BECOME A MEMBER
สมัคร ! สมาชิกชมรมรักสุขภาพ
ฟรี ข่าวสาระความรู้เรื่องสุขภาพ

Google
Search WWW Search thailabonline.com

op


โรคเท้าช้าง - ฟิลาริเอสิส  
   Filariasis 
   Elephantiasis

  

โรคพยาธิทริคิโนสิส  
   Trichinosis


 




Health Navigation






สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม
กรุณาแจ้งให้ทึมงานเพื่อ
จัดเตรียมหาสาระให้



Contact : 
info@thailabonline.com
ชมรมเรารักสุขภาพ 
ไทยแล็ปออนไลน์

 โรคเท้าช้าง - ฟิลาริเอสิส  Filariasis - Elephantiasis      



รายละเอียดเพิ่มเติม
โรคเท้าช้างโรคที่เคยเป็นปัญหาต่อสังคมเมืองไทยเราเมื่อ 20-30 ปีก่อนกองควบคุมโรคเท้าช้าง
สามารถควบคุมให้อยู่ในระดับจำกัดไม่ เป็นปัญหาของประเทศจนคนรุ่นใหม่เกือบจะลืมไปแล้วว่า
โรคเท้าช้างเป็นอย่างไร จนกระทั่งมาถึงวันนี้แรงงานอพยพต่างชาติโดยเฉพาะชาวพม่าเป็นตัวการ
สำคัญที่นำโรคนี้กลับเข้ามาแผยแพร่ในบ้านเราใหม่
  จากการสุ่มตรวจสอบจำนวนแรงงานชาวพม่า
ที่เข้ามาอย่างถูกกฏหมายพบว่าตรวจพบผู้มีเชื้อ
Filariasis ต้นเหตุของโรคเท้าช้างเฉลี่ยประมาณ 
5 - 7 เปอร์เซ็นต์ ลองนึกดูว่าแรงงานทั้งหมดทั้งที่ถูกกฏหมายและที่ลักลอบเข้ามาทำงานในพื้นที่
ต่างทั่วประเทศเกือบ
30 จังหวัด จะมีผู้ป่วยหรือพาหะกระจายไปอยู่ตามที่ต่างๆมากน้อยแค่ไหน 
ท่านที่มีแรงงานเป็นชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวพม่า แม่ครัว แม่เลี้ยงเด็ก เด็กดูแลรับใช้ตามบ้าน
ควรนำไปตรวจสุขภาพของแรงงานเหล่านี้ด้วย เพราะโรคเท้าช้างอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว  เพียงแต่ยุง
รำคาญตามบ้านทั่วไปซึ่งจัดเป็นพาหะนำโรคชนิดนี้ ไปกัดผู้ป่วยหรือแรงงานที่เป็นพาหะอยู่  เชื้อจะ
เข้ามาอยู่ในตัวยุง เราไม่ปฏิเสธว่าเราไม่สามารถป้องกันยุงเหล่านี้ให้มากัดตัวเรา ลูกๆ ครอบครัว
ของเราได้ฉันใดนั้นคือคำตอบว่าโรคเท้าช้างมีโอกาสที่จะกลับมาเป็นปัญหาสำหรับบ้านเราได้
  
เรามารู้จักต้นเหตุของโรคเท้าช้างหน่อยเป็นไร

โรคเท้าช้าง-ฟิลาริเอสิส เป็นโรคที่เกิดจากหนอนพยาธิตัวกลม ซึ่งอยู่ใน Superfamily Filarioidea
ซึ่งมีอยู่ 6 species ที่ทำให้เกิดโรคในคนได้ ได้แก่
- Wuchereria bancrofti
- Brugia malayi
- Loa loa
- Onchocerca volvulus
- Acanthocheilonema perstans
- Mansonella ozzardi
แต่จะกล่าวถึงเฉพาะสองตัวแรก Wuchereria bancrofti และ Brugia malayi เนื่องจากพบการ
ระบาดในประเทศไทยและแถบใกล้เคียง


เขตปรากฏโรค พบได้มากในเขตร้อน ได้แก่ อินเดีย พม่า มาเลเซีย ไทย อินโดเนเซีย จีนตอนใต้ ญี่ปุ่น
เกาหลี หมู่เกาะแปซิฟิค อัฟริกา
สเปญ อเมริกาใต้ และหมู่เกาะอินเดียตะวันตก สำหรับในประเทศไทย
Wuchereria bancrofti เคยพบและระบาดแถบภาคใต้ และบริเวณอำเภอสังขละบุรี กาญจนบูรี และ
แถบชายแดนใกล้พม่า แมาฮ่องสอน

Brugia malayi พบได้แถบชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของภาคใต้ เช่น ชุมพร สุราษฏร์ธานี นครราชสีมา
 พัทลุง สงขลา ปัตตานี
 นราธิวาส เป็นต้น

วงจรชีวิตของพยาธิ์
คนจัดเป็นโฮสท์เฉพาะของพยาธินี้ โดยตัวแก่ของ Wuchereria bancrofti- Brugia malayi อาศัย
อยู่ในระบบน้ำเหลืองของคน
ตัวแก่ทั้งตัวผู้และตัวเมียจะผสมพันธ์กัน แล้วตัวเมียจะออกลูกมาเป็น  
microfilaria ซึ่งจะกระจายไปตามกระแสเลือดกระจายไปทั่วร่างโดยมักจะออกมาอยู่ในกระแสเลือด
เฉพาพในเวลากลางคืนเท่านั้น จะตรวจพบมากในช่วงเวลา 22.00 -02.00 น.
(เรียกลักษณะที่พบตัวได้
เฉพาะในตอนกลางคืนว่า
nocturnal periodicity โดยในตอนกลางวันเจ้า Microfilaria จะไปอาศัย
อยู่ตามเส้นเลือดฝอยของปอดและอวัยวะภายในต่างๆ สำหรับชนิด
Wuchereria bancrofti จะออกมา
ในกระแสเลือดในช่วงระหว่างเวลา
18.00-24.00 น.
ยุงเป็นโฮสท์กลาง เมื่อไปกัดคนที่เป็นโรคนี้เข้าขณะดูดกินเลือดก็จะดูดเอา microfilaria เข้าไปด้วย 
ภายในเวลา 1-2 ชั่วโมง
microfilaria จะออกจากเยื้อหุ้ม    ไชทะลุผ่านผนังกระเพาะยุงไปอยูบริเวณ
กล้ามเนื้อหน้าอกของยุง จะลอกคราบไปประมาณ 3 ครั้งจนกลายเป็นระยะติดต่อ ก็จะเคลื่อนตัวมาอยู่ที่
บริเวณส่วนปากของยุง เมื่อยุงนี้ไปกัดคนปกติทั่วไปเชื้อก็จะเข้าไปสู่คนโดยวิธีนี้ การเจริญเติบโตในตัวยุง
จนถึงระยะติดต่อกินเวลาประมาณ
2 อาทิตย์  และตั้งแต่เชื้อเข้าสู่ร่างกายจนกลายเป็นตัวแก่พร้อมสืบ
พันธุ์ได้ใช้เวลาประมาณ
1 ปี
ยุงที่เป็นพาหะของเชื้อ Wuchereria bancrofti ได้แก่ยุงรำคาญตามบ้านทั่วไป ได้แก่ genus Culex,
Aedes และ Anopheles
ส่วนพาหะของเชื้อ Brugia malayi ได้แก่ยุงใน genus Mansonia, Anopheles, Culex

พยาธิวิทยา
การผิดปกติของร่างกายเกิดจากพยาธิตัวแก่ทั้งที่มีชีวิตและที่ตายแล้ว โดยพยาธิตัวแก่นี้ทำให้เกิด
ปฏิกริยาทั้งทางตรงและทางอ้อม 
โดยทางตรงนั้นเกิดจากตัวพยาธิเองทั้งขณะที่มีชีวิจและที่ตายไปแล้วไปอุดตันทางเดินน้ำเหลือง และ
การเดินทางเคลื่อนไหวไปมาของพยาธิก่อให้เกิดการระคายเคืองภายในต่อมน้ำเหลือง

ส่วนทางอ้อม พยาธิตัวแก่จะปล่อยสารที่เป็นพิษที่ก่อให้เกิดปฏิกริยาต่อร่างกายทั่วร่างกาย

การติดเชื้อแบคทีเรียก็จะมีผลทำให้การผิดปกติทางพยาธิสภาพรุนแรงมากยิ่งขึ้น ส่วนปฏิกริยาอิมมุน
ที่เกิดขึ้นจะเสริมทำให้การอักเสบของระบบน้ำเหลืองเพิ่มมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงจากการอักเสบ ใน
ระยะแรกพบได้ที่หลอดน้ำเหลืองและต่อมน้ำเหลือง และทำให้หลอดน้ำเหลืองโป่งพองมีการบวมของ
เนื้อเยื่อ และมีการขังของน้ำเหลืองภายในช่องต่างๆของร่างกายจนในที่สุดจะเกิดภาวะเท้าช้าง


พยาธิวิทยาแบ่งออกได้เป็น 2 ระยะคือ
1. ระยะของการอักเสบและการอุดตันของทางเดินน้ำเหลือง
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกิดขึ้นในหลอดน้ำเหลือง ต่อมน้ำเหลืองและเนื้อเยื่อที่เกี่ยวพัน ที่พบมากที่สุด
คือตรงบริเวณที่ตัวแก่อยู่ โดยเฉพาะตรงบริเวณซากของพยาธิ์ที่ตาย ในบริเวณนี้จะมีเซลเม็ดเลือดขาว
เป็นจำนวนมาก หลอดเลือด
บริเวณนั้นจะขยายโตขึ้น เกิดเป็นตุ่มชนิดแกรนูเลชั่น ซึ่งจะไปกดหลอดน้ำ
เหลืองให้ตีบตัน ผนังชั้นในของหลอดน้ำเหลืองจะหนาขึ้น    ทำให้ขนาดรูเล็กลงจนเกิดอุดตันขึ้นในที่สุด 
บางครั้งเกิดเป็นโพรงหนองแตกออกมา   ต่อมาจะมีเนื้อเยื่อประเภทไฟบรัสซึ่งมีลักษณะแข็งเข้ามาแทน
ที่ ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงไปด้วยโดยจะเกิดการบวมแข็ง มีผื่นแดง หลอดน้ำเหลือง
ที่อุดตันจะโป่งพองเพราะการคั่งของน้ำเหลือง คล้ำได้เป็นก้อนขรุขระ   และถ้าหลอดน้ำเหลืองแตกออก 
จะทำให้น้ำเหลืองไปขังตามช่องท้อง ถุงอัณฑะ หรือซึมออกมาตามผิวหนัง และเกิดการติดเชื้อตามมา
ได้ง่าย

2. ระยะภาวะเท้าช้าง
เนื้อเยื่อต่างๆบริเวณนั้นๆจะเริ่มหนาขึ้น ส่วนของหนังกำพร้าของผิวหนังก็เริ่มหนาขึ้นด้วย เกิดเนื้อเยี่อ
เกี่ยวพันกันและชั้นไขมันก็หนาขึ้นทำให้เกิดลักษณะบวมแข็ง หลอดน้ำเหลืองบริเวณนั้นขยายโตมากขึ้น
แล้วเกิดการแตกออกน้ำเหลืองไหลออกมาขังตามเนื้อเยื่อทำให้เกิดการย้อยออกมาเป็นหลืบ มักมีการ
ติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย ทำให้มีการอักเสบมากยิ่งขึ้น เกิดหนอง และมีการตายของเนื้อเยื่อกลายไป
เป็นไฟโบรสิสมีความแข็งกระด้างมากยิ่งขึ้นเมื่อเกิดลักษณะอาการแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมามากเข้า อวัยวะ
ส่วนนั้นจะมีการขยายโตขึ้น ผิวหนังมีความหนาแข็ง ขรุขระ มีลักษณะเหมือนเท้าช้าง


ลักษณะทางคลีนิค
ระยะฟักตัวของโรคใช้ระยะเวลาประมาณ 8 - 12 เดือน ไม่แน่นอน ในระยะแรกเริ่มของโรคอาการทั่วไป
ไม่มีอะไรสำคัญ มีแต่อาการเฉพาะที่ เช่น  ปวดบวม  แดง  ของแขน ขา  บริเวณอัณฑะ มีการอักเสบของ
ต่อมน้ำเหลืองพร้อมกับมีต่อมน้ำเหลืองโต
  มีไข้ อาการเหล่านี้เป็นอยู่ชั่วคราวประมาณ 7-10 วันก็หายไป
เอง แล้วก็กลับมาเป็นซ้ำใหม่อีกเรื่อยๆไม่หายขาด 
  ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ การอักเสบอาจเกิดขึ้นพร้อมๆ
กันหรือเกิดก่อนหลอดน้ำเหลืองอักเสบ  ต่อมน้ำเหลืองที่อักเสบจะบวมโตและกดเจ็บ ผิวหนังบริเวณที่
อักเสบจะแข็ง บรเวณที่มักเป็นคือต่อมน้ำเหลืองบริเวณต้นขา ขาหนีบ ต่อมที่อักเสบแล้วมักจะไม่ยุบและ
มีพยาธิ์ตัวแก่อาศัยอยู่

อัณฑะอักเสบ การอักเสบร่วมกับมีไข้ บวมโตและเจ็บปวด อาการจะค่อยหายไปเองแล้วกลับมาเป็นใหม่
ซ้ำอีก ผิวหนังของถุงอัณฑะแดง
 อาจมีการอักเสบของอัณฑะเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ การอัก
เสบจะหายไปได้เองและกลับมาเป็นซ้ำใหม่อีกหลายครั้ง   อาการต่างๆในระยะอักเสบจะเป็นๆหายๆได้
หลายครั้งจนเข้าสู่ภาวะที่สองคือภาวะการอุดตัน


ระยะการอุดตัน ระยะนี้เป็นการเกิดการอุดตันของหลอดน้ำเหลือง ทำให้บวม มีการคั่งของน้ำเหลืองทำ
ให้เกิดภาวะเท้าช้าง ซึ่งมักจะเป็นที่ขาและที่อัณฑะมากกว่าตำแหน่งอื่นๆ ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อมีการอุดตัน
นานๆและจะเป็นการค่อยๆเกิดขึ้นที่ละช้าๆ     ภายหลังจากระยะอักเสบ เป็นๆหายๆมาหลายครั้ง
เป็นเวลานานหลายปี ผิวหนังและเนื้อเยื่อบริเวณนั้นจะเริ่มแข็ง   ผิวหนังขรุขระ ห้อยย้อยพับเป็นหลืบๆ 
หลอดน้ำเหลืองโป่งแตกได้ง่าย มีน้ำเหลืองซึมเยิ้มเปียกชุ่ม     ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย ซ้ำเติมให้
การอักเสบมากยิ่งขึ้น เกิดเป็นหนอง นานเข้ามีเยื่อพังผืดเกิดมากขึ้น ทำให้บริเวณนั้นมีความหนา 
แข็ง โตมากขึ้นไปเรื่อยๆ ขาและถุงอัณฑะอาจขยายใหญ่จนมีน้ำหนักหลายกิโล ไม่สามารถนุ่งกางเกงได้
 
การเดินในลักษณะขาถ่าง


การวินิจฉัย
- สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงตามชายแดน มีลักษณะต่อมน้ำเหลือง อักเสบโต
- ตรวจหา microfilaria ในเลือด โดยต้องตรวจให้ถูกเวลา โดยเจาะเลือดในช่วงกลางคืนเวลาประมาณ
   22.00 - 02.00 น. ในกรณีพื้นที่ทางภาคใต้
   และสำหรับแถบกาญจนบุรี ตาก แม่ฮ่องสอน มักจะต้องเจาะเลือดตรวจในช่วง 18.00 - 24.00 น. 
   ในช่วงระยะหลังของการอักเสบมักจะตรวจไม่ค่อยพบ Microfilaria แล้ว วิธีการตรวจทำโดย
1 การดูเชื้อ Microfilaria จากเลือดโดยตรงจากกล้องจุลทรรศน์
2. การทำฟิลม์แบบหนา แล้วย้อมด้วยสียิมซ่า (Giemsa Stain)
3. การทำให้เข้มข้นโดยการใช้เลือด 1 ซีซี บวกน้ำกลั่น 9 ซีซี เติม 40% ฟอร์มาลีน 1 ซีซี เขย่าให้
เลือดแตกจนหมด นำไปปั่นเลือดแล้วเอาเฉพาะส่วนตะกอนมาตรวจหา
Microfilaria

การรักษา
1. เป็นการรักษาตามอาการก่อนเป็นเบื้องต้น เช่นให้ยาลดไข้ แก้ปวด บริเวณที่บวมปวดให้พันด้วยผ้ายาง
     ยืด ระวังรักษาความสะอาดไม่ให้
เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียเสริม    ถ้าติดเชื้อแบคทีเรียให้ยาแอนตี้
     ไบโอติกเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

2. ให้ยาเพื่อฆ่าเชื้อ Microfilaria ได้แก่ Diethylcarbamazine (Hetrazan) ให้ผลดีโดยการให้
     ปริมาณ 5 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว
 1 กิโลกรัม แบ่งให้วันละ 3 ครั้ง นาน 2 - 3 สัปดาห์ ผลข้างเคียงบ้าง
    เช่น อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ ลมพิษ มักเกิดขึ้นในระยะแรกของการเริ่มรักษา อาจให้
    ยาแอนตี้ฮีสตามีนเพื่อช่วยลดอาการข้างเคียงได้ อาการเหล่านี้อาจเกิดจากการแพ้ต่อ
Microfilaria 
    ที่ถูกฆ่าตาย ภายใน 3-5 วันก็จะตรวจไม่พบเชื้ออีกในรายที่เข้าสู่ภาวะเท้าช้างไปแล้ว อาการจะไม่
    สามารถกลับคืนเป็นปกติได้ แม้ว่าเราจะฆ่า
Microfilaria จนหมดไปแล้ว วิธีที่จะช่วยได้คือการผ่าตัด
    ทางศัลยกรรม


การป้องกัน
1.ทำลายยุงและแหล่งเพาะพันธ์ยุงอย่าให้มีน้ำขัง
2. ป้องกัน หลีกเลี่ยงไม่ให้ยุงมากัดได้ เป็นวิธีเดียวที่จะป้องกันได้ แต่ก็ทำได้ไม่ง่ายนัก
3. ให้ยารักษาผู้ป่วยโรคนี้ทุกราย ทานยาให้ครบตามกำหนด โดยเฉพาะผู้ที่มีแรงงานต่างชาติควรนำ
ไปตรวจรักษาให้เรียบร้อย
 ก่อนที่จะกลายเป็นตังแพร่เชื้อโรคเท้าช้างให้กับคนบริเวณนั้น อย่าลืมการ
ติดต่อเกิดได้จากยุงไปกัดคนที่มีเชื้อแล้วมากัดคนปกติ
 เมื่อคนปกติได้รับเชื้อก็จะเริ่มป่วยได้ต่อไป
4. พึงระลึกว่าแต่เดิมโรคเท้าช้างนี้มักพบได้ตามแถบชายแดน โดยมียุงรำคาญเป็นตัวแพร่เชื้อ แต่ใน
ปัจจุบันผู้มีเชื้อที่แฝงเข้ามาเป็นแรงงานต่างชาติกระจัดกระจายไปเกือบ
30 จังหวัดที่อนุญาติให้ทำงาน
ได้แน่นอนทุกพื้นที่ยังมียุงรำคาญพร้อมเป็นตัวแพร่เชื้ออยู่

 โรคเท้าช้างอาจพบได้ในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพก็ได้ ถ้าหากไม่รีบหาป้องกันซะก่อน

 

 

 

 

 โรคพยาธิทริคิโนสิส  Trichinosis      

ทริคิโนซิส(Trichinosis)เป็นโรคที่เกิดจากพยาธิทริคิเนลล่าสไปราริส(trichinellaspiralis) 
อาการของโรคจะเป็นไปในลักษณะเฉียบพลันและรวดเร็วลักษณะอาการที่สำคัญตือมีไข้ท้องเดิน
ปวดกล้ามเนื้อและมีจำนวนเม็ดเลือดขาวอีโอซิโนฟิลสูงพบได้ทั่วโลกแต่มักปรากฏในเขตหนาว 
มากกว่าในเขตร้อนในประเทศไทยมักพบระบาดในเขตภาคเหนือ

วงจรชีวิตของพยาธิ
ทริคิเนลล่าสไปราริส(trichinellaspiralis)เป็นพยาธิตัวกลมที่มีขนาดเกือบเล็กที่สุดเมื่อโตเต็มวัย
ตัวผู้จะยาวประมาณ104-1.6มิลลิเมตรส่วนตัวเมียจะยาวประมาณ3-4มิลลิเมตรพยาธินี้อยู่ได้ทั้ง
ในคนและสัตว์หลายชนิดและทั้งคนและสัตว์สามารถเป็นได้ทั่งโฮสท์เฉพาะและโฮสท์ตัวกลาง   
โดยธรรมชาติคนจะได้รับพยาธิเข้าไปโดยการกินหมูหรือหนูที่มีซิสท์ของพยาธิฝังตัวอยู่และไม่
ได้ทำให้สุกเช่นลาบ/แหนม/เป็นต้น 
 เมื่อซิสท์มาถึงบริเวณลำไส้เล็กพยาธิตัวอ่อนจะออกมาจากซิสท์และเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัย
ภายในระยะเวลา2-3วันภายในเวลา5-7วันจะเริ่มผสมพันธ์กันตัวเมียจะไชและไปฝังตัวอยู่ใน
เยื่อบุลำไส้เล็กตอนต้นแล้วออกลูกเป็นตัวอ่อน(larva)ตัวอ่อนจะไชเข้าหลอดเลือดหรือหลอด
น้ำเหลืองเข้าสู่กระแสเลือดและเข้าไปฝังตัวอยู่ตามกล้ามเนื้อประมาณวันที่9-25หลังจากที่รับ
ประทานซิสท์เข้าไปกล้ามเนื้อบริเวณที่ตัวอ่อนชอบมากที่สุดเป็นกล้ามเนื้อที่มีglycogenน้อย
และทำงานมากเช่นกระบังลมเป็นบริเวณที่ชอบมากพยาธิตัวอ่อนจะขดตัวอยู่ในกล้ามเนื้อเจริญ
ต่อไปจนเป็ฯระยะติดต่อกินระยะเวลาประมาณ14-16วันก็จะมีซิสท์มาหุ้มรอบๆตัวถ้าซิสท์นี้ไม่ได้
ถูกกินนานไปตัวอ่อนก็จะตายไปและเกิดหินปูนมาหุ้มรอบๆซิสทืนั้นพยาธิตัวเมียจะมีชีวิตอยู่ได้
ประมาณ 3-16อาทิตย์และออกลูกได้1000-1500ตัว

การระบาด
โฮสท์ที่สำคัญของพยาธิตัวนี้คือหมูและหนูคนจะได้รับโดยการกินเนื้อของหมูและหนูที่ไม่ได้
ทำให้สุกหรือสุกๆดิบๆเช่นแหนมลาบพบว่าหมูชาวเขาตรวจพบพยาธินี้ประมาณร้อยละ11.43

อาการและพยาธิสภาพ
ทริคิเนลล่าสไปราริส(trichinellaspiralis)ทำให้เกิดการอักเสบและการตายของกล้ามเนื้อเฉพาะ
ที่จากการไชของพยาธิทำให้ใยกล้ามเนื้อขาดยิ่งเมื่อมีการเข้าซิสท์หุ้มยิ่งมีการทำลายกล้ามเนื้อ
มากขึ้น ถ้าเกิดไปปรากฏที่หัวใจสามารถทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายได้เมื่อตัวอ่อนตายลงมีโอกาส
ทำให้เลือดเป็นพิษผู้ป่วยอาจตายได้ภายใน4-8อาทิตย์ด้วยเลือดเป็นพิษกล้ามเนื้อหัวใจวาย 
สมองอักเสบปอดบวมเป็นต้น

ระยะแรก ที่พยาธิอยู่ในลำไส้ระยะนี้กินเวลาประมาณ5-7วันเป็นระยะที่พยาธิตัวอ่อนเจริญเติบโตเป็น
พยาธิตัวแก่ในลำไส้ผสมพันธ์ตัวเมียเข้าไปฝังตัวในเยื่อบุลำไส้อาการที่สำคัญเป็นอาการของ
ระบบทางเดินอาหารผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้องคลื่นไส้อาเจียนท้องเดิน

ระยะที่สอง เป็นระยะที่ตัวเมียออกลูกพยาธิตัวอ่อนจะไชเข้าสู่กระแสเลือดแล้วกระจายไปทั่วร่างกายแล้ว
เดินทางไปฝังตัวอยู่ในกล้ามเนื้อระยะนี้เริ่มประมาณ7วันหลังจากได้รับซิสท์ผู้ป่วยจะมีอาการ
ได้มากมีไข้สูงได้นาน1-2อาทิตย์เจ็บปวดมากตามกล้ามเนื้อเพราะเกิดการอักเสบ อาจเป็นมาก
จนไม่สามารถกระดุกกระดิกได้อาจหายใจลำบากการเคี้ยวการกลืนการพูดอาจลำบากผู้ป่วยมี
อาการบวมที่หนังตาอาจมีผื่นแดงเลือดออกใต้เล็บบางรายมีอาการเยื่อหุ้มสมองและสมองอักเสบ
 กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบได้เม็ดเลือดขาวชนิดอีโอซิโนฟิลขึ้นสูง

ระยะที่สาม เป็นระยะที่ตัวอ่อนเข้าซิสท์อาการต่างๆของผู้ป่วยจะดีขึ้นไข้และการเจ็บปวดของกล้ามเนื้อจะ
ลดลงซิสท์จะฝังตัวในกล้ามเนื้อตลอดไปถ้าตัวอ่อนตายก็จะมีหินปูนมาหุ้ม

การวินิจฉัยโรค
-ซักจากประวัติการรับประทานอาหารสุกๆดิบๆเช่นลาบหรือแหนมและมีอาการเป็นพร้อมๆกัน
หลายๆคน
-จากการตรวจเลือดพบว่ามีจำนวนเม็ดเลือดขาวขึ้นสูงโดยเฉพาะชนิดอีโอซิโนฟิล
-โดยการตัดชิ้นเนื้อมาตรวจหาตัวอ่อนถ้าพบตัวอ่อนเป็นการวินิจฉัยที่แน่นอน
-การทดสอบปฏิกริยาที่ผิวหนังต่อแอนติเจนของพยาธิถ้าให้ผลบวกก็เป็นการยืนยันได้

การรักษา
-การรักษาขั้นต้นเป็นการรักษาตามอาการถ้ามีไข้ปวดก้จะให้ยาแก้ปวด
-การให้ยาคอติโคสเตียรอยด์จะช่วยบรรเทาอาการต่างให้เบาลงและมีอาการดีขึ้นโดยเฉพาะใน
รายที่มีอาการหนักให้เพรดนิโซโลน20มิลลิกรัมทุก6ชั่วโมงเป็นเวลา3วันแล้วลดขนาดลงเป็น 
10มิลลิกรัมทุก6ชั่วโมงเป็นเวลา10วัน-การให้ยาThiabendazoleโดยการให้ขนาด25มิลลิกรัม
ต่อน้ำหนักตัว1กิโลกรัมนาน2-5วัน

การป้องกัน
-ควบคุมดรงฆ่าสัตว์ไม่ให้นำหมูที่เป็นโรคนี้มาชำแหละขายหรือใช้หมูจากแหล่งระบาด
-แนะนำให้ประชาชนเลิกทานหมูแบบดิบๆสุกๆเช่นลาบแหนมเป็นต้น




    


 






We subscribe to the
HONcode principle
of the Health on the
Net Foundation

 
About Us | Add URL I Privacy Policy | Member Register | Health Shop | Contact Us | Health Board | Advertising
Disease / Condition | Head Line News | Healthcare | Diagnostic | Alternative Medicine |
Health Game Zone


1999-2000 Thailabonline.com. All rights reserved. 
By using this information service,    you accept the terms of our Visitor Agreement. Please read it. 
The material on Thailabonline.com and iHealthsite.net are for informational purposes only and is not 
a substitute for medical advice or treatment for any medical conditions.   You should promptly seek 
professional medical care if you have any concern about your health, and you should always consult 
your physician before starting a fitness regimen.
”Thailabonline.com” and “ihealthsite.net” are trademarks of Crystal Diagnostics Co.,Ltd.