าตัดปลูกถ่ายไต

ข้อแนะนำ
1. ผู้ป่วยควรลดอาหารประเภทโปรตีน (เช่น เนื้อสัตว์ ไข่) ควรกินอาหารพวกแป้งและน้ำตาล
 ส่วนอาหารเค็มจัดควรงดในรายที่มีอาการบวม หรือมีความดันโลหิตสูง
2. ผู้ป่วยไม่ควรซื้อยากินเอง เพราะยาบางชนิดอาจมีพิษต่อไต หรืออาจต้องปรับขนาดที่ใช้ ดังนั้น
 ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์
3. ในรายที่เป็นเรื้อรัง ควรติดต่อรักษากับแพทย์อย่าได้ขาด และปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์
อย่างเคร่งครัด อาจช่วยให้มีชีวิตยืนยาวไปได้อีกหลายปี

การป้องกัน
การป้องกันโรคนี้อยู่ที่การรักษาโรคที่เป็นสาเหตุเสียแต่เนิ่น ๆ อย่าให้ลุกลามจนเกินการณ์ เช่น ควรรีบ
ให้การรักษาภาวะช็อก ที่เกิดจากสาเหตุใด ๆ ก็ตาม, ควรรักษาโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดัน
โลหิตสูง โรคเกาต์ โรคไต อย่างจริงจังและสม่ำเสมอ เป็นต้น

รายละเอียด
ผู้ป่วยที่มีภาวะไตวาย ควรระมัดระวังในการใช้ยา

bar5.jpg (6486 bytes)

 

Live chat by BoldChat
Live chat by Boldchat

ThaiL@bOnLine - Crystal Diagnostics
Email :
info@thailabonline.com

    



















 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

  
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine | Aromatherapy |
Health Game Zone


1999-2009 Thailabonline.com. All rights reserved. 
เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  e-Commerce Registration Number  7100803000130
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” and ”AromaEssence” and ”MedHealthMart” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.