สอบถามปัญหาออนไลน์
Live chat by BoldChat
Live chat by Boldchat


BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรม
รักสุขภาพ   ฟรี ข่าว
สาระความรู้เรื่องสุขภาพ


  
top

Fertility Therapies
   ขั้นตอนการใช้เทคนิค
   ช่วยในการตั้งครรภ์ใน
   สตรีที่มีบุตรยาก

 
Ovulation Induction
   การกระตุ้นให้เกิดไข่ตก


Artificial 
   insemination

   การใช้สเปิร์มฉีดเข้าใน
   มดลูกหรือท่อรังไข่


Assisted  
  Reproductive   
  Technology. ART
  เทคนิควิธีการผสมเทียม
  - IVF
  - GIFT
  - ZIFT
  - ICSI

วิธีการทำการทดสอบ
   การตั้งครรภ์

   HCG Preganacy test

วิธีการทดสอบหาวันไข่ตก
   สำหรับผู้มีบุตรยาก

   LH Ovulation test

Sample Basal Body  
  Temperature Chart 
  (BBT)
  ตัวอย่างตารางวัดอุณหภูมิเพื่อ
  หาวันไข่ตก



Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์
Web Manager







  Ovulation Induction ยากระตุ้นไข่       

ข้อมูลโดย
พ.ต.ท. น.พ.เสรี ธีรพงษ์
Encyclopædia Britannica
http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/druginfo/meds/a682704.html

 ความจริงคือ ธรรมชาติของมนุษย์นั้นมีกระบวนการสร้างไข่ที่สลับซับซ้อน โดยในช่วงก่อนที่จะมีประจำเดือน
 ก็มีการเจริญของเซลล์ "ไข่" แล้ว "ไข่" ในระยะแรกเริ่มเดิมทีนั้นเจริญขึ้นมาเองมากมายด้วยกลไกอะไรไม่ทราบ
ได้ โดยใช้เวลานานประมาณ 10 สัปดาห์ ก็จะได้เซลล์ไข่ระยะเริ่มต้นที่พอจะกระตุ้นได้ซึ่งตรงกับช่วงที่สตรี
กำลังมีประจำเดือนพอดี โดยปกติเซลล์สืบพันธุ์ระยะเริ่มแรกของ "ไข่" จำนวนหลายพันใบ จะมีการเจริญเติบโต
ขึ้นมาเรื่อยๆ แต่จะไม่เกินข้างละ 20 ใบเท่านั้น ที่ยังเหลืออยู่เมื่อเริ่มต้นของรอบระดูใหม่ การเจริญเติบโตของ
 "ไข่" เมื่อเริ่มต้นของรอบระดูจำเป็นจะต้องได้รับการกระตุ้นด้วย "คำสั่งหรือสัญญาณจากสมอง" เท่านั้นจึง
จะเจริญเติบโตต่อไปได้ คำสั่งหรือสัญญาณจากสมอง (Gonadotropin) นี้ สร้างจากต่อมใต้สมองส่วนหนึ่ง 
(Anterior pituitary) ดังนั้นจึงเป็นฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วนหน้า (Pituitary Hormone) ชนิดหนึ่ง
และจะถูกควบคุมด้วยฮอร์โมนจากสมองส่วน Hypothalamus อีกที ฮอร์โมนจากสมองส่วน Hypothalamus (Neurohormone) ที่ควบคุมการสร้างสัญญาณจากสมองมีชนิดเดียวเฉพาะเท่านั้นเรียกว่า Gonadotropin 
Releasing Hormone ซึ่งเรียกง่ายๆ ว่า GnRH (จี.เอ็น.อาร์.เอช) "ไข่" ที่เจริญขึ้นมาตั้งแต่เริ่มต้นของ
รอบเดือนจะสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งมากขึ้นตามขนาดและจำนวนของ "ไข่" ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะมีผล
กระตุ้นเยื่อบุโพรงมดลูกให้เจริญหนาขึ้นตามลำดับ

 โดยทั่วไปเอสโตรเจนหรือเอสโตรเจนร่วมกับโปรเจสเตอโรนที่มีระดับสูงนั้นจะมีฤทธิ์ยับยั้งการหลั่ง 
Gonadotropin (Negative Feedback) แต่ในระยะกลางรอบเดือนระดับเอสโตรเจนที่มากเกินกว่า 200 
พิโครกรัมต่อมิลลิลิตรขึ้นไป ประกอบกับความเข้มข้นคงอยู่ในระดับนี้นานมากกว่า 50 ชั่วโมง แทนที่จะส่งผล
กดการหลั่งของ LH กลับกลายเป็นการชักนำให้เกิดการกระตุ้นให้หลั่งสาร LH ในปริมาณมากๆ (Positive 
Feedback) เกิดภาวะที่เรียกว่า "LH SURGE" ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญที่มีผลทำให้ "ไข่" ตก ในระยะ
เวลาประมาณ 24-36 ชั่วโมงต่อมา ตำแหน่งที่ "ไข่" ตกในรังไข่จะเปลี่ยนเป็นส่วนที่เรียกว่า "Corpus 
Luteum" ทำหน้าที่สร้างและหลั่งฮอร์โมนเพศเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนออกมา ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน
ออกฤทธิ์กดการหลั่งของ GnRH (Negative Feedback)
ขณะเดียวกันจะมีผลทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกเปลี่ยนแปลงสภาพภายในให้เหมาะสมแก่การฝังตัวของ "ตัวอ่อน"



 หลักเกณฑ์ในการกระตุ้นให้มีการตกไข่ 
สิ่งสำคัญที่สุดคือรังไข่ ยังทำงานอยู่คือยังมี "ไข่" และสามารถสร้างฮอร์โมนเพศได้ สตรีที่สมควรได้รับการ
กระตุ้นและชักนำให้ไข่ตกได้แก่  
1. สตรีที่มีความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น 
    1.1 มีความผิดปกติที่ระดับส่งการบริเวณสมองส่วน Hypothalamus ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับความเครียด 
             น้ำหนักตัวที่มากหรือน้อยเกินไป 
     1.2 มีความผิดปกติที่ระดับสั่งการ บริเวณต่อมใต้สมอง เช่น มีเนื้องอกของต่อมใต้สมอง
2. สตรีที่มีความผิดปกติในเรื่องของการตกไข่ คือ "ไข่" ไม่ตก  

กระตุ้นไข่และชักนำให้ไข่ตกมี 3 แนวทางด้วยกัน
แนวทางที่ 1 กระตุ้นที่ระบบสั่งการในสมอง 
แนวทางที่ 2 กระตุ้นที่รังไข่โดยตรง
แนวทางที่ 3 ใช้ทั้งสองแนวทางร่วมกันแนวทางที่ 1 

กระตุ้นที่ระบบสั่งการที่สมอง ได้แก่ การกระตุ้นที่ต่อมใต้สมองส่วนหน้าและ/หรือ Hypothalamus ยา หรือสารที่ทำหน้าที่กระตุ้นได้แก่ ยา Clomiphene citrate, ฮอร์โมนจากHypothalamus (GnRH) และ Bromocriptine 

ข้อบ่งชี้ในการใช้ CLOMIPHENE CITRATE เป็นสารประเภทต่อต้านฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดหนึ่ง
ออกฤทธิ์โดยการไปแย่งที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนในการจับจุดรับบริเวณที่เอสโตรเจนออกฤทธิ์ตำแหน่งต่างๆ เช่น 
Hypothalamus ต่อมใต้สมอง รังไข่ และมดลูก สำหรับที่ตำแหน่ง Hypothalamus และต่อมใต้สมอง
จะมีผลทำให้มีการหลั่ง GnRH และ Gonadotropin มากขึ้นทำให้เกิดการกระตุ้นไข่มากขึ้นและไขที่เจริญ
ขึ้นมาจำนวนมากแต่เดิมนั้น ไม่ฝ่อไปจนเกือบหมดตามกลไกธรรมชาติ เหลือไข่ที่เติบโตจนได้ขนาดเหมาะสม
หลายใบไข่เหล่านั้นมีคุณสมบัติในการปฏิสนธิได้ดีเช่นเดียวกัน 

ข้อบ่งชี้ในการใช้ Clomiphene Citrate  
1. สตรีมีลูกยากที่เกิดจากภาวะไข่ไม่ตก โดยเฉพาะกลุ่มที่ระบบสั่งการจากสมองทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควรและ
     โรคของรังไข่ 
2. สตรีที่มีไข่ตกไม่สม่ำเสมอ และ/หรือ มีภาวะการทำงานของ Corpus Luteum บกพร่อง 
3. เพื่อกำหนดระยะเวลาในการคัดเชื้อ & ฉีดเชื้อเข้าโพรงมดลูก 
4. ใช้กระตุ้นไข่ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว  

วิธีการใช้ยา โดยเริ่มรับประทานยาในวันที่ 2 ถึง 5 ของรอบประจำเดือน จากนั้นก็ติดตามดูการเจริญเติบโต
ของ "ไข่" ด้วยการดูอัลตราซาวนด์ผ่านทางช่องคลอด หรือร่วมกับการเจาะเลือดดูฮอร์โมนที่ไข่สร้าง เมื่อไข่
โตได้ขนาดที่เหมาะสม ไข่อาจจะตกออกมาเองด้วยกลไกทางธรรมชาติหรือบังคับโดยให้ยาเพื่อชักนำให้ไข่ตก
ตามเวลาที่เราต้องการก็ได้ 

ข้อห้ามในการใช้ Clomiphene Citrate  
1. สตรีที่ตั้งครรภ์
2. โรคตับ เนื่องจากยาถูกทำลายที่ตับ
3. เลือดออกผิดปกติ จากโพรงมดลูก  

ผลการสำเร็จจากการรักษา พบว่า อัตราการตกไข่ประมาณร้อยละ 80 และมีการตั้งครรภ์ประมาณร้อยละ 40 ในจำนวนนี้พบครรภ์แฝดได้ร้อยละ 5 การตั้งครรภ์ส่วนใหญ่มักจะเกิดภายใน 3-5 เดือนแรก 

ข้อเสียและภาวะแทรกซ้อน 
เนื่องจาก Clomiphene เป็นสารต่อต้านฮอร์โมนเอสโตรเจนจึงมีผลเสียต่อคอมดลูก ในเรื่องการตอบสนอง
ฮอร์โมนเอสโตรเจน ส่งผลให้มูกที่คอมดลูกข้น เป็นอุปสรรคในการผ่านไปของตัวอสุจิ
นอกจากนั้นยังอาจมีผลเสียต่อเยื่อบุโพรงมดลูกด้วย สำหรับภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้ ได้แก่ อาการร้อน
วูบวาบ ท้องอืด ปวดท้อง เจ็บคัดเต้านม คลื่นไส้อาเจียน ตาพร่ามัว ปวดศีรษะ ผมร่วง รังไข่โตมาก 
จนถึงอาจเกิดภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไปด้วย 

ข้อบ่งชี้ในการใช้ BROMOCRIPTINE Bromocriptine เป็นสารออกฤทธิ์ที่ต่อมใต้สมองส่วนหน้า
ยับยั้งการหลั่ง Prolactin ในคนปกติ Bromocriptine จะสามารถออกฤทธิ์ลดระดับ Prolactin ในคนปกติ 
Bromocriptine จะสามารถออกฤทธิ์ลดระดับ Prolactin ได้ภายใน 1 ชั่วโมง หลังรับประทานยา และ
ยับยั้งการหลั่งได้นานถึง 12 ชั่วโมง

วิธีใช้ 
โดยทั่วไปเริ่มให้ยาในขนาดต่ำก่อนเพื่อลดอาการข้างเคียงของยา ส่วนใหญ่จะให้วันละครั้งในตอนเย็นหรือ
ก่อนนอนพร้อมอาหาร เมื่อสามารถทนต่อยาได้ดีก็ค่อยๆ ปรับขนาดของยาตามความเหมาะสมโดยมีวิธีการให้
ยาได้ 2 วิธีดังนี้  อาจจะให้ยาติดต่อกันทุกวันจนกระทั่งตั้งครรภ์หรือให้ยาเฉพาะช่วงแรกของการมีระดับจน
ถึงเวลาที่มีไข่ตกแล้วหยุดยาและให้ใหม่ในรอบระดูถัดไปเมื่อไม่ตั้งครรภ์ 

นอกจากนี้ยังอาจใช้ร่วมกับ Clomiphene Citrate ในการกระตุ้นไข่รักษาได้ด้วย ในสตรีมีลูกยากที่มีข้อ
บ่งชี้ให้รักษาด้วยยา Bromocriptine พบว่า เมื่อใช้ร่วมกันจะสามารถชักนำให้ไข่ตกและตั้งครรภ์ได้ถึง
ร้อยละ 80 โดยไม่พบว่ายานี้มีผลต่อความพิการของทารกแต่อย่างใด 

อาการแทรกซ้อน ที่พบบ่อย ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน เป็นลมเวลาลุกขึ้นนั่งหรือยืนเร็วๆ มึนงงศีรษะปวดศีรษะ 
ท้องร่วง 

ข้อบ่งชี้ในการใช้ GnRH (Gonadotropin Releasing Hormone) GnRH เป็นฮอร์โมนที่สร้าง
บริเวณ Hypothalamus ออกฤทธิ์ที่ต่อมใต้สมองส่วนหน้าให้สร้างและหลั่ง Gonadontropin (FSH 
& LH) เพื่อไปกระตุ้นรังไข่ให้ผลิต "ไข่" อีกที ดังนั้นสตรีที่เหมาะสำหรับการรักษาด้วย GnRH 
จึงต้องมีต่อมใต้สมองและรังไข่ทำงานปกติเพื่อสามารถตอบสนองต่อ GnRH ได้ เมื่อให้ GnRH ติดต่อกัน
เป็นระยะเวลานาน จะกระตุ้นการทำงานของต่อมใต้สมองเฉพาะในช่วงแรกเท่านั้น หลังจากนั้นจะเปลี่ยนเป็น
กดการทำงานของต่อมใต้สมอง อันเป็นผลให้ระดับ Gonadotropin ที่สูงขึ้นในระยะแรกค่อยๆ ลดลงตามลำดับ การรักษาด้วย GnRH แบบเป็นจังหวะใช้ได้ผลดีในกรณีที่สตรีมีความผิดปกติของ Hypothalamus ในเรื่อง
การหลั่ง GnRH ซึ่งส่วนใหญ่จะมาหาแพทย์ด้วยเรื่องขาดระดู นอกจากนี้ยังใช้รักษาภาวะต่างๆ ดังนี้
 
1. สตรีที่มีระดับ Prolactin ในเลือดสูงเกิน
2. บางรายที่ไม่ตอบสนองต่อยา Clomiphene Citrate 
3. กระตุ้นการเจริญเติบโตของ Folocles ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว 
4. ภาวะที่มีการทำงานของ Corpus Luteum บกพร่อง 

วิธีการใช้ยา GnRH เพื่อกระตุ้นไข่และชักนำให้ไข่ตก ทำได้โดยเลียนแบบธรรมชาติคือให้ GnRH ทุก 
60-120 นาที โดยใช้เครื่องฉีดอัตโนมัติ ฉีดเข้าใต้ชั้นผิวหนังหรือหลอดเลือดดำจะให้เช่นนี้ไปตลอดจน
กระทั่งตั้งครรภ์หรือจนกระทั่งไข่ตกแล้วหยุดก็ได้ ส่วนใหญ่นิยมให้ยาในวันที่ 5 ของรอบระดู 


สำหรับความพิการของทารกเท่าที่ผ่านมายังไม่มีรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ ภาวะแทรกซ้อน พบน้อยและไม่รุนแรง
เช่น มีการอักเสบของเส้นเลือดหรือก้อนเลือดขังบริเวณที่ฉีดยา 

ปัจจุบันนี้การใช้ GnRH เพื่อกระตุ้นให้ไข่ตกมีไม่มากนักเพราะต้องใช้ฉีดอย่างต่อเนื่องและต้องมีข้อบ่งชี้จริงๆ
 แต่ที่ใช้ GnRH มากๆ กลับเป็นการใช้เพื่อหวังผลกด การทำงานของระบบสั่งการในสมองส่วน Hypo-
thalamus ร่วมกับการกระตุ้นรังไข่ด้วยยา Gonadotropin (FSH & LH) เพื่อทำกิ๊ฟหรือเด็กหลอดแก้ว 

แนวทางที่ 2 กระตุ้นไข่โดยตรง Gonadotropin (FSH & LH) สารสังเคราะห์ Gonadotropin ผลิตได้จากการแยกจากปัสสาวะของสตรีวัยหมดระดูซึ่งมีระดับ FSH และ LH สูง 
แต่ในปัจจุบันแหล่งผลิตโดยอาศัยปัสสาวะจากสตรีวัยหมดระดู หายากขึ้นทุกทีจึงต้องหาแหล่งผลิตใหม่ 
ที่ใหญ่กว่าคือ พวกจุลินทรีย์ที่มีไม่จำกัด (Recombinant DNA) ข้อบ่งชี้ในการใช้ GONADOTROPIN  
สตรีที่ไม่มีการตกไข่· กระตุ้นไข่ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้วและเทคโนโลยีการเจริญพันธุ์ชั้นสูงอื่นๆ · 
สตรีมีมูกบริเวณมดลูกไม่ดี· สตรีที่มีการทำงานของ Corpus Luteum บกพร่อง  
 
การให้ HMG ในการกระตุ้นไข่จะทำให้ได้ "ไข่" จำนวนมาก และปริมาณเอสโตรเจนในขนาดที่สูงด้วย
จนอาจเกิดการชักนำให้เกิด LH Surge ขึ้นมาเองตามธรรมชาติอันอาจเป็นผลเสียมากกว่าเป็นผลดี ดังนั้น
การให้ GnRH Agonist ร่วมด้วยเพื่อใช้ยับยั้งการหลั่ง Gonadotropin (FSH & LH) จากสมอง
จะเป็นการช่วยไม่ให้มีการเกิด LH Surge ขึ้นเองตามธรรมชาติ เป็นประโยชน์อย่างมากในการควบคุมให้ 
"ไข่" ที่เจริญขึ้นมาทั้งหมดถูกนำไปใช้ให้เกิดการปฏิสนธิได้อย่างเหมาะสม ภาวะแทรกซ้อน ที่สำคัญได้แก่ ครรภ์แฝดและภาวะที่รังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไปสำหรับครรภ์แฝดพบได้ร้อยละ 25 โดยมีร้อยละ 5 ที่มีครรภ์แฝดสามหรือมากกว่า 

ผลการรักษา 
อัตราการตกไข่จากการใช้วิธีนี้สูงถึงร้อยละ 90 แต่ก็ขึ้นอยู่กับตัวสตรีเอง วิธีการรักษาและติดตามการรักษา 
ผลการตั้งครรภ์ 
อัตราการตั้งครรภ์แตกต่างกันไประหว่างร้อยละ 23-82 แล้วแต่ลักษณะพยาธิสภาพของสตรีและความถี่ห่าง
ของการรักษา 

PURE FSH มีข้อบ่งชี้ คือ  
1. ใช้ในกรณีที่สตรีมีภาวะ Polycystic Ovarian Disease เนื่องจากสตรีเหล่านี้มีระดับของ LH สูง
      อยู่แล้ว สำหรับอัตราการตกไข่และการตั้งครรภ์จากการใช้ Pure FSH พบว่าไม่แตกต่างจากการใช้ 
     HMG/HCG
2. ใช้ในสตรีที่มีการทำงานของ Corpus Luteum บกพร่องอันเป็นผลมาจากการเจริญเติบโตของ Follicle 
     ผิดปกติโดยอาจเกิดจากระดับ FSH ในช่วงแรกของรอบระดู ระดับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น
     สำหรับอัตราการตั้งครรภ์สะสมเมื่อรักษาได้ 6 เดือน พบได้ร้อยละ 48
3. ใช้ในการกระตุ้นไข่ในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้วพบว่า ผลไม่แตกต่างจากการใช้ (Clomiphene 
    Citrate) / ร่วมกับ HMG  

แนวทางที่ 3 กระตุ้นที่ระบบควบคุมสั่งการ ร่วมกับกระตุ้นรังไข่โดยตรง เช่น การใช้ Clomiphene Citrate 
ร่วมกับ HMG Pure FSH เป็นต้น 



การกระตุ้นไข่ไม่ใช่เรื่องยากหรือแปลกประหลาดอะไร แท้จริงเป็นเพียงแต่การทำให้สิ่งที่ร่างกายเรามีอยู่แล้ว 
คือเซลล์ไข่ที่เจริญขึ้นมาเองอย่างมากมาย ไม่ถูกทอดทิ้งไปโดยไร้ประโยชน์ กลับยังสามารถนำมาใช้อย่างได้
ผลดีด้วย ดังจะเห็นได้จากมีการเกิดแฝดสองหรือแฝดสามขึ้นมาจากการรักษา จนทำให้ผู้คนเข้าใจผิดว่า
การกระตุ้นไข่เป็นการทำ "เด็กแฝด"

การกระตุ้นไข่และชักนำให้ตกแม้ว่าจะเป็นเรื่องไม่ยากแต่ก็ควรอยู่ในมือของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ มิฉะนั้นแล้วหากเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นมาก็อาจเป็นผลเสียต่อร่างกายจนยากแก่การเยียวยาแก้ไข 

              

   

  
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine | Aromatherapy |
Health Game Zone


1999-2009 Thailabonline.com. All rights reserved. 
เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์  e-Commerce Registration Number  7100803000130
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” and ”AromaEssence” and ”MedHealthMart” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.