BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

 

top

โรคพยาธิตืดวัว
   Taenia saginata   
    Infection
โรคพยาธิตืดหมู
  Taenia solium Infection
โรคพยาธิตืดหมา
   Dipylidiasis
โรคพยาธิตืดหนู
   Hymenolepiasis
โรคพยาธิตืดแคระ
   Hymenolepiasis nana

โรคพยาธิไส้เดือน
   Ascariasis
โรคพยาธิเส้นด้าย/เข็มหมุด
   Enterobiasis
โรคพยาธิปากขอ
   Hookworm Disease
โรคพยาธิแส้ม้า
   Trichuriasis
โรคพยาธิสตรองจีรอยด์
   Strongyloidiasis
โรคพยาธิตัวจื๊ด
   Gnathostomaiasis
โรคพยาธิทริคิโนสิส
   Trichinosis
โรคเท้าช้าง - ฟิลาริเอสิส
Filariasis - Elephantiasis


โรคจากเชื้อบิดอะมีบา
    Amoebic 
    enteritis/colitis
โรคท้องเสีย ไกอาร์ดิเอซิส
    Giardiasis
ช่องคลอดอักเสบ
    ทริโคโมนาส

    Trichomonas 
    vaginalis
ไข้จับสั่น/มาลาเรีย
    Malaria
โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
    จากอะมีบา
   Amoebic Meningo 
   Encephalitis


โรคพยาธิใบไม้ในลำไส้
   Fasciolopsiasis
โรคพยาธิใบไม้ตับ
   Liver fluke Disease
โรคพยาธิใบไม้ปอด
   Paragonimiasis
โรคพยาธิใบไม้ในเลือด
   Schistosomiasis




Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์



 

  โรคพยาธิตืดหมู Taenia solium Infection

พยาธิตัวตืดเป็นพยาธิตัวแบนในกลุ่มของ Cestoidea มีลักษณะแบนเป็นปล้องๆต่อกันยาวคล้ายเส้น
บะหมี่ทั้งเส้นเล็ก ใหญ่ ยาว สั้น และเนื่องจากพยาธินี้มีลักษณะแบนยาวคล้ายเทป จึงมีชื่อเรียกกันทั่วๆ
ไปว่า "Tapeworms" พยาธิตัวตืดที่เป็นปรสิตในคนมีอยู่หลายชนิด ที่พบได้ค่อนข้างบ่อยมีดังต่อไปนี้
Taenia solium พยาธิตืดหมู ( ทีเนีย โซเลียม )Taenia saginata พยาธิตืดวัว  ( ทีเนีย ซาจินาตา )
ที่พบได้บางแต่ไม่บ่อยเช่น   Hymenolepis nana, Hymenolepis deminuta  เป็นต้น

พยาธิตืดหมู   เป็นโรคพยาธิที่เกิดจากพยาธิตืดหมู ทั้งนี้เพราะหมูเป็นโฮสท์กลางตัวสำคัญที่มีระยะ
ติดต่ออันตรายของพยาธินี้ พยาธิตืดหมูทำให้เกิดโรคในคนได้ 2 อย่างคือ
- การที่มีพยาธิตัวแก่เต็มวัยอยู่ในลำไส้โดยที่คนจัดเป็นโฮสท์เฉพาะ ( Definitive host )
- การที่มีพยาธิตัวอ่อนเข้าไปฝังตัวในกล้ามเนื้อคน และมีถุงซีสต์หุ้มล้อมรอบอยู่ เรียก ซีสติเซอร์คัส 
เซลลูโลเซ (Cystucercus cellulosae) โดยที่คนถือเป็นโฮสท์กลาง ( Intermediate host )
พบได้บ่อยในคนที่นิยมกินเนื้อหมูแบบดิบๆสุกๆ ในกลุ่มพวกยิว และอิสลามที่ไม่ทานหมู จึงไม่พบคน
ที่เป็นโรคนี้เลยหรือพบได้น้อยมาก
สำหรับในประเทศไทยเราพบพยาธิตืดหมูได้น้อยกว่าพยาธิตืดวัวมาก   พบได้ในภาคอีสานมากกว่าที่
อื่นๆเนื่องจากชอบทานแบบสุกๆดิบๆ เช่น ลาบเนื้อลาบหมู  ยำเนื้อ พล่าเนื้อ แหนม เป็นต้น

วงจรชีวิตของพยาธิ
ตัวแก่ของพยาธิตืดหมูอาศัยอยู่ในลำไส้เล็กของคนซึ่งจัดเป็นโฮสท์เฉพาะ    ปล้องแก่ของตัวพยาธิจะ
หลุดออกปนมากับอุจจาระหรือหลุดออกมาเอง ปล้องเดียว หรือ2-3 ปล้อง   ในแต่ละปล้องจะมีไข่อยู่
ประมาณ 1000 ฟองต่อมาปล้องจะแตกออกปล่อยไข่กระจายปนเปื้อนอยู่ปนพื้นดินหรือติดไปตามต้น
หญ้า  บางครั้งปล้องอาจแตกออกก่อนในลำไส้ใหญ่ ไข่จะปนออกมากับอุจจาระ ไข่ที่มีตัวอ่อนในระยะ
ติดต่ออยู่จะเรียกว่า Oncospore (ออนโคสปอร์)    ดูรูปภาพไข่พยาธิ
เมื่อหมูซึ่งเป็นโฮสท์กลาง กินเอาปล้องของพยาธิตัวตืด หรือไข่พยาธิระยะ Oncospore เข้าไปตัวอ่อน
จะไชออกจากไข่แล้วไชทุลุผนังลำไส้เข้าสู่วงจรเลือดหรือน้ำเหลืองไปยังกล้ามเนื้อทั่วร่างกายของหมู 
ฝังตัวอยู่โดยมีถุงหุ้มล้อมรอบตัวอยู่เรียกว่า cysticercus ( ซิสติเซอร์คัส )ซึ่งถือเป็นระยะติดต่อ
อันตราย
ระยะเวลาทั้งหมดกินเวลาประมาณ 60 - 70 วัน เนื้อหมูที่มี cysticercus ( ซิสติเซอร์คัส ) อยู่ เรียก
ว่าหมูสาคู เพราะจะดูคล้ายๆเม็ดสาคูอยู่ในเนื้อหมูนั้น   เมื่อคนกินเนื้อหมูสาคูที่มีระยะติดต่ออันตราย
แบบดิบๆสุกๆเข้าไป เมื้อเนื้อหมูถูกย่อยก็จะปล่อย cycticercus ออกมา พอเคลื่อนตัวมาถึงลำไส้เล็ก
ส่วนหัวเรียกว่า Scolex (สโคเล็กซ์ ) จะยื่นโผล่ออกมา แล้วใช้ส่วนที่เป็น ขอ (hook) และส่วนดูดติด 
( sucker) มาเกาะติดกับผนังลำไส้ ดูดเลือดและอาหารและจะค่อยๆงอกปล้องออกมาเรื่อยๆ  เจริญ
ต่อไปเป็นตัวแก่ต่อไป ระยะนี้กินเวลาประมาณ 2 - 3 เดือน  ปล้องแก่เมื่อมีไข่เต็มก็จะหลุดออกปนไป
กับอุจจาระเพื่อไปติดต่อ ต่อไป

อาการและลักษณะพยาธิสภาพ
โดยทั่วไปมักไม่ทำให้เกิดอาการรุนแรงแต่อย่างใด แต่จะเป็นโรคที่เกิดจากการถูกแย่งอาหาร และ
การระคายเคืองจากสารพิษของพยาธิเอง ที่พบได้บ่อยเช่นผอมลง  น้ำหนักลด   ขาดอาหารทั้งที่ทาน
ได้เป็นปกติ   หิวบ่อย  ปวดท้อง  ท้องอืด   คลื่นไส้อาเจียน อุจจาระบ่อย กระสับกระสาย นอนไม่หลับ 
อาการแพ้ คัน ลมพิษ

การตรวจวินิจฉัยโรค
1. ตรวจพบไข่พยาธิ ตัวตืดในอุจจาระ พยาธิตืดหมูและตืดวัวมีลักษณะใกล้เคียงกันมาก ต่างกันที่
ขนาด การตรวจจากปล้องจะแน่นอนกว่า
2. การตรวจจากปล้องที่หลุดปนออกมากับอุจจาระ โดยที่ปล้องของตืดหมูจะมีแขนงภายในปล้องน้อย
กว่าตืดวัว

การรักษา
1. Niclosamide ( Yomesan ) มีฤิทธ์ฆ่าเชื้อพยาธิตัวตืดหมู   เป็นยาเม็ดขนาด 0.5 กรัม  ทาน 
4 เม็ด เคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน รอประมาณ 2 ชั่วโมง อาจทานยาถ่ายตามเช่น  ดีเกลืออิ่นตัว 30 
ซี.ซี. เมื่อให้ยาถ่ายจะพบว่าตัวพยาธิจะถูกขับออกมา แต่ถ้าไม่ให้ยาถ่ายพยาธิที่ตายจะค่อยๆถูกย่อย
สลายปนออกมากับอุจจาระไป ข้อควรระวังการให้ยาถ่ายคือควรให้ยากันอาเจียนก่อนให้ยาถ่าย และ
ควรให้ยาถ่ายเพื่อกำจัดปล้องออกมา เพราะถ้าตัวแก่ตายอยู่ภายในร่างกาย ปล้องที่ถูกย่อย กอรปกับ
การมีอาการท้องผูก ท้องอืด หรือคลื่นไส้อาเจียน จะทำให้ไข่พยาธิที่แตกออกมาจากปล้องถูกย่อยและ
ขย้อยกลับมาที่บริเวณลำไส้เล็กไข่พยาธิตัวอ่อนระยะ Oncospore (ออนโคสปอร์) ก็จะออกมาพร้อม
กับไชทะลุลำไส้กระจายไปฝังตัวตามเนื้อเยื่อส่วนต่างๆทั่วร่างกายกลายเป็นระยะ cysticercus 
( ซิสติเซอร์คัส ) ขึ้นมาได้
2. Mebendazole (Fugacar) เป็นยาเม็ดขนาด 100 มิลลิกรัม ทานครั้งละ 2 เม็ด ให้กินเช้าเย็น
ติดต่อกันนาน 4 วัน ให้ผลในการรักษาถึงร้อยละ 90

การป้องกัน
1. เนื้อหมูที่นำมารับประทานต้องไม่เป็นเนื้อที่มีตัวอ่อนพยาธิฝังตัวอยู่ เรียกเนื้อสาคู
2. รับประทานเนื้อหมูที่ทำให้สุกแล้วเท่านั้น   ไม่ทานเนื้อที่กึ่งสุกๆดิบๆ เช่น ยำ  พล่า แหนม
3. กำจัดอุจจาระให้เป็นที่เป็นทางถูกหลักสุขอนามัย
4. ให้ยาถ่ายพยาธิแก่คนที่เป็นโรคนี้  

อาการซีสติเซอร์คัส เซลลูโลเซ (Cysticercus cellulosae) เป็นช่วงวงจรที่แปลกไปจากวงจรปกติ 
คือคนเกิดไปทานเอาไข่พยาธิตัวตืดในระยะ Oncospore (ออนโคสปอร์) ที่ติดอยู่ตามพืชผัก ผลไม้ 
หรือการอาเจียน ขย้อนเอาปล้องแก่พยาธิตัวตืด (สำหรับคนที่เป็นพยาธิอยู่แล้ว) กลับเข้ามาอยู่ในกระ
เพาะอาหาร คนก็จะกลายเป็นโฮสท์ตัวกลางในรูปแบบนี้แทนที่หมู โดยเมื่อ   ไข่พยาธิถูกย่อยตัวอ่อน
ก็จะฟักออกจากไข่ และไชทะลุลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดหรือน้ำเหลือง ไปยังกล้ามเนื้อหรืออวัยวะต่างๆ
ของร่างกาย    แล้วฝังตัวมีซิสท์มาหุ้มรอบตัวพยาธิกลายเป็นระยะ cysticercus ( ซิสติเซอร์คัส เซลลูโลเซ ) ในระยะแรกจะมีอาการอักเสบเฉพาะที่ๆมีพยาธิฝังอยู่ นานเข้าก็จะมีหินปูนมาจับทำ 
cysticercus ( ซิสติเซอร์คัส เซลลูโลเซ ) ในระยะแรกจะมีอาการอักเสบเฉพาะที่ๆมีพยาธิฝังอยู่ 
นานเข้าก็จะมีหินปูนมาจับทำให้มีลักษณะนูนสูงขึ้น ขนาดที่พบได้ประมาณ 0.5 - 3 ซ.ม.ยังไม่มีวิธี
การรักษาที่ดี มักเป็นการรักษาบรรเทาตามอาการ การผ่าตัดเอาออกเป็นเรื่องยากและขึ้นกับตำแหน่ง
ที่ฝังตัวอยู่ ดังนั้นการผ่าต้ดมักเป็นเพื่อการตรวจวินิจฉัยโรคมากกว่าการรักษา
  

 

 

 

  โรคพยาธิตืดวัว Taenia saginata Infection

โรคพยาธิตืดวัว เป็นโรคที่เกิดพยาธิตืดวัว Teania saginata ( ทีเนีย ซาจินาตา ) โดยมีวัวเป็นโฮสท์
กลางที่สำคัญ การติดต่อของพยาธิเป็นได้ดังต่อไปนี้ การเกิดโรคในคนที่มีตัวแก่อาศัยอยู่ในลำไส้คน 
และไม่ปรากฏว่ามีปรากฏการณ์ที่ตัวอ่อนพยาธิตืดวัวเข้าไปฝังตัวและมีถุงซิสท์หุ้มล้อมรอบในเนื้อเยื่อ
เหมือนของพยาธิตืดวัว   พบได้ในคนที่นิยมรับประทายเนื้อวัว ควาย ดิบ สุกๆดิบๆ วึ่งมีโอกาสที่มีพยาธิ
พวกนี้มาก

วงจรชีวิตของพยาธิ
ตัวแก่ของพยาธิตืดวัวอาศัยอยู่ในลำไส้เล็กของคนซึ่งจัดเป็นโฮสท์เฉพาะ   ปล้องแก่ของตัวพยาธิจะ
หลุดออกปนมากับอุจจาระหรือหลุดออกมาเอง ปล้องเดียวหรือ2-3 ปล้อง ในแต่ละปล้องจะมีไข่อยู่
ประมาณ 1000 ฟอง ต่อมาปล้องจะแตกออกปล่อยไข่กระจายปนเปื้อนอยู่ปนพื้นดินหรือติดไปตาม
ต้นหญ้า   บางครั้งปล้องอาจแตกออกก่อนในลำไส้ใหญ่ ไข่จะปนออกมากับอุจจาระ ไข่ที่มีตัวอ่อนใน
ระยะติดต่ออยู่จะเรียกว่า Oncospore (ออนโคสปอร์)   ดูรูปภาพไข่พยาธิ เมื่อวัวซึ่งเป็นโฮสท์กลาง
 กินเอาปล้องของพยาธิตัวตืด หรือไข่พยาธิระยะ Oncospore เข้าไปตัวอ่อนจะไชออกจากไข่แล้วไช
ทุลุผนังลำไส้เข้าสู่วงจรเลือด    หรือน้ำเหลืองไปยังกล้ามเนื้อทั่วร่างกายของวัว ฝังตัวอยู่โดยมีถุงหุ้ม
ล้อมรอบตัวอยู่เรียกว่า cysticercus ( ซิสติเซอร์คัส )        ซึ่งถือเป็นระยะติดต่ออันตรายเนื้อวัวที่มี 
cysticercus ( ซิสติเซอร์คัส ) อยู่ เรียกว่า cysticercus bovis ( ซิสติเซอร์คัส โบวิส ) จะดูคล้ายๆ
เม็ดสาคูอยู่ในเนื้อวัวนั้นเมื่อคนกินเนื้อวัวที่มีระยะติดต่ออันตรายแบบดิบๆสุกๆเข้าไป  เมื่อเนื้อวัวถูก
ย่อยก็จะปล่อย cycticercus ออกมา พอเคลื่อนตัวมาถึงลำไส้เล็กส่วนหัวเรียกว่า Scolex(สโคเล็กซ์ ) 
จะยื่นโผล่ออกมา แล้วใช้ส่วนที่เป็น ขอ (hook) และส่วนดูดติด ( sucker) มาเกาะติดกับผนังลำไส้ 
ดูดเลือดและอาหารและจะค่อยๆงอกปล้องออกมาเรื่อยๆ เจริญต่อไปเป็นตัวแก่ต่อไป ระยะนี้กินเวลา
ประมาณ 2 - 3 เดือน   ปล้องแก่เมื่อมีไข่เต็มก็จะหลุดออกปนไปกับอุจจาระเพื่อไปติดต่อ ต่อไป

อาการและลักษณะพยาธิสภาพ
โดยทั่วไปมักไม่ทำให้เกิดอาการรุนแรงแต่อย่างใด แต่จะเป็นโรคที่เกิดจากการถูกแย่งอาหาร  และ
การระคายเคืองจากสารพิษของพยาธิเอง ที่พบได้บ่อยเช่นผอมลง  น้ำหนักลด   ขาดอาหารทั้งที่ทาน
ได้เป็นปกติ   หิวบ่อย  ปวดท้อง  ท้องอืด   คลื่นไส้อาเจียน อุจจาระบ่อย กระสับกระสาย นอนไม่หลับ
อาการ แพ้คัน ลมพิษ

การตรวจวินิจฉัยโรค
1. ตรวจพบไข่พยาธิ ตัวตืดในอุจจาระ พยาธิตืดหมูและตืดวัวมีลักษณะใกล้เคียงกันมาก ต่างกันที่
ขนาด การตรวจจากปล้องจะแน่นอนกว่า
2. การตรวจจากปล้องที่หลุดปนออกมากับอุจจาระ โดยที่ปล้องของตืดหมูจะมีแขนงภายในปล้อง
น้อยกว่าตืดวัว

การรักษา
1. Niclosamide ( Yomesan ) มีฤิทธ์ฆ่าเชื้อพยาธิตัวตืดหมู   เป็นยาเม็ดขนาด 0.5 กรัม  ทาน 4 
เม็ด เคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน รอประมาณ 2 ชั่วโมง  อาจทานยาถ่ายตามเช่น ดีเกลืออิ่นตัว 30 ซี.ซี.
เมื่อให้ยาถ่ายจะพบว่าตัวพยาธิจะถูกขับออกมา   แต่ถ้าไม่ให้ยาถ่ายพยาธิที่ตายจะค่อยๆถูกย่อยสลาย
ปนออกมากับอุจจาระไป ข้อควรระวังการให้ยาถ่ายคือควรให้ยากันอาเจียนก่อนให้ยาถ่าย  และควรให้
ยาถ่ายเพื่อกำจัดปล้องออกมา  เพราะถ้าตัวแก่ตายอยู่ภายในร่างกายปล้องที่ถูกย่อย    กอรปกับการมี
อาการท้องผูก ท้องอืด หรือคลื่นไส้อาเจียน จะทำให้ไข่พยาธิที่แตกออกมาจากปล้อง       ถูกย่อยและ
ขย้อยกลับมาที่บริเวณลำไส้เล็ก ไข่พยาธิตัวอ่อนระยะ Oncospore (ออนโคสปอร์)ก็จะออกมาพร้อม
กับไชทะลุลำไส้กระจายไปฝังตัวตามเนื้อเยื่อส่วนต่างๆทั่วร่างกายกลายเป็นระยะcysticercus 
( ซิสติเซอร์คัส ) ขึ้นมาได้
2. Mebendazole (Fugacar) เป็นยาเม็ดขนาด 100 มิลลิกรัม ทานครั้งละ 2 เม็ด ให้กินเช้าเย็น
ติดต่อกันนาน 4 วัน ให้ผลในการรักษาถึงร้อยละ 90

การป้องกัน
1. เนื้อวัว ควาย ที่นำมารับประทานต้องไม่เป็นเนื้อที่มีตัวอ่อนพยาธิฝังตัวอยู่ เรียกเนื้อสาคู
2. รับประทานเนื้อวัว ควาย ที่ทำให้สุกแล้วเท่านั้น   ไม่ทานเนื้อที่กึ่งสุกๆดิบๆ เช่น ยำ  พล่า แหนม
3. กำจัดอุจจาระให้เป็นที่เป็นทางถูกหลักสุขอนามัย
4. ให้ยาถ่ายพยาธิแก่คนที่เป็นโรคนี้  

 

 

 

 

 

 

Dipylidiasis เป็นโรคที่เกิดจากพยาธิตัวตืด Dipylidium caninum หรือมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า 
Dog  tapeworm อาศัยอยู่ในลำไส้ของคน

วงจรชีวิตของพยาธิ
โฮสท์กลางได้แก่ ตัวหมัดต่างๆ  เช่นหมัดสุนัข หมัดแมว หมัดคน      โฮสท์กลางเหล่านี้กินไข่พยาธิ
ตัวอ่อนเข้าไป ตัวอ่อนจากไข่พยาธิจะไชไปอยู่ใน body cavity แล้วเจริญต่อไปเป็น cysticercoid
เมื่อสุนัข แมวหรือคนซึ่งเป็นโฮสท์โดยธรรมชาติกินหรือได้รับโฮสท์กลางที่มีตัวอ่อนเข้าไป cysti
cercoid ก็จะเจริญเติบโตต่อไปเป็นพยาธิตัวแก่ในลำไส้ต่อไป

อาการและลักษณะทางคลีนิค
มักพบได้ในเด็ก อาจไม่ปรากฏอาการใดๆเลย หรืออาจมีปัญหากับระบบทางเดินอาหาร เช่น เบื่อ
อาหาร  ปวดท้อง   ท้องเดิน อาจมีอาการทางประสาทร่วมด้วย

การวินิจฉัยโรค
ตรวจพบไข่พยาธิในอุจจาระ หรือตรวจพบไข่รวมกันเป็นแคปซูลในปล้องแก่ของพยาธิตัวตืด

การรักษา
เช่นเดียวกับการรักษาตืดหมูและตืดวัว


 

 

 

 

 

 

Hymenolepiasis diminuta ไฮเมโนเลปซิส ไดมินูตา เป็นโรคพยาธิที่เกิดจากพยาธิ ไฮเมโนเลป
ซิส ไดมินูตา อาศัยอยู่ในลำไส้ พยาธินี้มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ตืดหนู Rat tapeworm

วงจรชีวิตของพยาธิ
วงจรชีวิตของพยาธิชนิดนี้ จำเป็นต้องอาศัยโฮสท์ตัวกลาง 2 ชนิด  โฮสท์กลาง ได้แก่ ตัวหมัด  แมลง
ปีกแข็ง  แมลงสาป และแมลงอื่นๆ    เมื่อแมลงเหล่านี้กินไข่พยาธิตัวอ่อนเข้าไป ตัวอ่อนจะแตกออก
มาจากไข่แล้วเจริญเติบโตต่อไปเป็น cysticercoid ในตัวสัตว์เหล่านั้น โฮสท์เฉพาะซึ่งได้แก่คน หนู
มากินแมลงที่มีตัวอ่อนพวกนี้เข้าไป cysticercoid ก็จะเจริญไปเป็นพยาธิตัวแก่ต่อไปในลำไส้

อาการและลักษณะทางคลีนิค
อาจไม่ปรากฏอาการใดๆเลย หรืออาจมีปัญหากับระบบทางเดินอาหารบ้าง เช่น ปวดท้อง  ท้องเดิน

การวินิจฉัยโรค
ตรวจพบไข่พยาธิในอุจจาระ

การรักษา
เช่นเดียวกับการรักษาตืดหมูและตืดวัว

 

 

 

 

 

 

ไฮเมโนเลปซิส นานา เป็นโรคที่เกิดจากพยาธิตัวตืด Hymenplepiasia nana ที่อาศัยอยุ่ในลำไส้
คน มีขนาดเล็กว่าแบบพยาธิตืดหมูและตืดวัว เรียกว่าพยาธิตืดแคระ (Dwart tapeworm)

วงจรชีวิตของพยาธิ
เป็นพยาธิที่ไม่ต้องอาศัยโฮสท๋กลาง เพราะพยาธิสามารถเจริญเติบโตได้ตั้งแต่เป็นตัวอ่อนได้เอง จน
กระทั่งเป็นตัวแก่ได้ภายในโฮสท์เดียวกัน คนหรือหนูซึ่งเป็นโฮสท์ (แหล่งอาศัย) ตามธรรมชาติเมื่อ
กินไข่พยาธิตัวอ่อนในระยะติดต่อเข้าไป   เมื่อมาถึงกระเพาะตัวอ่อนจะฟักตัวออกมา     ไชเข้าวิลลัส 
(villus)  ของลำไส้เล็กแล้วรอเจริญเติบโตไปเป็น ซิสติคเซอร์คอย ( cysticercoid) ต่อมาวิลลัสจะ
แตกออกพยาธิจะออกมาอยู่ในลำไส้และเจริญเติบโตต่อไปเป็นตัวแก่ภายในเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ 
พยาธินี้สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำซ้อนได้ (Autoinfection) โดยที่พยาธิตัวอ่อน oncosphere
ฟักออกจากไข่ที่อยู่ในลำไส้เล็ก แล้วไชเข้าเยื่อบุลำไส้โดยตรง ไม่ต้องถูกถ่ายปนออกมากับอุจจาระ
ก่อนแล้วถูกกินเข้าไปในร่างกายใหม่

นอกจากวงจรปกติข้างต้น พยาธิอาจจะอาศัยหมัดหนูและแมลงบางชนิดเป็นโฮสท์กลางก็ได้ โดยที่
หมัดหนู แมลงกินไข่พยาธิตัวอ่อนเข้าไป แล้วตัวอ่อนฟักตัวออกมาเป็นตัวอ่อน แล้วไชไปฝังตัวเป็น 
cysticercoid ในตัวหมัดหรือแมลงนั้นเมื่อคนหรือหนุโดยเฉพาะเด็กๆอาจได้รับต่อมาจากหมัดหนู
หรือแมลงเหล่านั้นเข้าไปในร่างกาย แล้วตัวอ่อนเจริญเติบโตต่อไปเป็นตัวแก่ในลำไส้ต่อไป

อาการ และลักษณะทางคลีนิค
โรคนี้มักพบได้บ่อยในเด็ก ปกติมักไม่แสดงอาการ ในกรณีที่มีพยาธิอยู่เป็นจำนวนมากทำให้เกิดอาการ 
ปวดท้อง  ท้องเดิน  คลื่นไส้   คัน  วิงเวียนศีรษะ เบื่ออาหารได้

การตรวจวินิจฉัยโรค
การตรวจพบไข่พยาธิตืดแคระในอุจจาระ  

การรักษา
เช่นเดียวกับการรักษาตืดหมูและตืดวัว

 

 


 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

 
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine |
Health Game Zone


1999-2000 Thailabonline.com. All rights reserved. 
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.