| Leukocyte
เม็ดเลือดขาว |
เป็นการตรวจหาเอ็มไซม์เอสเตอเรสในเม็ดเลือดขาว
- ในคนปกติจะตรวจไม่พบเม็ดเลือดขาว
แถบเหลืองอ่อน
- ในคนผิดปกติ
เช่นมีการติดเชื้อในระบบขับถ่ายปัสสาวะ
มีการอักเสบของ
ช่องคลอด (ตกขาว)
แถบสีจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงอ่อน -
ม่วงเข้ม
การพบเม็ดเลือดขาวแสดงว่ามีการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
กรวยไตอักเสบ
|
| Nitrite ไนไตรท์ |
เป็นการตรวจหาเชื้อแบคทีเรียในปัสสาวะ
- ในคนปกติจะตรวจไม่พบ
แถบตรวจจะเป็นสีขาว
- ในคนผิดปกติ
เช่นมีการติดเชื้อของไต
ท่อปัสสาวะ หรือกระเพาะปัสสาวะ
ทำให้มีเชื้อแบคทีเรียปนออกมา
แถบสีจะเปลี่ยนไปเป็นสีชมพูอ่อน-ชมพูเข้ม
ตรวจเพื่อใช้เป็นเครื่องบ่งชี้การอักเสบของทางเดินปัสสาวะเนื่องจากแบคทีเรีย
ดังนั้นจึงควร
ทำการตรวจภายใน 1
ชั่วโมง หลังเก็บปัสสาวะ
|
| Urobilinogen
ยูโรบิลิโนเจน |
เป็นการทำปฏิกริยากับ
ไดอาโซเนี่ยมซอลท์ กับ
ยูโรบิลิโนเจน
- ในคนปกติจะตรวจพบได้บ้างโดยพบเป็นสีชมพูอ่อนๆ
- สามารถตรวจพบได้หลังการออกกำลังกาย
หรือหลังการปวดเกร็งของ
กล้ามเนื้อแถบสีจะเปลี่ยนเป็นชมพูเข้ม
ไปจนถึงสีแดง-น้ำตาล
โดยทั่วๆ
ไปโรคใดที่ทำให้ bilirubin
เพิ่มขึ้นจะทำให้ urobilinogen
เพิ่มขึ้นด้วย
โรคชนิดใดที่ทำให้ตับไม่สามารถกำจัด
urobilinogen ได้
จะทำให้มี urobilinogen
ในปัสสาวะเพิ่มขึ้น
รวมทั้งในภาวะที่มีการทำลายของเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึ้น
เช่น hemolytic
anaemia เป็นต้น
จะเห็นได้ว่าการตรวจ urobilinogen
ในปัสสาวะมีประโยชน์มากเพราะ
จะช่วยในการแยกชนิด โรคตับ,
hemolytic disease, และ
การอุดตันของท่อน้ำดี
โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งถ้าทำการตรวจเป็นระยะๆ
จะติดตามการดำเนินของโรคและดูการตอบสนองต่อการรักษา
|
| Protein โปรตีน |
ในคนปกติจะตรวจพบได้บ้างโดยพบเป็นสีเหลืองๆ
- พบได้บ้าง หลังการออกกำลังกาย
ความเครียด
ทานอาหารพวกเนื้อสัตว์มาก
ช่วงใกล้มีประจำเดือน
- ในคนผิดปกติ เกี่ยวกับไต
และระบบทางเดินปัสสาวะ
จะให้ผลบวก โดยมีระดับ
ความเข้มตั้งแต่เหลือง-เขียว
ไปถึง เขียว-น้ำเงิน
การตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะหมายถึงการที่มีโปรตีนมากกว่าปกติในปัสสาวะอาจเป็น
เครื่องบ่งชี้ที่สำคัญอย่างหนึ่งของโรคที่มีพยาธิสภาพภายในไต
ไตอักเสบเรื้อรังและเฉียบพลัน
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
ท่อปัสสาวะอักเสบ
การสัมผัสสารโลหะหนักบางชนิด
เช่น ปรอท แคดเมียม
มีฤทธิ์ในการทำลายเนื้อไต
มีผลทำให้โปรตีนออกมาในปัสสาวะจำนวนมาก
โรคเบาหวานที่เริ่มมีโรคแทรกซ้อน
การตั้งครรภ์ระยะท้ายๆ
มีไข้
- การตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะเป็นช่วงๆ
ชั่วครั้ง ชั่วคราวนั้น
มักจะเกิดจากภาวะการทำงานของร่างกายมากกว่าที่จะเป็นโรคไต
เช่น
มีการออกกำลังกายหักโหมเกินไป
ยืนเดินนานๆ
อยู่ในภาวะเครียดวิตกกังวล
การเก็บปัสสาวะในขณะที่มีการแข็งตัวของอวัยวะเพศในเพศชาย
การเก็บปัสสาวะในขณะที่มีรอบเดือน
เป็นต้น
- การรายงานผลจะรายงานเป็น
Trace , 1+ , 2+ , 3+ และ
4+ หมายถึง
พบโปรตีนในปริมาณน้อยๆ
ไปจนถึงปริมาณมากตามลำดับ
|
| pH
วัดความเป็นกรด/ด่าง |
ในคนปกติระดับความเป็นกรด-ด่างของปัสสาวะ
- ระดับคนปกติ
มีค่าความเป็นกรด-ด่างอยู่ประมาณ pH 6
- ระดับความเป็นกรด-ด่างที่ผิดไปมีสาเหตุเนื่องมาจาก
ระบบเมตาบอไลท์
ระบบไต ระบบทางเดินอาหาร
และระบบหายใจ
เป็นการบอกความสามารถของไตในการควบคุมสมดุลกรด
- ด่างของร่างกาย
เปลี่ยนแปลงไปตามกระบวนการเผาผลาญอาหาร
ชนิดของอาหาร โรค และ
การใช้ยา
ค่าความเป็น
กรด
และด่างของปัสสาวะมีผลต่อการออกฤทธิ์ของยาบางอย่าง
และการตกตะกอนของสารบางอย่าง
ในปัสสาวะทำให้เกิดนิ่วได้
·
ปัสสาวะเป็นกรด
พบในภาวะ อดอาหาร
รับประทานโปรตีนมากไป
การติดเชื้อ ยาบางชนิด
·
ปัสสาวะเป็นด่าง
พบในภาวะกินเจ ยาบางชนิด
|
| Blood เลือด |
ในคนปกติจะตรวจไม่พบ
โดยแถบตรวจจะเป็นสีส้ม
- เป็นการตรวจหาฮีโมโกลบินอิสระ
และไมโอโกลบิน ในปัสสาวะ
บ่งบอกถึงการ
มีเลือดออกในระบบทางเดินปัสสาวะ
นิ่ว
หรือคนปกติที่กำลังมีประจำเดือน
โดยแถบสีจะเปลี่ยนสีไปเป็น
สีเขียว-เขียวน้ำเงิน
ใช้ตรวจสารฮีโมโกลบินซึ่งมีอยู่ในเม็ดเลือดแดง
และเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะ
มักพบในภาวะไตอักเสบเฉียบพลัน
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
เลือดคั่งในไต นิ่ว
มะเร็งที่ไต
เนื้องอก วัณโรคที่ไต
|
Specific gravity
วัดความถ่วงจำเพาะ |
เป็นตัววัดวัดแสดงค่าความถ่วงจำเพาะของปัสสาวะ
- โดยระดับปกติจะอยู่ในช่วง1.010-1.025
-
ในภาวะขาดน้ำจะมีระดับความถ่วงจำเพาะสูงขึ้น |
| Ketone
คีโตน |
เป็นการตรวจหาระดับสาร
อะซิโตอาซิติก แอซิด ในปัสสาวะ
- ในคนปกติจะตรวจไม่พบ
- ในคนผิดปกติจะพบได้ในพวกที่
ท้องเสีย/ท้องร่วง อาเจียน
ระบบย่อยอาหาร
สตรีที่ตั้งครรภ์
หรือผู้ออกกำลังอย่างหนัก
-
ในคนที่ต้องการลดน้ำหนักแบบ
Dr. Atkin โดยการลดอาหารคาร์โบไฮเดรตและ
เน้นให้ร่างกายใช้ไขมันแทน
โดยการดูอัตราKetone bodies
ที่เกิดขึ้น
โดยการลดอาหารคาร์โบไฮเดรตและ
เน้นให้ร่างกายใช้ไขมันแทน
โดยการดูอัตราKetone bodies
ที่เกิดขึ้น
การตรวจพบสารคีโตนในปัสสาวะอาจพบว่าเกิดจากการจำกัดอาหารประเภท
คาร์โบไฮเดรต
ทำให้ร่างกายมีการเผาผลาญอาหารประเภท
ไขมันเพิ่มขึ้นเพื่อใช้เป็นพลังงาน
จะพบได้ในโรค
เบาหวาน หรือ
มีการจำกัดอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต
เป็นต้น
|
| Bilirubin บิลิรูบิน |
เป็นการตรวจหาสารบิลิรูบิน
ในปัสสาวะ ในคนปกติจะตรวจไม่พบ
- ในคนผิดปกติจะตรวจพบค่าบิลิรูบินเพิ่มสูงขึ้น
แสดงให้เห็นความผิดปกติ
ของตับ ดีซ่าน ทางเดินน้ำดีอุดตัน
การตรวจพบbilirubin
ในปัสสาวะแสดงถึงโรคที่เกิดจากเซลล์ตับ
หรือมีการ
อุดตันของทางเดินน้ำดี
การตรวจนี้จึงมีความสำคัญและจำเป็น
ในการวินิจฉัยโรค
|
| Glucose กลูโคส |
ในคนปกติจะตรวจไม่พบ
ระดับน้ำตาลในปัสสาวะ
- ในคนผิดปกติที่เป็นเบาหวานจะตรวจพบได้ในปัสสาวะ
โดยแถบสีจะแปรผัน
ตามปริมาณของกลูโคส จากสีเขียว -
สีน้ำตาลเข้ม
- ผลลบปลอมเกิดขึ้นได้จาก
มีปริมาณ แอสคอบิค แอซิด (ไวตามิน
ซี) /
กลูตาไทโอน / ไดไพรโรน /
ลีโวโดปา สูง
การตรวจพบกลูโคสในปัสสาวะจะสงสัยว่าอาจจะเป็นเบาหวาน
ควรจะงดอาหารไม่น้อยกว่า 6
ชั่วโมง
แล้วเจาะเลือด
ดูน้ำตาลในเลือดเพื่อยืนยันโรคเบาหวานต่อไป
·
ถ้าตรวจพบกลูโคสในปัสสาวะ
ในขณะที่ระดับน้ำตาลในเลือดปกติ
อาจเกิดจากหลอดเลือดฝอยในไตมีความสามารถในการดูดซึมกลูโคสกลับได้น้อยกว่าปกติ
กรณีที่พบกลูโคสในปัสสาวะได้
เช่น
หลังรับประทานอาหารหนัก
หรือ
เกิดความกดดันทางอารมณ์
·
การรายงานผลจะรายงานเป็น
Trace , 1+ , 2+ , 3+ และ
4+ หมายถึง
พบน้ำตาล
ในปริมาณน้อยๆ
ไปจนถึงปริมาณมากตามลำดับ
|
|
วิธีทำการทดสอบ
-
เก็บตัวอย่างปัสสาวะที่ต้องการทำการทดสอบ
ใส่ลงในภาชนะที่แห้ง
และสะอาดประมาณ 30 - 50 ซี.ซี.
- ดึงแถบตรวจออกจากขวด
ระวังอย่าให้มือไปสัมผัสถูกบริเวณแถบทดสอบที่ติดอยู่ที่แถบตรวจ
เพราะจะ
ทำให้แถบทดสอบเสียได้ รีบปิดขวดให้สนิทตามเดิม
ความชื้นในอากาศทำให้แถบตรวจเสื่อมได้
-
จุ่มแถบตรวจลงไปในปัสสาวะที่ต้องการทดสอบ
โดยให้แถบทดสอบสัมผัสถูกปัสสาวะ
ดึงแถบตรวจขึ้น
วางไว้ในแนวราบ รอเวลาประมาณ 45-60
วินาที
จึงเริ่มเทียบสีกับตารางเทียบสีมาตราฐาน
เพื่อทราบ
ปริมาณของสารที่พบ
การแปลผลการทดสอบ
Leukocyte (ลิวโคซัตย์)
ตรวจเม็ดเลือดขาว
Nitrite (ไนไตรท์)
Urobilinogen (ยูโรบิลิโนเจน)
Protein ( โปรตีน)
pH ( วัดความเป็นกรด-ด่าง)
Blood (เลือด)
Specific gravity (ความถ่วงจำเพาะ)
Ketone (คีโตน)
Bilirubin (บิลิรูบิน)
Glucose (กลูโคส) น้ำตาลในปัสสาวะ
|